อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2561

"One Map"มีไว้แก้ปัญหา หรือไว้หา"ผลประโยชน์"

สัปดาห์นี้ส่องการแก้ปัญหาด้วยการทำแผนที่ระวางเดียวกันทั้งหมด หวังให้ทุกส่วนราชการใช้ร่วมกัน แต่ดำเนินการกว่า 10 ปีแล้ว ไม่มีแนวโน้มจะแล้วเสร็จในวันไหน พุธที่ 10 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00 น.


ประเทศไทยมีปัญหาที่ดินมาอย่างยาวนาน ทั้งปัญหาที่รัฐออกที่หลวงทับที่ชาวบ้าน รัฐประกาศป่าอนุรักษ์ หรือป่าสงวนแห่งชาติทับที่ดินประชาชน ทั้งข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างเอกชนด้วยกัน ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ปัญหาชาวบ้านบุกรุกที่รัฐ ปัญหาการออกเอกสารล่าช้า ได้สะสมปัญหาและความขัดแย้งกันมายาวนาน จนขยายตัวเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ

การแก้ปัญหาก็ทำได้ด้วยความยากลำบาก เพราะเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหา คือแผนที่ที่ใช้มีหลายมาตราส่วนที่แตกต่างกันไป เช่น กรมแผนที่ทหาร ใช้มาตราส่วน 1 : 50,000 หรือกรมที่ดินใช้ 1 : 4,000 ส่วนกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ใช้หลายมาตราส่วนตามขนาดพื้นที่ แต่ต้องย่อลงในกระดาษ A4 ทำให้สะเปะสะปะไปหมด

จนมีความคิดในการแก้ปัญหาด้วยการทำแผนที่ระวางเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ทุกส่วนราชการใช้ร่วมกัน หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4,000 (One Map) ขณะนี้ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะแล้วเสร็จในวันไหน ซึ่งถือว่าล่าช้าอืดอาดมากแล้ว นอกจากนั้นยังใช้งบประมาณไปหลายพันล้านบาท ร่วมๆ จะใกล้หมื่นล้านแล้ว โดยมีข่าวคราวการทุจริตหาประโยชน์จากโครงการ One Map โดยตลอด จนพูดกันว่า One Map เป็นแหล่งหาประโยชน์ของคนบางคนไปแล้ว



มีรายงานว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้สรุปผลการตรวจสอบการดำเนินงานการจัดทำแนวเขตในพื้นที่ป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงปีงบประมาณ 2543-2555 ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณ รวมเป็นเงินไม่น้อยกว่า 3,356.14 ล้านบาท พบว่าการดำเนินกิจกรรมปรับปรุงแนวเขตพื้นที่ป่าไม้ในอดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จได้ บางโครงการเกิดความล้มเหลว หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่บรรลุผลสำเร็จ

สตง. ระบุว่า การดำเนินโครงการเพื่อปรับปรุงแนวเขตพื้นที่ป่าไม้ที่ประสบความล้มเหลวและยุติโครงการ ซึ่งมีการใช้จ่ายเงินทั้งสิ้นประมาณ 526.55 ล้านบาท ได้แก่ โครงการจัดทำแนวเขตและเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองพื้นที่ป่าไม้ ภายใต้โครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างภาคการเกษตร (ASPL) ปีงบประมาณ 2543-2546 ดำเนินการได้เพียงปีงบประมาณ 2545 โดยใช้จ่ายเงิน 172.20 ล้านบาท แต่ไม่สามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่อง และมีการแบ่งส่วนราชการใหม่ ทำให้การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบไม่ชัดเจน โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาไม่สามารถใช้ประโยชน์ หรืออ้างอิงในทางปฏิบัติได้อย่างแท้จริง

ส่วนโครงการจัดทำแผนที่ฐานในการกำหนดแนวเขตการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ที่ดิน (โครงการ Reshape) ปีงบประมาณ 2548-2552 ซึ่งการดำเนินโครงการยังไม่แล้วเสร็จ ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ในขณะนั้น) ให้ยกเลิกการดำเนินโครงการ และให้ใช้ผลการดำเนินการตามโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552 มาพิจารณาดำเนินการต่อไป



สำหรับโครงการซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ได้แก่ โครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศปีงบประมาณ 2552-2555 โดยสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ดำเนินการ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสิ้น 2,356.80 ล้านบาท พบว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้การดำเนินกิจกรรมจัดทำแนวเขตพื้นที่ป่าไม้ตามโครงการเร่งด่วนฯ ไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้

สตง. ยังระบุด้วยว่า หน่วยงานหลักที่มีภารกิจโดยตรง ยังไม่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงแนวเขตพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจน นำไปสู่การแก้ไขกฎหมายและแผนที่ที่สามารถบังคับใช้ได้ทางกฎหมาย กล่าวคือ แนวเขตพื้นที่ป่าไม้ตามระวางแผนที่ที่ใช้อ้างอิงในทางปฏิบัติไม่ตรงกับแนวเขตพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี พื้นที่บริเวณแนวเขตป่าไม้กับพื้นที่ทำกินหรือที่อยู่อาศัยของราษฎรบางส่วนยังทับซ้อนกันอยู่ ยังไม่สามารถตรวจสอบพิสูจน์สิทธิการครอบครองพื้นที่ที่ชัดเจนได้และหน่วยงานของรัฐมีพื้นที่ในความรับผิดชอบทับซ้อนกัน โดยแต่ละหน่วยงานยังไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลแผนที่ที่แสดงขอบเขตที่ดินในความรับผิดชอบอย่างชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน

การใช้เงินงบประมาณไปมากมายขนาดนี้ การดำเนินงานยังไม่แล้วเสร็จ และสุ่มเสียงที่ทั้งไม่เสร็จและไม่เกิดประโยชน์จนเกิดความเสียหายได้ไปมากมายขนาดนี้ ควรที่รัฐบาลชุดนี้ที่นายกรัฐมนตรีเคยประกาศอย่างต่อเนื่องว่า จะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันให้สิ้นซาก แต่ทำไมไม่สั่งการมอบหมายให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบไม่ว่าจะเป็น ปปช. ปปท. สตง. ดีเอสไอ หรือ บก.ปปช ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าดำเนินการอย่างรวดเร็ว และเอาจริงเอาจังเสียที ทำไมปล่อยไว้เช่นนี้.
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.18K