อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562

เมื่อเลโก้ไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ

สัปดาห์นี้ไปพูดคุยกับผู้ที่ก่อตั้ง LSP Thailand หรือ LEGO SERIOUS PLAY เป็นการใช้เลโก้ปรับเปลี่ยนคนในองค์กร จันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น.


เมื่อต้นปีผมไปเรียนในหลักสูตรระยะสั้น แต่เข้มข้นชื่อ Workshop for Emerging Leaders ของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย Thailand Institution of Justice เรียกสั้นๆ ว่า TIJ มีอยู่คลาสหนึ่งที่อาจารย์ให้นักเรียน 12 คน สลับออกมาฝึกพูดพรีเซนต์โปรเจกต์และนโยบายของตัวเองคนละ 10 นาที มีอยู่โปรเจกต์หนึ่งผมประทับใจมากเพราะผู้ที่พรีเซนต์ได้แจกเลโก้ให้กับทุกคน (รวมทั้งอาจารย์อีก 2 ท่านด้วย) เธอบอกโจทย์ว่า “มีเลโก้อยู่ 6 ชิ้น ขอให้ต่อเป็นรูปเป็ดแบบไหนก็ได้ในความคิดของตัวเอง มีเวลา 30 วินาที เริ่มได้ค่ะ”

พอหมดเวลาทุกคนได้โชว์เป็ดที่เพิ่งทำเสร็จให้กับคนรอบข้าง ไม่น่าเชื่อครับ เป็ดทั้ง 14 ตัว ไม่เหมือนกันเลยสักตัว หลังจากนั้น ผู้พรีเซนต์เริ่มเข้าสู่การบรรยายว่า “จากที่เห็นทุกคนมีความคิดที่แตกต่าง และจินตนาการไม่เหมือนกัน” โปรเจกต์ของเธอคือ LEGO® SERIOUS PLAY® เป็นกระบวนการดึงศักยภาพของบุคคลออกมา เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรที่ดีขึ้น แล้วเธอก็อธิบายโปรเจกต์ในเวลาสั้นๆ 10 นาทีและจบแบบสวยงาม



ผมเองยังติดใจโปรเจกต์นี้อยู่ จึงขอนัดสัมภาษณ์กับ คุณปุ้ม หรือ อ.ปุ้ม-ณฤดี คริสธานินทร์ Director of Inspiration และ Strategy & Team Transformation Facilitator บริษัท Eureka International และผู้ก่อตั้ง LSPThailand.com

ประชุมแบบ 80/20
ตัวเลขนี้มักจะเกิดขึ้นในที่ประชุมเสมอ มีคนที่พูดเสนอความคิดเห็นแค่ 20% ที่เหลืออีก 80% นั่งฟังและเออออ พอออกจากห้องประชุม ระหว่างเดินไปเข้าห้องน้ำหรือจิบกาแฟ ก็จะมีคนมาพูดทีหลังว่า “ความคิดในที่ประชุมเมื่อกี้ไม่เวิร์กหรอก”

คน 20% ที่พูดไม่ใช่เรื่องผิด เขาอาจจะมีความคิดดีๆ และมีความกล้าที่อยากจะนำเสนอ แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ ความอาวุโส หรือพื้นฐานการศึกษา อาจจะทำให้คนอีก 80% รู้สึกเกรงใจและปล่อยให้คน 20% พูดเสนอไอเดียไป แต่จะดีกว่าไหม ถ้าทุกคนมีส่วนร่วม กล้าเสนอความคิดเห็น ทุกคนพร้อมรับฟัง และสุดท้ายเกิดแอ็กชั่นขึ้นมาจริงๆ ถ้าทำแบบนี้ได้ การประชุมจะไม่เป็นเรื่องน่าเบื่อ เสียเวลา และวนแต่ความคิดเดิมๆ แต่จะกลายเป็นการประชุมที่สนุก กระชับ เข้าประเด็น และได้เห็นหลายมุมมอง ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของ LEGO® SERIOUS PLAY®

เล่นก่อนเริ่มกระบวนการ
ได้เล่นเลโก้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ค่ะ” คุณปุ้ม มักจะตั้งคำถามนี้กับผู้ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปก่อนเริ่มกระบวนการ LEGO® SERIOUS PLAY®

คุณปุ้มให้ถุงชิ้นส่วนเลโก้กับผมมา 1 ถุง ผมเทออกมา มีชิ้นส่วนมากมาย คุณปุ้มบอกว่าถ้าไปทำเวิร์กช็อปกับองค์กรใหญ่และคนมากกว่านี้ เลโก้จะถูกจัดใส่ถาดและจำนวนชิ้นเยอะกว่านี้ คุณปุ้มบอกโจทย์กับผมให้ลองสร้างตึกในแบบของตัวเอง แต่มีโจทย์คือ ต้องใช้แผ่นสีดำเป็นฐาน ใช้เวลา 4 นาที และชิ้นสุดท้ายขอให้เป็นการประกอบคนแล้วไปวางไว้ตรงไหนก็ได้ในตึก เผลอแป๊บเดียวเวลา 4 นาทีผ่านไปเร็วอย่างไม่รู้ตัว

หันไปดูคนรอบข้าง
วันนั้นคุณปุ้มก็ต่อตึกไปพร้อมๆ กับผมด้วย แต่ผมแทบไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าคุณปุ้มกำลังทำอะไรอยู่ เพราะผมมัวแต่สนใจจะสร้างตึกของตัวเอง คุณปุ้มบอกผมว่า เวลาเราเล่น เราจะโฟกัสในสิ่งที่ทำ เวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนได้เลโก้จำนวนเท่ากันและโจทย์เดียวกัน แต่แสดงผลงานออกมาแล้ว ไม่มีใครที่ทำเหมือนกันเลย

เล่าเรื่องและรู้จักฟังเรื่องราว
คุณปุ้มขอให้ผมเล่าเรื่องตึกที่ผมสร้างให้เธอฟังหน่อยว่าเริ่มสร้างอย่างไร เวลาพูดถึงชิ้นส่วนต่างๆ อยากให้ผมชี้ชิ้นส่วนนั้นประกอบกับการอธิบายไปด้วย คุณปุ้มเสริมว่าในระหว่างเล่า คนอื่นจะฟังเรื่องราวของผู้เล่า เมื่อเล่าจบแล้ว Facilitator จะถามคำถามเพิ่มเติม หรือเปิดโอกาสให้คนอื่นได้ถามถึงงานที่เราทำ...มื่อผมได้เล่าเรื่อง ผมรู้สึกได้ว่ามีสิ่งต่างๆ ออกมามากกว่าตอนที่ผมคิดไว้ตอนแรกด้วยซ้ำ



อุปลักษณ์ (Metaphor)
หลังจากนั้น คุณปุ้มเริ่มหยิบเลโก้ขึ้นมา แล้วบอกว่า บางครั้งชิ้นส่วนในเลโก้นำมาแทนสิ่งที่คิดและให้ความหมายกับสิ่งต่างๆ ได้ เป็นคำเปรียบเทียบโดยนัย (อุปลักษณ์) เพื่อใช้ในการเล่าเรื่อง อาทิ มีผู้บริหารชาวอินเดียคนหนึ่งอยากพูดถึงเรื่องราวของตัวเอง เขาหยิบเลโก้รูปวัวขึ้นมา บอกว่าชีวิตในอดีตของเขาเหมือนวัวตัวนี้ เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน ทำงานหนัก อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้กับการทำงานเพื่อให้ครอบครัวสุขสบายขึ้นเหมือนกับวัวที่เสียสละทั้งนมและเนื้อให้กับทุกคนที่ต้องการ สักพักผู้บริหารท่านนั้นหยิบเลโก้รูปเสือขึ้นมา แล้วบอกว่า แต่ในปัจจุบัน เขาอยู่ในวงการธุรกิจ เหมือนกับเสือที่คอยหาโอกาสและจัดการเหยื่อเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ที่มากที่สุด เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิต เขาคิดว่าเขาอยากจะกลับไปเป็นวัวเหมือนดังเดิม

เล่าถึงตรงนี้ คุณปุ้มบอกให้ผมเปลี่ยนตึกที่เพิ่งทำเสร็จ ช่วยต่อเป็นการงานที่ผมกำลังทำอยู่แล้วช่วยเล่าให้ฟังสัก 5-6 ประโยค ผมใช้เวลาไม่นานก็ได้ยานลำเล็กๆ แล้วเล่าให้กับคุณปุ้มฟังว่า “อาชีพผมเป็นนักเขียน ค่อนข้างอิสระ ไม่ได้นั่งอยู่กับที่ เพราะฉะนั้นผมจึงขี่ยานลำเล็กๆ ค่อนข้างคล่องตัวเหมือนสำนักพิมพ์เล็กๆ ที่ผมทำอยู่ บนหัวผมเป็นดอกไม้และถือช่อใบไม้ (คุณปุ้มให้ผมชี้ที่ดอกไม้และช่อใบไม้ด้วย) แทนความเบิกบาน ความรู้ และความสุขที่ติดอยู่กับตัวผมและสามารถนำไปมอบให้กับคนอื่นได้ทุกที่ บนยานลำเล็กๆ จะสังเกตว่ามีตาเล็กๆ 2 ตา หันไปคนละทาง ตาแรกแทนลูกชายที่เขาเฝ้ามองการทำงานของผมอยู่ ส่วนตาที่สองหันไปด้านหลังแทนภรรยาที่เป็นบรรณาธิการ คอยตรวจตราในสิ่งที่ผมมองไม่เห็น ธงที่ปักด้านหลังแสดงถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่จะไปไกลหรือเปล่านั้นไม่ทราบเหมือนกันครับเพราะยานลำเล็กเหลือเกิน (แอบหัวเราะแก้เขิน) และบันไดข้างๆ เป็นการเปิดรับคนที่คิดเหมือนกัน ให้ก้าวขึ้นยานมาด้วยกัน”...โอ้ไม่น่าเชื่อผมเล่าถึงอาชีพและสำนักพิมพ์ที่ทำหนังสือเด็กของผมได้ด้วยเลโก้!!

หัวใจของ LEGO® SERIOUS PLAY®
จากประสบการณ์ที่ได้ลองเล่น-เล่า-ฟัง-ถามตอบ-สะท้อนความคิด-แบ่งปันความรู้ ผมเห็นว่าเลโก้เป็นแค่เครื่องมือ แต่หัวใจจริงๆ คือ Facilitator (กระบวนกร) หรือผู้อำนวยการประชุมที่คุณปุ้มกำลังทำอยู่ ที่ช่วยจัดกระบวนการเรียนรู้โดยการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรม Facilitator นี่สำคัญมากนะครับ เพราะเป็นคนตั้งคำถาม กำหนดทิศทาง ปลดล็อคความคิด ให้กำลังใจและปกป้องผู้เข้าร่วมกิจกรรม ในขณะเดียวกันก็ต้องคุมกฎ สรุปประเด็น นำทุกๆ ความคิดมาเชื่อมเข้าหากัน และสนับสนุนกระบวนการ “การมีส่วนร่วมทางความคิด”

ความสัมพันธ์ของสมองและมือ
คุณปุ้มพูดถึง Hand - Mind Connection ว่าตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องแม่จนคลอดออกมา การพัฒนาสมอง มือ และเท้าจะมีการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน การเล่นเลโก้โดยใช้มือต่อแล้วเกิดเป็นรูปทรงสามมิติ เมื่อรวมกับการเล่าเรื่องไปด้วยจะมีความรู้และความคิดหลั่งไหลออกมา ทั้งสมองและมือจะมีความเชื่อมโยงกันอย่างมหาศาล เราจะมักจะเห็นท่าบริหารสมองที่ใช้มืออยู่บ่อยๆ หรือเด็กเล่นเปียโน ทำไมถึงเรียนด้านอื่นได้ดีด้วย แม้กระทั่งผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตที่เริ่มบังคับและขยับมือได้แสดงว่าสมองเริ่มทำงาน ดังนั้นถ้าเราต้องการเสริมความสัมพันธ์ของสมองและมือ ทำได้ง่ายๆ ด้วยการเล่นเลโก้ที่ผ่านกระบวนการคิดด้วยมือ

จริงๆ การใช้มืออาจจะทำโดยการเขียนหรือการปั้นดินก็ได้ แต่เลโก้เหมาะกับการแก้ปัญหาและปรับเปลี่ยนไอเดียได้ง่าย ในขณะที่เริ่มสร้างไม่ต้องคิดมาก พอเริ่มต่อเพิ่มหนึ่งชิ้นก็จะมองเห็นการต่อชิ้นต่อไป มีพื้นที่ให้เราได้ลองผิดลองถูก แถมเวลาจะแก้ ก็แค่แกะออกเปลี่ยนใหม่ได้ โดยไม่เห็นร่องรอยเดิมที่เคยคิดอะไรไว้ อีกทั้งเวลาสร้างร่วมกับคนอื่น อาจจะนำเลโก้มาต่อเชื่อมประกอบกันได้อีก นี่เป็นการทำงานของสมองที่สัมพันธ์กับมือ



LEGO® SERIOUS PLAY® ไม่ใช่ของเล่นสำหรับเด็ก
ถ้าต้องการให้เด็กเล่นเลโก้เสริมทักษะและจินตนาการต้องเป็น LEGO® EDUCATION ที่จะมีชุดต่อหุ่นยนต์และกลไกต่างๆ ซึ่งเหมาะสำหรับเด็ก แต่ LEGO® SERIOUS PLAY® จะมีชุดตัวต่อโดยเฉพาะ แต่ละชิ้นมีความหมาย ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

ทำไมถึงเป็น LEGO® SERIOUS PLAY®
กระบวนการใช้เลโก้เข้ามาแก้ไขปัญหาองค์กรเกิดมาจากคนในบริษัทเลโก้นั่นเอง เพราะบริษัทเลโก้ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงของประเทศเดนมาร์กเริ่มมีปัญหาในปี 1996 ตลาดของเล่นเริ่มเปลี่ยนจากการเล่นของเล่นด้วยมือ มาเป็นเล่นวิดีโอเกมส์อยู่บนหน้าจอ ผู้บริหารเลโก้พยายามประชุมหาทางออก ซึ่งสิ่งที่คิดได้คือออกแพ็คเกจใหม่ ซึ่งก็ดีขึ้นมานิดหน่อย อย่างไรก็ตาม ซีอีโอของเลโก้เชื่อว่าคนในบริษัทของเขาเก่ง แต่ควรทำอย่างไรถึงจะดึงศักยภาพของคนในบริษัทออกมาให้ได้ ซีอีโอจึงไปคุยกับสุดยอดอาจารย์ในด้านธุรกิจ ท่านอาจารย์ได้บอกว่า เลโก้เป็นของเล่นที่ปลดปล่อยจินตนาการของเด็กได้ ทำไมจะใช้กับผู้ใหญ่ไม่ได้ ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนในบริษัทมองว่าเลโก้ไม่ใช่แค่ของเล่นอีกต่อไป

เริ่มแรกเป็นการประชุมเรื่องกลยุทธ์ของ LEGO® SERIOUS PLAY® โดยเริ่มจากเลโก้ทุกชิ้นส่วนมีความหมายทั้งหมด โดยทุกคนที่เข้าเวิร์กช็อป ทุกคนจะได้กองเลโก้ที่เหมือนกันทุกชิ้นส่วน เพื่อความเสมอภาคเท่าเทียมกันและเล่นในสนามเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นซีอีโอหรือเด็กฝึกงานก็ตาม เมื่อเล่นแล้ว ทุกคนจะเท่าเทียมกัน เชื่อมโยงแบบมนุษย์เหมือนกัน ทุกคนเล่นผ่านโมเดลเลโก้ ซีอีโอไม่ต้องแบกตำแหน่งมาด้วย เด็กฝึกงานก็กล้าพูดกล้าถามออกมา ทำให้บทสนทนามีความหมาย ครั้งแรกใช้กระบวนการนี้ในองค์กรของบริษัทเลโก้ก่อน แล้วก็ทำ Executive Discovery โดยเฉพาะ หลังจากนั้นก็มีเทคนิคการคิดกลยุทธ์ การทำแลนด์สเคปเพื่อดูระบบแล้วค่อยแก้ปัญหา พอทำอย่างนี้แล้ว จึงจัด Certify สำหรับ Facilitator ที่สนใจ

การเป็น Facilitator
คุณปุ้มมองเลโก้เป็น Innovative Thinking Process ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โลกเปลี่ยนแปลงเยอะมาก องค์กรที่มีชื่อเสียงในอดีตต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดในโลกยุคปัจจุบัน

คุณปุ้มมีหน้าที่การงานเป็นอาจารย์ ทำวิจัย เป็นที่ปรึกษากลยุทธ์ และเป็น Facilitator อยู่ก่อนแล้ว วันหนึ่งเคยไปให้คำปรึกษาบริษัทข้ามชาติ ที่นั่นมีการใช้เลโก้มาทำกิจกรรมสั้นๆ แต่คุณปุ้มกลับสนใจมาก จึงไปศึกษาเพิ่มเติมเองและคิดว่าอยากรู้มากกว่านี้ เพราะยังติดใจการประชุมแบบ 80/20 จะทำอย่างไรให้การประชุมใช้เวลาน้อยแต่มีประสิทธิภาพ ได้รับความรู้ความคิดจากผู้ร่วมประชุมทุกคน แล้วมีอะไรเกิดขึ้นมาจริงๆ

คุณปุ้มเล่าให้ผมฟังว่าเธอไป Certify เพื่อเป็น Facilitator เข้มข้นถึง 4 วัน รู้ว่ามันดีมาก จึงไม่อยากเก็บไว้คนเดียว เพื่ออยากช่วยแก้ปัญหาที่เกิดในองค์กร จึงจัด Certify ในเมืองไทย เพื่อให้องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงนำกระบวนการนี้ไปทำให้องค์กรดีขึ้น โดยผ่านกระบวนการเล่นนี้ จึงตั้ง LSPThailand ขึ้นมาในปี 2015 เป็นเวิร์กช็อปที่ใช้ LEGO® SERIOUS PLAY® อย่างเต็มประสิทธิภาพจริงๆ มีองค์กรภาครัฐ ให้ทำเวิร์กช็อปเมื่อรับข้าราชการใหม่ ผอ.เข้าร่วมทำกิจกรรมกับข้าราชการใหม่ด้วย ถือเป็นการทลายกำแพงที่มองไม่เห็นมานาน ขนาดที่ ผอ. ยอมรับว่าวันแรกได้อบรมสอนให้ความรู้น้องๆ หลังจากทำกิจกรรมด้วยกันแล้ว ผอ. บอกว่าน้องๆ ได้สอนบางสิ่งที่เขาไม่รู้เช่นกัน เหมือนได้มองย้อนไปดูตัวเองเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทำให้เข้าใจและมีหวังกับคนรุ่นใหม่



Top 3 ที่ขอให้ไปทำเวิร์กช็อปบ่อยที่สุด
กลยุทธ์ของการสร้างทีม ไม่ใช่แต่ละคนทำงานของตัวให้เสร็จ ทุกคนต้องมีความเคารพกัน มองเห็นเป้าหมายเดียวกัน

กลยุทธ์องค์กร ต้องมีวิสัยทัศน์เดียวกัน ทุกคนอยากทำสิ่งที่มองเห็นร่วมกันให้เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ใช่แค่วิสัยทัศน์ของประธานบริษัทคนเดียว

กลยุทธ์ของชีวิต ผู้บริหารระดับสูงเมื่อถึงจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว ทำงานมาตลอดไม่เคยหยุดดูตัวเองและคนรอบข้างเลย ถึงเวลาที่ต้องกลับมาดูตัวเองอีกครั้ง

หลังจากผ่านเวิร์กช็อปไปแล้ว ผู้ร่วมกิจกรรมจะมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ คุณค่าของตัวเองและคนในองค์กรมากขึ้น คุยกับคนรอบข้างด้วยความเข้าอกเข้าใจมากขึ้น รับรู้มุมมองของแต่ละคนมากขึ้นจากเรื่องที่เขาเล่า มีความเป็นทีมและเห็นความเชื่อมโยงของงานที่ทำกับองค์กร กระบวนการนี้จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หลังจากจบเวิร์กช็อปไปแล้ว คนที่มาร่วมจะได้สอนตัวเอง จากคนที่ปรารถนาดีกับองค์กรอยู่แล้ว แต่ไม่เคยมีใครได้ยินเขาพูดก็มีโอกาสได้พูด คนที่เป็นผู้นำอยู่แล้ว เริ่มรู้จักฟังคนอื่น เขาก็จะเป็นผู้นำที่ดีขึ้น

จำนวนคนและเวลา
จำนวนคนน้อยที่สุดคือ 2 คน มากที่สุดที่เคยทำคือเกือบ 200 คน แต่แบ่งเป็นโต๊ะ โต๊ะละ 12 คน ใช้เวลาน้อยที่สุด 3 ชั่วโมง มากที่สุดคือ 2 วันครึ่ง ถ้าเป็นเวิร์กช็อปขนาดใหญ่จะมีทีมเพราะเรามีเครือข่ายของ Facilitator แล้วดูให้เหมาะสมกับโจทย์ที่ได้มาในแต่ละครั้ง

ไม่น่าเชื่อนะครับ ตัวต่อเลโก้ชิ้นเล็กๆ จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ได้ ใครสนใจกระบวนการ LEGO® SERIOUS PLAY® ลองเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมหรือติดต่อสอบถามได้ที่ https://www.lspthailand.com ครับ
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.46K