อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562

ชีวิต'อดีตสจ๊วด'ถูกด่าวิปริต ลุกขึ้นกำหนดเพศพิสูจน์ตน

สัปดาห์นี้อดีตสจ๊วดหนุ่มเผยแง่คิด กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคถูกเพศตีกรอบชีวิต น้ำตาตกถูกด่าวิปริต แต่ขอพิสูจน์ตนจนพ่อแม่ยอมรับในตัวลูกชายคนนี้ อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.00 น.


เพศที่ถูกกำหนดจากสังคมให้มีเพียง “ชาย” และ “หญิง” บางครั้ง...หลายต่อหลายคนก็รู้สึกอึดอัดเพราะมันไม่ได้ตรงกับความเป็นจริง เช่นเดียวกับชีวิตของเขาผู้นี้ “จตุรงค์ จันทร์นาค” หรือ “ฮอลล์” วัย 29 ปี อดีตสจ๊วดที่ลุกขึ้นมากำหนดเพศของตัวเอง หลังแบกความหวังของคนในครอบครัวผ่านคำว่า “ผมเป็นผู้ชายครับ”

“ฮอลล์” ถ่ายทอดเรื่องราวในวัยเด็กให้ฟังว่า การเป็นเด็กต่างจังหวัด (จ.พิษณุโลก) ซึ่งบ้านอยู่แถบชานเมือง เป็นลูกชายคนเดียวจึงเป็นความหวังของบ้าน โดยที่พ่อรับราชการตำรวจ ส่วนแม่ขายของในห้างสรรพสินค้า แต่เขาก็รู้ตัวดีว่า “เราคงจะไม่ใช่ผู้ชายที่พ่อแม่อยากจะให้เป็น” แต่สังคมพยายามหล่อหลอมว่าเขาคือ “เพศชาย” ที่นอกเหนือจากนั้นคือ
วิปริตผิดเพศ แล้วยิ่งเป็นสังคมต่างจังหวัดจึงไม่ค่อยจะเปิดรับในเรื่องนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว



เขาโชคดีที่พ่อแม่ไม่ได้บังคับ แต่ยังให้โอกาสเลือกเรียนในสิ่งที่รักและชื่นชอบ ให้อิสระในการเรียนหนังสือ ขอเพียงแค่ “ลูกอย่าได้ผิดเพศ” เพราะหัวอกคนเป็นพ่อแม่ กลัวลูกจะลำบาก ใช้ชีวิตยาก ใครจะมารักและจริงใจด้วย แล้วบั้นปลายชีวิตใครจะเลี้ยงดู มันเป็นสารพัดความห่วงใยที่พ่อแม่มีให้แก่เขา

ส่วนเรื่องการเรียนไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวัง สอบได้ที่ 1 ของห้องมาตั้งแต่ชั้นประถมฯ และคว้าเกรด 4 มาโดยตลอด ทำให้จบม.6 มาด้วยเกรดเฉลี่ย 3.96 เด็กสายวิทย์-คณิตที่สอบเข้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งเดียวในโรงเรียนและของจังหวัด มันคือความภาคภูมิใจที่สุดที่เด็กบ้านนอกคนหนึ่งได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ



ความสำเร็จก้าวแรกนี่ทำให้ลบคำครหา ซึ่งเป็นคำถามที่บาดใจของเขามาตลอดเวลา โดยเพื่อนๆ ของพ่อมักถามว่า “ลูกเป็นตุ๊ดหรือเปล่า??” แม้เขาจะไม่เคยตอบและบอกใครว่าเขาเป็นอะไร แต่เขาก็ภูมิใจที่เขาไม่เคยเกเร และยังสามารถใช้การเรียนลบปมด้อย จนเพื่อนๆ ของพ่อเลิกถามแต่กลับชื่นชมในตัวเด็กผู้ชายคนนี้

แต่ความจริงก็คือความจริง แม้เขาจะเลี่ยงและไม่อยากให้คำพูดที่ว่า กะเทย...ตุ๊ด...ผิดเพศ เข้ามาในบ้าน เพราะมันรู้สึกอึดอัด ส่วนที่มหาวิทยาลัยก็เป็นเรื่องของการปรับตัว การได้เข้ามาเป็นนิสิตจุฬาฯ เมื่อปี 51 กลายเป็นว่ามีพื้นที่ในการแสดงออกมากขึ้น จนในที่สุด...กรอบซึ้งไร้ขอบเขต ทำให้เกรดตกไปอยู่ที่ 2.82 จึงกลับมาทบทวนตัวเองว่า เขาจะเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่ตั้งใจเรียนจะทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจได้อย่างไร

การผลักดันตัวเองทำให้เกรดแต่ละเทอมได้ A เกือบทุกวิชา จนเกรดไปแตะที่ 3.76 กระทั่งปี 4 เทอมสุดท้ายคว้าเกรด 3.82 สามารถจบเป็นบัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทย และวิชาโทภาษาอังกฤษ มาให้พ่อแม่ได้ชื่นใจอย่างที่หวังไว้



แต่เขาก็ไม่เคยบอกแม่พ่อว่า..ใจเขาเป็นหญิงในร่างชาย และความฝันต่อมาได้เริ่มขึ้น ทุกคนอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน “ตอนนั้นฮอลล์อยากเป็นสจ๊วด เพราะอาชีพนี้ไม่ใช่ใครก็ทำได้ และก็ไม่ใช่ทุกวัยที่ทำได้”

เพื่อรอเวลาสอบเป็นสจ๊วด เขาเลือกหาประสบการณ์โดยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมนาน 6 เดือน แต่ด้วยภาระงานที่ต้องรับชอบ จึงไม่มีเวลาเตรียมตัวอย่างจริงจัง แต่พยายามขวนขวายฝึกทักษะด้านภาษา กระทั่งสอบติดที่กรมประชาสัมพันธ์ ในตำแหน่งลูกจ้างนักประชาสัมพันธ์ภาษาอังกฤษ ซึ่งทำได้ราว 1 ปีควบคู่กับการเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อสอบสจ๊วด จนวันนั้นมาถึง เขาล่าความฝันสอบเป็นสจ๊วดสายการบินเช่าเหมาลำได้สำเร็จ



ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เป็นสจ๊วดทำให้ได้รู้เรื่องราวต่างๆ สายการบินแบบเช่าเหมาลำก็จะมีข้อแตกต่างไป เพราะรายได้ก็จะขึ้นกับลูกทัวร์ จึงเป็นขีดจำกัดของรายได้ จวบจนปี 58 จึงได้เปลี่ยนงานอีกครั้ง โดยสมัครเป็นพนักงานของบริษัทเอกชน ตำแหน่งต้อนรับลูกค้า VIP ที่เปิดเป็นเลาจน์ในสนามบิน

มันเหมือนกับว่าไม่มีใครรู้ว่าใจเราเป็นอย่างไร ทั้งๆ ที่ต้องทำตัวแมนๆ บางอาชีพเขาไม่ได้เปิดกว้างให้เราแต่งหญิง” เขาตัดสินใจบอกพ่อแม่ว่า...ฮอลล์อยากเป็นผู้หญิง แน่นอนว่าทำให้ท่านทั้งสองตกใจ แต่หัวอกพ่อแม่คงคิดแล้วว่า ลูกชายคงกลับคืนมาไม่ได้แล้ว จากนั้น 1 ปีให้หลังคือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต “ฮอลล์ขอทำหน้าอกนะ” เป็นประโยคที่พ่อออกอาการไม่พอใจอย่างรุนแรง

ทำไมจะต้องทำ ไม่พอใจเหรอที่เป็นแบบนี้” และลุกลามไปจนถึงมีคำพูดที่ต้องน้ำตาตก “ไม่อายเขาเหรอ เดี๋ยวจะไปติดโรคทำไง คงหวังให้ผู้ชายมารักสินะ วิปริตผิดเพศ”

ตลอดระยะเวลาลูกชายคนนี้ไม่เคยถามพ่อแม่เลยว่า การที่มีลูกเป็นแบบนี้เสียใจหรือไม่?? แต่หนุ่มคนนี้ก็รับรู้ได้ในฐานะที่เป็นลูก “เราก็รู้แหละว่าพ่อแม่คงจะเสียใจมาก แค่ไม่แสดงออกมาให้เราเห็นก็แค่นั้น” ซึ่งพ่อเคยถามเขาว่า “ทำไมต้องเป็นแบบนี้” เขาก็ไม่ได้ให้คำตอบไป และกว่าพ่อแม่จะยอมรับอย่างเข้าใจในตัว "เขา" ที่เป็น "เธอ" แบบทุกวันนี้ ก็ใช้เวลาหลังจากทะเลาะกันครั้งนั้นกว่า 3-4 เดือน หลังจากนั้น 1 ปีก็ได้เปลี่ยนแปลงร่างกายตัวเองให้เป็นผู้หญิงมากขึ้น



ปัจจุบัน “ฮอลล์” เธอได้ย้ายมาทำงานที่บริษัทเอกชน โดยทำงานในตำแหน่ง AE ให้กับเว็บไซต์ชอปปิงออนไลน์ แม้ทุกวันนี้ก็ยังถูกคนบางกลุ่มตะโกนใส่หน้าว่า...สายเหลืองๆๆๆ แต่เธอเลือกที่จะไม่ใส่ใจ มันก็แค่คำเหยียดเพศที่ไม่สมควรตีราคา เราควรตั้งใจสร้างความสุขให้การยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็นดีกว่า และเพียงสังคมให้โอกาส เราจะรักตัวเองมากขึ้น

“เราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เลือกจะใช้ชีวิตของเราได้ เราเกิดมาในชีวิตแบบนี้ครั้งเดียว อยากให้ทำอะไรที่เรามีความสุขไม่เดือดร้อนคนอื่น การเป็นตัวเองยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็นคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้เรามีความสุข อย่าให้สังคมหรือสิ่งรอบตัวมาทำให้เราอึดอัด” จตุรงค์ หรือ “ฮอลล์” เผยแง่คิดอีกมุมหนึ่ง

คงพูดได้ไม่เต็มปากว่า...วันนี้ไทยเราเปิดกว้างให้กับเพศทางเลือกอย่างเสรี แต่ในที่สุดเห็นแว็บๆ ว่าร่าง “พ...คู่ชีวิต” ก็ออกมาแล้ว คงต้องดูกันต่อไป...ไทยจะเป็นชาติแรกในเอเชียหรือไม่ ที่ให้สิทธิ์คนเพศเดียวกันสมรสกัน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผลดีต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBT
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%