อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562

'สาวป.โท'พลิกผืนดินเคมี สอนปลูกมะพร้าวเงินแสน

สัปดาห์นี้ไปเจาะวิธีปลูก “มะพร้าวน้ำหอม” ที่ดีที่สุดในโลกมาจากประเทศไทย ฝีมือสาวป.โท ผู้พลิกผืนดินเคมี ยอมทนคำสบประมาท ก่อนก้าวสู้ความสำเร็จ เป็นชาวสวนที่มีความสุข อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลา 08.00 น.


หลายคนถามว่า...ความสุขที่แท้จริงของงานที่ทำอยู่คืออะไร?? บางคนบอกว่ามันคือหน้าที่ ตำแหน่งที่มาพร้อมเกียรติยศ ได้รับการนับหน้าถือตา ซึ่งถ้ารักและมีความสุขกับงานที่ทำ เราก็จะทำมันออกมาดีที่สุด แต่ความสุขบางครั้งหาไม่ได้กับตำแหน่งใหญ่โต เพราะอาชีพ “ชาวสวน” ก็มีความสุขได้เช่นเดียวกับหญิงที่ชื่อว่า “ออน” วัย 42 ปี

สัปดาห์ก่อนคงจำเธอได้ “นวลลออ เทอดเกียรติกุล” สาวปริญญาโท อดีตพนักงานสายการบิน (มือขวาผู้บริหาร) ที่ผันตัวออกมาพลิกฟื้นผืนดินปลูก “มะพร้าวน้ำหอม” เปลี่ยนความคิดชาวบ้านเลิกทำเกษตรเคมี และสอนเกษตรอินทรีย์ได้มะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกที่ดีที่สุดในโลกจากประเทศไทย



วันนี้พาไปเจาะวิธีการปลูกโดยใช้ธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ โดยเธอบอกแบบไม่กั๊กเลยว่า...ตื่นตั้งแต่ 06.00 น. ทำภารกิจส่วนตัวเสร็จก็ลงสวนตั้งแต่ 7.30-11.30 น.

“พี่ก็เดินดูศรัตรูพืชและวัชพืช ดูหน้าตาของเขา (มะพร้าว) ดูความเป็นไป ต้นไหนออกดอก ทะลายไหนควรเก็บได้แล้ว ดูทิศทางลม แม้กระทั่งชนิดของผึ้งฤดูต่างๆ เพราะจำนวน 10 ไร่ใช้เวลาเดินข้ามคลอง เดินไปถ่ายรูปบักทึกไป ส่วนการรดน้ำ 3 วันครั้ง ใส่ปุ๋ยคอกทุกๆ 3 เดือน วนกันไปทั้งขี้วัว ขี้นก ขี้ไก่ เพราะค่า NPK ที่แตกต่างกัน และให้คุณค่าทางอาหารต่างกัน ซึ่งหาได้ในชุมชนและไม่มีค่าขนส่งอีกด้วย”





การบันทึกว่าต้นนั้นต้นนี้เป็นไง มันคือเพชรที่ยังไม่เจียระไน” ซึ่งจะมีชาวสวนคนไหนที่ไปจดบันทึกว่าต้นนี้ออกกี่ลูก อาการเป็นอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วก็ได้มะพร้าวน้ำหอมเหมือนกัน ลูกค้าบางคนถามเธอว่า มะพร้าวลูกนี้มันเกี่ยวอะไรกับเขา เธอตอบกลับไปว่า “คุณไม่อยากรู้เหรอค่ะ ว่ามะพร้าวมาจากต้น A3 ไม่ได้มาจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย แต่เป็นมะพร้าวน้ำหอมที่ดีที่สุดในโลก ที่มาจากประเทศไทย” ถึงแม้ว่าจะขายให้กับคนทั้งโลกไม่ได้ แต่เธอสร้างความศรัทธาและคุณค่าของมะพร้าวน้ำหอมของประเทศไทยได้

เพราะการยอมเอาตัวเองออกจากกรุงเทพฯ มาตั้งรากฐานที่จ.ราชบุรี คือ ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของตัวเธอเอง ประโยคหนึ่งเธอพูดว่า...ถ้าอยากเป็นนางเอกก็ไปเดินสยาม เพราะถ้าอยู่แต่บ้านก็ไม่มีใครเห็น เธอก็เลยเอาตัวเองออกจากบ้านมาที่จ.ราชบุรี จากวันนั้นไม่มีไร่ วันนี้มี 10 ไร่ โดยเป็นการซื้อสวนมะพร้าวน้ำหอมที่ใช้แต่สารเคมีต่อมาจากชาวบ้าน เพื่อเปลี่ยนเป็นอินทรีย์ และตอนนี้มีความร่วมมือ 600 ไร่ในอ.ดำเนินสะดวก





ความรู้ด้านภูมิศาสตร์ที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม ทำให้เธอรู้ว่า...แม่น้ำอะไรที่ดีที่สุด?? เธอเชื่อว่า “แม่น้ำแม่กลอง” เป็นแม่น้ำที่เพรียวและอุดมสมบูรณ์ที่สุด จึงเป็นเหตุผลที่หญิงชาวสวนคนนี้ เลือกจ.ราชบุรี ถ้าไปเลือกแม่น้ำสายอื่นแน่นอนว่าไม่ได้เป็นเป้าหมายของการพาตัวเองออกจากบ้าน เพื่อตามหาอาชีพที่มีความสุขและมีคุณค่า

“พอตอนบ่ายพี่ก็กลับไปทำงานเอกสาร วิเคราะห์เขียนแผนอะไรก็ว่ากันไป แต่งานเหล่านี้ได้ถูกผ่องถ่ายให้กับทีมงาน เพราะถ้าทำคนเดียวพี่ก็คงจะทำไม่ทัน”



เธอบอกว่าที่เล่ามานี้ไม่ใช่ว่า “การทำเกษตร” ไม่มีอุปสรรค “อุปสรรคมีทุกมื้ออาหาร ขึ้นอยู่กับว่าจะบริหารและตกใจกับมันมากแค่ไหน” ความจริงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันย่อมมีอุปสรรคเข้ามา Demand & Supplyหรือรายรับรายจ่ายที่ยังไม่เคยรู้มาก่อน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ท้อ “พี่ไม่เคยคิดเลยว่าจะลาออกมาทำไม เพราะมีจุดมุ่งหมาย จนลืมอุปสรรคไปหมดทุกอย่าง หรือแม้มีอุปสรรคก็มีหนทางแก้ไข เพราะเชื่อในสิ่งนี้แล้วว่าคืออาชีพสุดท้าย ทำให้ภายใน 1 ปี 3 เดือนที่มาเป็นชาวสวน มันเกินความคาดหวังของตัวเองมาก”

“มะพร้าวน้ำหอม” หลังปลูก 3 ปีจะให้ผลผลิตได้จนถึงอายุ 15 ปี ไปจนถึง 30 ปีแต่ต้นจะสูงเกินไปที่จะเก็บเกี่ยว ซึ่งระยะเวลา 7 เดือนที่ต้องฟูมฟัก หนึ่งทะลายได้มะพร้าว 5-15 ผล จากนั้นนับไปอีก 21 วันจะตัดทะลายที่ 2 ได้ ต้นหนึ่งก็มีหลายทะลาย ใน 1 ปีมะพร้าวหนึ่งต้นสามารถให้รายได้มากถึง 18 ครั้ง แต่เงินเดือนให้ได้เพียง 12 ครั้ง





ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทำเกษตรยากแค่ไหน แต่มันคือทัศนคติที่ไม่ตรงกัน การเปลี่ยนแปลงอะไรเดิมๆ ที่ชาวบ้านเคยชินไม่ใช่เรื่องทำได้ 1-2 วันสำเร็จ การจับเกษตรกรมาฟังเรื่องเกษตรอินทรีย์ แล้วเจอคำพูดที่ว่า “หนู...ลุงไม่ทำหรอก!!! ลุงฉีดยาดีกว่า เสียเวลาไม่เอาด้วยหรอก” มันคือความท้าทายจนต้องถามตัวเองว่า เข้าถึงแล้วหรือยัง เข้าใจหัวใจของเกษตรในอดีตแล้วหรือยัง ถ้าไม่เข้าใจก็พัฒนาไม่ได้ แต่ทำไมพี่ออนถึงสำเร็จได้เร็ว เพราะเธอให้ใจและเรียนรู้ก่อนให้คืนกลับไปที่ชาวบ้าน จนสามารถคว้ารับรางวัลเกษตรกรดีเด่น โครงการเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดประจำปี 60

ถ้าพี่ออนเป็นแม่ค้า พี่ออนจะคิดแค่กำไรหรือขาดทุน แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบการ ขาดทุนวันนี้ ขาดทุนคือกำไร เพราะเราเลือกที่จะให้ก่อน เช่นเดียวกันถ้าเราทำงานราชการ แต่สวมวิญญาณเป็นผู้ประกอบการ น้องจะทำงานได้ดีมาก เพราะเราจะคิดว่าทำเพื่อองค์กร เป็นเจ้าขององค์กรหรือกิจการนั้นๆ ไม่ได้เป็นลูกจ้าง ไม่ได้เป็นข้าราชการ เราจึงทำงานได้ดีสุดๆ และมันเป็นสิ่งดี นี่แหละคือความสุขของพี่ออน”





ถ้าคนอื่นเห็นว่า “เกษตรอินทรีย์” มันดีจริงๆ เขาก็คงจะนำไปปรับใช้ อย่างเช่นที่ได้รับโอกาสดีๆ ในงานแถลงข่าวเปิดบ้าน Charna โดยมีเพื่อนเกษตรกรร่วมอีก 5 ท่าน เป็น Farm Hub เล็กๆ ที่มีคุณค่าของผู้บริโภค “เราจะเป็นตัวเล็กๆ ที่สร้าง awareness ที่ดีให้กับภาคการเกษตร เพื่อส่งต่ออาหารที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุดให้เพื่อนมนุษย์ในโลกใบนี้”

พี่เชื่อว่าทุกคนทำเกษตรได้ ขอแค่ลงมือทำ แล้วมันมีคุณค่า เงินเดือนพนักงานประจำหลักแสนแสดงว่ามะพร้าวน้ำหอมมันต้องได้ดีกว่านั้น อะไรมีความสุขกว่ากัน ถ้าเราอยู่ในองค์กรก็จะถูกสวมบทบาทนั้นให้ แต่ถ้าเราเป็นเจ้าของกิจการ เรากำหนดทิศทางของตัวเอง อะไรมีความสุขมากกว่ากัน มันก็แค่ 2 ประโยคแค่นี้เอง ตื่นมาทำงานที่ไร่ หรือจะตื่นมาขับรถ 2 ชั่วโมงไปทำงาน ความสุขที่คุณเลือกเอง.
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


อ่านเรื่องราวของ "พี่ออน" ได้ที่ลิงค์ข้างล่าง

ทิ้งงานสายการบินสู่ชาวสวน ลาออกผันตัว'ปลูกมะพร้าว'

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 818