อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

ทิ้งงานสายการบินสู่ชาวสวน ลาออกผันตัว'ปลูกมะพร้าว'

สัปดาห์นี้อดีตพนักงานสายการบิน ผันตัวเป็นชาวสวนพลิกฟื้นผืนดินปลูก “มะพร้าวน้ำหอม” เปลี่ยนความคิดชาวบ้านเลิกทำเกษตรเคมี สอนเกษตรอินทรีย์ได้มะพร้าวออร์แกนิกที่ดีที่สุดในโลกจากประเทศไทย อาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2561 เวลา 08.00 น.


การได้เห็นคนวัยหนุ่มสาวหันมาจับจอบจับเสียม เลือกเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ลุกขึ้นมาสร้างตัวเองเพื่อเป็นต้นแบบให้ชุมชน...มันน่าชื่นใจสมกับคำพูดที่ได้ยินมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ...อาชีพเกษตรกร คือ กระดูกสันหลังของชาติ แต่บางครั้งกว่าพวกเขาจะทำได้ ก็ต้องแลกมาด้วยการล้มลุกคลุกคลาน เพื่อให้ประสบการณ์ได้สอนวิชา

ไม่ต่างอะไรกับเธอคนนี้ “ออน-นวลลออ เทอดเกียรติกุล” วัย 42 ปี แต่เดิมความรู้ด้านการเกษตรเป็นศูนย์ หรืออาจติดลบก็ว่าได้ แต่ทุกวันนี้เธอกลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพลิกฟื้นผืนดินจากสารเคมี 100% ให้กลายเป็นสวนมะพร้าวน้ำหอมเกษตรอินทรีย์ ใช้ธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ ใส่ใจกระทั่งทิศทางของลม ชนิดของผึ้ง และคุณภาพของดินที่ปลูก เพื่อให้ได้มะพร้าวออร์แกนิกที่มีคุณภาพดีที่สุด



ใช่แล้ว...ถ้าพูดมันก็ดูเหมือนง่าย แค่ปลูกมะพร้าวและรอให้ต้นมันโตจนเก็บลูกมันไปขาย จะไปยากอะไร?? ลองมาสัมผัสชีวิตของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ ที่สามารถทุบกำแพงอุปสรรคพาแนวความคิดของตัวเอง และนำไปสอนให้ทุกคนในหมู่บ้าน เพื่อเป็นกำลังใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่ๆ

..นวลลออ เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะมาเป็นชาวสวน จบปริญาโททำงานประจำที่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิเคราะห์ได้ประมาณ 2 ปี จึงย้ายไปทำงานที่การบินไทย ส่วนของคาร์โก้ ซึ่งทำมายาวนาน 9 ปี ในตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูง (เป็นเสมือนมือขวาทำทุกอย่าง ถามอะไรต้องตอบได้) และน่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำไปจนเกษียณอายุ เพราะเงินเดือนร่วมแสนเลยทีเดียว

แต่เมื่อปี 49 มีเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่เข้ามาทำให้ “พี่ออน” คิดว่า...ถ้ายังทำงานประจำโดยเป็นลูกจ้าง อาจจะเกิดอะไรบางอย่างก็ได้ จึงมองในเรื่องความมั่นคงในบั่นปลายชีวิต ตัดสินใจเปลี่ยนงานครั้งสำคัญ เพราะตอนนั้นอายุ 38 ปีแล้ว การเปลี่ยนงานเมื่ออายุมากๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย



การเปลี่ยนไปทำงานในบริษัทน้ำดำยี่ห้อหนึ่งอยู่ 2 ปี จากบ้านรัฐวิสาหกิจมาสู่บ้านหลังใหญ่ที่เป็นเอกชนนั้น มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เอกชนทำงานท้าทายสุดๆ เป็นนักวิเคราะห์งบประมาณ แต่พี่ออนก็มองหากิจการบางอย่าง เพราะใจอยากเป็น “ผู้ประกอบการ” แต่จะเลือกทำอะไรดี??

การถามตัวเองในวัย 38 ปี ทำให้ย้อนกลับไปเมื่อตอนอายุ 19 ปี เมื่อฉันอายุ 20 ปี 30 ปี 40 ปี หรือ 50 ปี ฉันจะอยู่ตรงไหนของสังคม ฉะนั้นใครก็ตามที่รู้ตัวเองเร็วจะสามารถ short cut ชีวิตตัวเองได้ ความสำเร็จและความล้มเหลวก็จะพบเจอกันเร็วขึ้น เราจะมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น ซึ่งพี่ออนวางไว้ว่า 40 ปี อยากจะเป็นเจ้าของกิจการ แล้วต้องทำอะไรบ้าง?? ร้านเสื้อผ้า เค้ก น้ำเต้าหู้ ฯลฯ ทุกอย่างคือเจ้าของกิจการ

เหตุใดถึงเลือกทำเกษตรกรรม พี่ออนพูดออกมาประโยคหนึ่ง...เพราะพี่เชื่อและศรัทธาในความเป็นไทย ทุกคนทำการเกษตรได้ ไม่ว่าจะได้ดีมากหรือดีน้อยขึ้นอยู่กับบริบทต้างๆ นานา แต่คนที่เป็นคนไทยทำได้ทุกคน พ่อหลวงร.9 ทรงสอนคนไทยไว้ ท่านทรงทำได้ทุกอย่าง เราก็ทำได้...



เมื่อตัดสินใจแล้วจะปลูกอะไร?? คะน้า ผักชี มะม่วง ขนุน ฯลฯ พี่ออนเอะใจว่า...ทำไมต่างชาติรุมซื้อมะพร้าวซาเล้งลูกละ 35 บาทมันเกิดอะไรขึ้น จึงขับรถไปแหล่งปลูกที่อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ทำให้ตลอด 3 เดือนในร่างของมนุษย์เงินเดือนรู้จักมะพร้าวมากขึ้น แบ่งเวลาจากงานประจำทุกๆ เสาร์ลงพื้นที่ ส่วนวันอาทิตย์หาข้อมูลอยู่บ้าน

“6 เดือนแรกมันเหนื่อยมาก มันเป็นช่วงที่เรากำลังตั้งไข่ เพราะไม่ได้ทำแค่ตัวเอง แต่จะทำอย่างไรให้ชาวบ้านเชื่อว่าธรรมชาติดีที่สุด มันไม่ได้สวยหรูเลย” จนกระทั่งผ่านไป 1 ปี 3 เดือน เธอสามารถมีที่ดิน 10 ไร่เป็นของตัวเอง จนตอนนี้มีความร่วมมือ 600 ไร่ในอ.ดำเนินสะดวก กลายเป็นสวนมะพร้าวน้ำหอมที่ไม่ได้มาจากประเทศมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย แต่เป็น “มะพร้าวน้ำหอมที่ดีที่สุดในโลก” ที่มาจากประเทศไทย

สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือมูลค่า” พี่ออนบอกแบบนั้น พร้อมกับเผยแง่คิดว่า การจับอาชีพอะไรขึ้นมาเราต้องมีตัวชี้วัดก่อนว่า อาชีพสุดท้ายจะเลี้ยงดูครอบครัวได้ตลอดหรือเปล่า พี่ออนเห็นถึงมูลค่าก่อนลงมือทำอยู่สักระยะหนึ่ง และหลงรักการทำสวนจนเป้าหมายเปลี่ยนไปเป็น “คุณค่า” กลายเป็นว่าไม่ใช่เรื่องเงินแล้ว ธรรมชาติคือสิ่งที่เราควรดูแลเพื่อนำไปเป็นของกินและธรรมชาติจะอยู่คู่กับชุมชน



อดีตพนักงานสายการบินคนนี้ จากที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง พื้นฐานที่บ้านเป็นข้าราชการอยู่ที่จ.ตรัง แต่เธอเลือกเป็นผู้เรียนรู้ก่อนให้คืนกลับไปเพื่อเปลี่ยนแปลงไร่ที่ใช้สารเคมี 100% อีเหละเขะขะสุดๆ จนลืมวิถีแบบไทยๆ รุ่นปู่ย่าตายาย เคยปลูกผักอย่างไร ก็ควรจะทำแบบนั้น กลายเป็นเหตุผลที่เธอลาออกจากงานประจำเมื่ออายุ 40 ปีนิดๆ

ในสัปดาห์ถัดไปห้ามพลาด เพราะจะพาไปเจาะวิธีปลูกมะพร้าวให้ได้เงินแสน ซึ่งในสัปดาห์นี้พี่ออน ฝากข้อคิดการใช้ชีวิตว่า...ทุกอาชีพมีคุณค่า พี่ว่ากับดักของมนุษย์เงินเดือน คือถ้าใช้ชีวิตแบบไม่มีแผนรองรับ เราก็จะไม่มีสิ่งที่เราเก็บสะสมเอาไว้ แต่ถ้าใครทำงานมีแบบแผนในชีวิตก็มีความสุขได้ เช่นกันมองในมุมกลับ ถ้าชาวสวนไม่มีแผนก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์เงินเดือน ฉะนั้นทุกอาชีพมีคุณค่าเหมือนกัน มีความสุขคนละมิติ ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด.
..................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 482