อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562

ผู้หมวดปวดใจ

สัปดาห์นี้มีเรื่องเล่าของ “ผู้หมวด” เจ้าของคดีดังต้องพบเจอกับนักข่าวจนปวดใจ แต่ถ้าไม่เป็นข่าวผู้หมวดคงปวดร้าว จะเพราะอะไรไปติดตามกัน พุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น.


ร้อยตำรวจโทนายหนึ่ง ประชาชนราษฎรมักเรียกกันว่า...หมวด หรือ...ผู้หมวด ตามแต่อารมณ์สถานการณ์ตอนนั้น แกเป็นร้อยตำรวจโทในโรงพัก ทำงานด้านสอบสวน เป็นร้อยเวรตามปกติเหมือนใครอื่นเขา แต่ที่ไม่ปกติก็คือ...หลายครั้งที่เวลามีเหตุการณ์พอจะเป็นข่าว แกต้องเป็นเจ้าของคดีประจำ จนได้พบนักข่าวแบบไม่อยากตั้งใจจะเจออยู่หลายครั้ง

คดีแรกเป็นคดีชาวต่างชาติตกตึกตอนตี 3 แกเข้าเวรอยู่ เมื่อสายตรวจแจ้งมาก็ได้แต่ครวญครางอุทานว่า “งานเข้าแล้ว...” แต่หน้าที่ร้อยเวร ยังไงก็ต้องไป เมื่อเข้าไปในที่เกิดเหตุคอนโดมิเนียมหรู รวบรวมเรื่องราว ก็เห็นชายหลายคนออกันอยู่รอบๆ หน้าตาไม่คุ้นว่าเป็นตำรวจในโรงพัก แต่ละคนหน้าอิดโรยเหมือนนอนไม่เต็มที่ แต่ก็ยืนฟังเรื่องราวรอบๆ เสียหมด

เมื่อเสร็จคดีผู้หมวดก็เจอชายกลุ่มนี้เดินมาหา “หมวดสรุปคดีมันยังไงนะครับ”

ในเสี้ยววินาที ผู้หมวดรู้เลยว่า คนกลุ่มนี้เป็นนักข่าว เนียนเข้าที่เกิดเหตุ เก็บข่าวเรื่องราวทั้งหมดเหมือนกับที่ตัวเขาได้รับเรื่องราวมา ให้หรือไม่ให้ข่าวดี ในเสี้ยววินาทีสรุปผลได้ว่า การให้ข้อมูลไปเล็กๆ น้อยๆ ประกอบข่าว น่าจะทำให้เนื้อหาถูกต้อง ไม่ใช่มั่วๆ จนนายๆ ต้องมาแก้ไขปัญหา เลยบอกเรื่องราวไปคร่าวๆ เพราะอย่างน้อยให้ข้อมูลก็ยังดีกว่าปกปิดข้อมูล เขาเชื่อแบบนั้นจึงเล่าเรื่องราวอย่างที่ไม่กระทบคนเป็นจากเรื่องราวของคนตาย



เมื่อนักข่าวได้ฟังก็ขอบคุณและลาจาก ผู้หมวดแกก็ขึ้นรถออกไป ด้วยความคิดว่าร้อยตำรวจโทตัวเล็กๆ อย่างเราจะได้เจอนักข่าวสักกี่ครั้งกัน ให้ข้อมูลถูกต้องไปเขียนข่าวดีกว่านักข่าวไปมั่วๆ หาข้อมูลสั่วๆ ลงข่าวกันเอง มันจะเสียหายใหญ่หลวงได้ แค่เจอนักข่าวครั้งเดียวก็น่าเพียงพอแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าจากนี้เขาจะได้เจอนักข่าวอีกหลายครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นเศษอุปกรณ์ก่อสร้างตกใส่รถ ที่สัญจรไปมาได้รับความเสียหาย เป็นข่าวใหญ่ลงหน้า 1 ก็ผู้หมวดนี่แหละไปทำ ได้เจอนักข่าวเดินมาถามข่าวต่างชาติตกตึกตอนนั้นด้วย “อ้าว!?! หมวด เจอกันอีกแล้วครับ”

ร้อยตำรวจโทส่ายหน้า “ใจจริงไม่ค่อยอยากเจอหรอก งานเข้าผมอีกแล้ว” คุยกันไปมาจนสนิทกัน ผู้หมวดก็ยังคิดว่า ชะตาตัวเองคงจะไม่เจอนักข่าวอีกแล้วกระมัง เพราะพอเป็นข่าวทีไร เรื่องคดีมันใหญ่ นายเรียกไปสอบถามทุกที แถมนายมีหลายระดับชั้น จึงต้องตอบคำถามเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางทีก็ต้องตอบคำถามพิสดารที่นายๆ คิดขึ้นมาได้

ปวดใจเสียจริง...



ต่อมามีเหตุฆาตกรรมยิงกันในร้านเหล้า เพราะพูดจาเขม่นไม่เข้าหู จากกองเชียร์หงส์แดงดูถูกกองเชียร์แมนยูกันไปมา เลยโดนกองเชียร์แมนซิตี้ยิงเข้าให้ “รำคาญบอลมันมีกันอยู่ 2 ทีมหรือไง” ข่าวแบบนี้นักข่าววิ่งกันไปทำ เพราะการันตีว่าเป็นข่าวน่าสนใจแน่ ซึ่งร้อยตำรวจโทคนเดิมต้องไปสอบปากคำในคดีนี้อีกแล้ว

“อ้าว! พี่วิชัย” หมวดยกมือไหว้วิชัย “ว่าไงหมวด เจอกันอีกแล้วนะ”

งานเข้าจริงๆ พี่ ตอนนี้ชักไม่แน่ใจว่า พี่หรือผมกันแน่ที่เรียกงาน” ผู้หมวดแซววิชัย

ผมนะ ทำข่าวอาชญากรรมเป็นเรื่องปกติ แต่หมวดนะมีแต่คดีเป็นข่าวอย่างเดียวเลยนะ”

หมวดปวดใจ สงสัยพี่วิชัยจะพูดถูก “ทำไมงานต้องมาเข้าที่กูเสมอเลยวะ” พ่อกับแม่ที่บ้านโทรมาบอกว่า ทำไมถึงเป็นข่าวลงเน็ตบ่อยจัง ชื่อตัวเองลงเป็นร้อยเวรคดีใหญ่ๆ ประจำเลย เขาก็ไม่อยากจะตอบว่า เลือกไม่ได้ งานมันจะเข้าเลยซวยจริงๆ

ว่างเว้นคดีฆาตกรรมที่ต้องสอบปากคำผู้ต้องหา พาไปทำแผนประทุษกรรม นำตัวส่งศาล ร้อยตำรวจโทพักได้ไม่นาน ก็มีคดีฉ้อโกงมาอีก เรื่องมันวุ่นๆ หน่อยตรงที่คนมาแจ้งความดันเป็นดารา ได้พบนักข่าวอีก คราวนี้มีนักข่าวบันเทิงผสมโรงด้วย

หมวดเรียกงานเรียกข่าวของจริงแล้วล่ะครับ” วิชัยบอกหมวดที่ได้แต่ปวดใจ เป็นข่าวอีกล่ะ ต้องตอบคำถามนายอีกด้วย

สงสัยโรงพักที่นี่จะงานเยอะ จึงย้ายไปที่อื่น แต่ก็ไม่วายเป็นเจ้าของคดีคลิปรถชนลงมาด่ากราดเอามีดไล่ฟันกันอีก นักข่าวก็มาเจอหน้าแกอีกรอบ “ย้ายโรงพักไปแล้วไม่ช่วยอะไรเลยนะหมวด” วิชัยยังแซว ร้อยตำรวจโทได้แต่ยิ้ม “สงสัยต้องทำบุญหน่อยแล้วล่ะกู”



วันหนึ่ง ร้อยตำรวจโทรับแจ้งเหตุ อุปกรณ์ก่อสร้างตกอีกแล้ว ทำให้คนเดินข้ามถนนสะดุดล้ม ไปโดนรถเมล์ชนเหยียบตาย ร้อยตำรวจโทไปทำข่าวรู้สึกแปลกใจที่ไม่เห็นนักข่าว จนทราบความว่าบริษัทก่อสร้างพยายามปิดข่าว ผู้หมวดทำงานสบายไม่ต้องตอบคำถามนักข่าว แต่กลับหงุดหงิด

ที่ผ่านมาแม้เขาจะป็นผู้หมวดปวดใจกับการเจอนักข่าวในคดีของตัวเองเสมอมา แต่เพราะมันเป็นข่าวทำให้ทุกอย่างรวดเร็ว ประชาชนให้ความสนใจ สังคมให้ความสงสัย ดังนั้นคดีจึงสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี มาวันนี้คดีดูทำยาก ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ทั้งที่เป็นความชุ่ยของบริษัททำให้คนตาย นี่ยังพยายามทำให้เรื่องเงียบอีฏ

แม้เป็นข่าวแล้วจะทำผู้หมวดปวดใจ แต่หากไม่เป็นข่าว ผู้หมวดคงปวดร้าว หากคดีไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะนักข่าวไม่ได้มาทำข่าว จนสังคมไม่ตระหนัก ดังนั้นผู้หมวดจึงออกไปโทรศัพท์แจ้งวิชัย ถึงเหตุการณ์นี้ ในที่สุดนักข่าวแห่กันมา ความยุติธรรมเริ่มเดินหน้า บริษัทต้องชดใช้ คนผิดต้องถูกดำเนินคดี

ผู้หมวดครุ่นคิดตัวเองหลังข่าวเรื่องนี้จบไป นี่เขาเป็นนักฟ้องหรืออย่างไร แต่มาครุ่นคิดอีกทีบางครั้งความร่วมมือของตำรวจกับนักข่าว อาจทำให้ความยุติธรรมต้องเป็นความยุติธรรม เพราะฉะนั้นต้องกระจ่างแจ้งออกมาให้แลเห็นชัดในวันหนึ่ง คำกล่าวของพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีของไทย ยึดมั่นในใจเขาเสมอมา

ดังนั้นแม้จะปวดใจกับความวุ่นวายของนักข่าว แต่มันจะปวดร้าวมากกว่านี้ หากไร้ซึ่งความวุ่นวายของนักข่าว แล้วใครจะคาบเรื่องราวไปบอกสังคมให้ได้รู้ได้ตระหนักถึงความไม่ยุติธรรมในสังคมเล่า...

ผู้หมวดคิดเช่นนี้ จึงยอมปวดใจหากจะต้องเป็นเจ้าของคดีที่เป็นข่าว เพราะเป้าหมายของเขานั้นหาใช่อื่นใด นอกจากความยุติธรรมเพียงเท่านั้น.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%

บอกต่อ : 447