อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 ธันวาคม 2561

เมื่อพระกลายเป็นผู้ทำลาย พุทธศาสนาจะเสียแค่ไหน

สัปดาห์นี้ถ้าการใส่บาตรแบบเวียนเทียน กลายเป็นช่องทางหากินให้กับพระภิกษุและร้านข้าวแกงอยู่แบบนี้ “พุทธศาสนา” จะเสียหายแค่ไหน? พุธที่ 26 กันยายน 2561 เวลา 11.00 น.


โดยปกติชีวิตของผู้คนในสังคมไทยเมื่ออยู่ในวัยกลางคน คือ มีอายุสักประมาณ 35-45 ปี มักต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปทำงานตามภารกิจและหน้าที่ แต่ 2-3 ปีมานี้ผมมีความคิดไม่เหมือนกับผู้คนทั่วไปนั่นคือ ไม่ชอบทำงานในออฟฟิศ ไม่ชอบเป็นพนักงานประจำ ไม่ชอบให้ “เวลาจองจำ” ความเป็นอิสระของตัวเอง

เพราะอยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ คือ ไม่ให้เครียด ปล่อยวางและต้องรู้จักสะกดคำว่า “ช่างแม่” เป็น ไม่เหมือนกับตอนสึกออกมาใหม่ๆ ในวัยใกล้ 30 ปี ตอนนั้นเชื่อมั่นว่า “ตัวเองไม่มีทางจน” จึงดิ้นรนทำงานหาเงิน

สุดท้ายเมื่อมีเงิน มีบ้าน มีทุกอย่าง ก็พยายามถามตัวเองว่า “ทำงานไปแล้วมีเงินเพื่ออะไร” เพราะบางทีเงินก็ไม่สามารถตอบสนองความสุขแบบที่ตัวเองต้องการได้ และบางเวลาไม่มีเงิน ยังมีความสุขมากกว่าตอนมีเงินอีกด้วยซ้ำไป นั่นคือความคิดที่เกิดขึ้นบางช่วงบางเวลาของอารมณ์ตอนนี้

ทุกๆ เช้าหากมีเวลา ผมมักเดินตลาดสดเพื่อหาซื้อกับข้าวมาทำเอง สิ่งที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุด “ขอทานและพระภิกษุที่นั่งรับบาตรอยู่กับที่” วันนี้เช่นกันผมกำลังเดินซื้อของในตลาดสด เห็นพระภิกษุอย่างน้อย 2 รูปนั่งอยู่ในร้านขายข้าวแกงที่เตรียมไว้สำหรับให้ชาวพุทธใส่บาตร พระภิกษุทั้ง 2 รูปเป็นพระวัยกลางคน ไม่ได้พิการ มิได้ป่วย นั่งอยู่บนเก้าอี้



ผมยืนแอบสังเกตอยู่ห่างๆ เวลาประชาชนใส่กับข้าวและข้าวถุงในบาตรเต็ม ท่านก็จะหยิบใส่กระป๋องและถุงผ้าข้างๆ ที่ท่านนั่ง สักพักเจ้าของร้านก็จะหยิบเอาไปหมุนเวียนต่อ ลักษณะแบบนี้สมัยบวชก็เคยเจอแต่ไม่น่ารังเกียจเท่าแบบนี้ เดินไปสักพักเจออีกรูปหนึ่ง รูปนี้น่ารังเกียจมากกว่า และผมไม่คิดว่าจะเป็นพระภิกษุจริง คือ ท่านยืนเอาบาตรคล้องคอ ถือไม้เท้าด้วยมือทั้ง 2 ข้าง ตาขวาปิดด้วยผ้าปิดแผล ห่มจีวรไม่เรียบร้อย ยืนแบบทำท่าจะล้ม มือสั่น ท่ามกลางสายตาประชาชนที่เดินไปมาและก็มอง ลักษณะแบบนี้ผมคิดว่าหากเป็นพระภิกษุจริง สังกัดวัดจริง เจ้าอาวาสต้องรู้ หากเจ้าอาวาสไม่รู้ พระลูกวัดด้วยกันต้องรู้ คงไม่ใจร้ายไส้ระกำ ถึงขนาดให้ออกมาบิณฑบาตในสภาพป่วยหรือสติไม่ดีแบบนี้

ลักษณะพระยืน พระนั่ง รับบาตร และพระเดินเรี่ยไรในตลาดสดมีให้เห็นทั่วไปหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งข้าง “ทำเนียบรัฐบาล” คือเมื่อปีที่แล้วไปบันทึกเทปรายการโทรทัศน์ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของรัฐบาล ตรงตึก ป.ป.ช.เก่า ไปแต่เช้าเพื่อไปเตรียมจัดสถานที่ เมื่อจัดสถานที่เรียบร้อย เดินเที่ยวหาอะไรทานในโรงอาหารด้านหลัง มีพระมายืนรับบาตร 3-4 รูป บางรูปก็นั่ง บางรูปก็ยืนอยู่กับที่เป็นจุดๆ

จริงอยู่ประชาชนอาจมองว่า แบบนี้สะดวก แต่ในทางพระผมคิดว่า “ไม่สมควร” ทำให้คนเสื่อมศรัทธาหรือคนต่างศาสนามองได้ว่า “พระภิกษุในพระพุทธศาสนาสอนคนให้ลด ละ เลิก” แต่ทำไมตัวพระภิกษุเอง จึงกระทำตรงกันข้ามกับคำสั่งสอน



อันนี้ไม่นับเรื่องอื้อฉาวที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ทั้งเรื่องพระดื่มเหล้าในขณะแสดงพระธรรมเทศนา ซึ่งผมไม่รู้ว่า “หัวใจของพระ” ทำด้วยอะไร จึงไม่มีหิริโอตตัปปะ กล้ากระทำสิ่งชั่วร้ายที่เป็นโลกวัชชะอย่างแรงต่อหน้าชาวพุทธมีความศรัทธาที่เข้ามาฟังธรรม ส่วนอีกเรื่องเจ้าอาวาสถูกกล่าวหาว่า เสพเมถุนกับสตรีหลายนางที่มาสะเดาะเคราะห์ ดีแล้วที่ท่านสึกออกไปต่อสู้คดี ดีกว่าให้พระธรรมวินัยแปดเปื้อนมากกว่านี้ หากพิสูจน์แล้วท่านไม่ผิด ก็มีสิทธิบวชต่อ แต่ถ้าท่านผิด ก็เหมือนต้นตาลยอดด้วน หมดสิทธิ์เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ มันเป็นปัญหาของสังคมพระสงฆ์ที่สะสมมานาน ไม่รู้ว่าทำไมมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงปล่อยให้เรื้อรังก่อให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อผู้พบเห็นได้นานขนาดนี้ โดยเฉพาะการบิณฑบาตในรูปแบบดังกล่าวมา กลายเป็นช่องทางหากินให้กับพระภิกษุ กลายเป็นช่องทางหากินให้กับร้านขายข้าวแกง และที่สำคัญกลายเป็นช่องทางหากินให้กับคนที่ปลอมตัวเข้ามาบวช เรื่องนี้ผมว่ารีบๆ ทำเถอะครับ อย่าให้สังคมมองว่า พระภิกษุนั่นแหละตัวดี...กำลังทำลายพระพุทธศาสนา.
................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 265