อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562

ร้านอร่อยขับแค่10นาทีก็ถึง อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

สัปดาห์นี้พาไปรู้จัก “ร้านอาหาร” แถวสนามบินสุวรรณภูมิ นั่งพักผ่อนสบายๆ ก่อนขึ้นเครื่อง ใกล้มาก เดินทางแค่ 10 นาทีก็ถึงใกล้มากๆ จันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น.


ช่วงต้นปีผมวุ่นวายกับการไปสนามบินค่อนข้างถี่ ไหนจะโฮสต์แฟมิลี่ของลูกชาย ไหนจะไปรับน้องสาวที่กลับมาเยี่ยมบ้าน วันที่ผมไปรับครอบครัวชาวญี่ปุ่น เราออกจากสนามบินได้ตอน 5 โมงเย็น ใจเขาอยากเข้าที่พักในเมืองที่ State Tower เก็บกระเป๋าแล้วไปกินข้าวเย็นที่เอเชียทีค แต่ผมเปิด Google Maps ให้ดู รอบเย็นในกรุงเทพฯ ถนนทุกเส้นสีแดงเถือก ผมกลัวรถติดและครอบครัวญี่ปุ่นจะหิวตาลายเสียก่อน ไม่อยากเขาหมดความประทับใจเมืองไทยตั้งแต่วันแรก ผมจึงแนะนำว่า ขับออกไปอีกสัก 20 นาทีแล้วแวะร้านพิซซ่าแถวพระรามเก้าก่อน กินให้อิ่มท้อง แล้วค่อยเข้าที่พัก ปรากฏว่ามื้อนั้นอิ่มหนำกันดี ใช้เวลาพูดคุยกันอย่างเต็มที่ พอขับเข้าในเมืองก็เป็นช่วงที่รถหายติดพอดี ส่วนเวลาขับไปสนามบิน ผมก็กะเวลาไม่ค่อยจะถูก พอไปถึงก่อนเวลามากๆ เราก็จะเคยเห็นรถไปจอดแปะๆ กันข้างทาง หรือไม่ก็ไปวนแล้ววนอีกในที่จอดรถ



ผมก็บ่นปัญหานี้ให้กับภรรยาฟัง จนมีอยู่วันหนึ่งผมขับรถจากสุขุมวิท 77 เลี้ยวซ้ายไปอ่อนนุช แล้วเกิดหิวหาที่ทานอาหารกลางวัน ภรรยามองทางซ้ายเห็นโรงแรมเปิดใหม่ ด้านหน้าเป็นห้องอาหาร เราลองแวะเข้าไปดู มีห้องอาหารชื่อ Eat Drink Love Bistro เป็นห้องอาหารของโรงแรม The Park Nine (ภรรยาผมชอบโลโก้ของโรงแรมนี้มาก) วันนั้นเราสั่งอาหารจานเดียวไปคนละจาน มีของกินเล่นคือ Crispy Calamari ปลาหมึกชุบแป้งทอดและ Oven Baked Zucchini ซูกินี่อบชีส ผมสั่ง Black Ink Seafood Risotto รีซอตโต้หมึกดำ ซึ่งทุกทีผมกินแต่รีซอตโต้ซีฟู้ด ไม่ก็พาสต้าหมึกดำ แต่จานนี้น่าจะแปลกดีเลยสั่งมาชิมดู รสชาติถือว่าใช้ได้เลยครับ ข้าวนุ่มพอดีและใส่ซีฟู้ดมาเพียบ ผมกินไม่กี่คำก็ปากดำฟันดำเรียบร้อย ส่วนเจ้าลูกชายสั่ง Spaghetti Carbonara เป็นสไตล์ที่ลูกชายชอบ คือซอสเข้มข้นกินกับเบคอนและแฮมกำลังพอดีเลย ส่วนภรรยาผมกินน้อย กินแค่ซุปหัวหอม French Burnt Onion Soup แต่เธอประทับใจการจัดจานและวิธีรับประทาน ที่จัดแต่งหัวหอมที่เบิร์นจนได้กลิ่นหอมๆ ไว้ตรงกลาง แล้วค่อยเทน้ำซุปลงไปผสมเอง

ผมดูทำเลแล้วน่าจะใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ จึงลองเปิด Google Maps ดู ปรากฏว่าที่ร้านนี้ห่างจากสนามบินเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้นครับ แถมราคาอาหารถือว่าไม่แรงมาก แต่ที่คุ้มคือชุด Afternoon Tea ของเขาครับ 299 บาทเท่านั้น ภรรยาผมประทับใจมาก บอกว่าจะชวนเพื่อนสาวมาเม้าท์มอยและจิบชาที่นี่ คุ้ม!!



หลังจากวันนั้น ผมกลับมากินซ้ำกับครอบครัวอีกรอบ คราวนี้ตั้งใจสั่งเมนูที่เด็ดขึ้นมาอีกหน่อย ของกินเล่นผมสั่ง Bruschetta with Tomato Salsa and Feta Cheese ชื่อ Bruschetta มักจะออกเสียงผิดเป็น “บรูเช็ตต้า” ซึ่งจริงๆ ต้องออกเสียงแบบอิตาเลี่ยนที่ถูกต้องว่า “บรูสเก็ตต้า” เป็นขนมปังฝรั่งเศส Baguette ฝานยาวๆ นำกระเทียมตีกับน้ำมันมะกอกแล้วทาขนมปังก่อนอบ ด้านบนเป็นมะเขือเทศสับกับหอมใหญ่ ผักชี และน้ำมะนาวทำเป็นซอสซัลซ่า Salsa โรยเฟต้าชีส Feta Cheese (ชีสนมแพะ) บางๆ ตัดความเปรี้ยว และ Edible Flower ดอกไม้ที่กินได้เพื่อความสวยงาม กินเมนูเปิดจานนี้แล้วสดชื่นดีครับ

ผมสั่ง Grilled Lamb Loin เป็นการนำชิ้นส่วนสันในของแกะที่นุ่มที่สุดมาทำให้สุกโดยการ Sous-Vide เป็นการควบคุมอุณหภูมิที่พอดีที่สุดแล้วจึงนำไปย่าง ราดซอสไวน์แดง กินแกล้มกับมะเขือม่วงอบผลเล็ก อีกส่วนนำไปบดละเอียดทำเป็น Puree นี่เนื้อเนียนนุ่มเอาไว้ปาดกินข้างๆ มีเมล็ดถั่วลันเตาโรยอยู่ด้านบน

ภรรยาผมอยากกินเป็ดเลยสั่ง Duck Beetroot & Mixed Berries เป็ดซอสบีทรูท (ปกติเคยกินแต่เป็ดซอสส้ม) ภรรยาบอกชอบที่สุดเลยครับ อกเป็ดนุ่มกำลังดี ซอสบีทรูทหรือผักกาดแดงก็ไม่เปรี้ยว แต่หวานๆ มันๆ ดี ตัดกับเบอร์รี่สารพัดชนิดรสเปรี้ยวครับ ผมสังเกตว่าที่นี่ใส่ใบ Red Vain Sorrel ที่มีใบสีเขียวก้านใบสีแดงในหลายๆ เมนู แสดงว่าคงเป็นใบที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้

ส่วนเจ้าลูกชายอยากกินข้าวผัด เราเลยสั่ง Kaw Pad Mun Kae หรือ “ข้าวผัดมันแกะ” นั่นเองครับ เกิดมาผมก็ไม่เคยกินเลย เมนูนี้มีทั้งเนื้อแกะและมันแกะคลุกผัดกับข้าว เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ดาว ดูง่ายๆ แต่ไม่ธรรมดา ถือเป็นแนว Glocal (Global + Local) นำวัตถุดิบนำเข้ามาทำอาหารร่วมกับวัตถุดิบท้องถิ่นได้อย่างลงตัวครับ



ผมกินเมนูของผม แล้วผมก็ส่งให้ลูกชายได้ชิม เขาชอบมากบอกเนื้อแกะนุ่ม ซอสไวน์แดงที่ผสมน้ำที่ออกมาจากเนื้อแกะตอนย่างก็รสชาติเข้มข้นดี แต่พอลูกชายกินเมนูของเขาบอกว่าเผ็ด ผมไปดูอ๋อในข้าวผัดใส่พริกขี้หนูซอยลงไปด้วย ผมเลยแลกจานกันไปเลย ลูกชายกินสันในแกะย่างไป ผมกินข้าวผัดมันแกะ ซึ่งก็ได้กินแกะด้วยกันทั้งคู่ จะบอกว่าเมนูข้าวผัดมันแกะ นอกจากเนื้อแกะจะนุ่มแล้วนะครับ มันแกะที่นำไปเจียวจนกรอบแล้วเอามาผัดคลุกกับข้าวนี่สุดๆ ครับ น้ำมันจากแกะที่มันซึมอยู่ในเมล็ดข้าวนี่หอมมาก ผมนำมะนาวมาบีบ น้ำปลาพริกมาเหยาะอีกหน่อย อร่อยเหาะไปเลย

ปิดท้ายเมนูคือ Mango Mousse with Sticky Rice ตามที่บริกรแนะนำว่าดังสุดในหมวดของหวาน ฟังชื่อนึกว่าข้าวเหนียวมะม่วงธรรมดา แต่พอบริกรยกมาเสิร์ฟต้องร้องว้าวเลยครับ เพราะมีส่วนผสมที่น่าสนใจเต็มไปหมด มีมะม่วงที่เป็นมูสนุ่มละเอียดกลมๆ ก้อนใหญ่วางคลุมข้าวเหนียวมูลไว้ ประกบด้วย Sponge Cake ใบเตยสีเขียว ส่วนลูกเล็กๆ เป็นเนื้อมะม่วงจริงๆ กินแกล้มกับไอศกรีมกะทิเย็นชื่นใจที่ทับอยู่บน Butter Cookie Crumbles กินรวมๆ กันเพลินมากครับ แต่ต้องแบ่งกินแบบครอบครัวกำลังดีครับ ไม่งั้นเยอะเกินไป ผมและภรรยาสั่งเครื่องดื่มที่เป็น Signature Drink ประจำร้านคนละแก้ว (เดี๋ยวจะมาไม่ถึงร้าน Eat Drink Love Bistro) เครื่องดื่มที่นี่จะมีลาเวนเดอร์เป็นส่วนผสมให้กลิ่นหอมสบายครับ



ก่อนกลับภรรยาผมขอเข้าไปเดินดูโรงแรม The Park Nine ด้านในครับ มีสระว่ายน้ำแนวรีสอร์ท ด้านหลังสุดติดคลองประเวศบุรีรมย์ซึ่งเป็นคลองสะอาดติดอันดับในประเทศ ตัวโรงแรมเองก็เนี้ยบ เรียบหรู และใหม่มากครับ ทางพนักงานบอกว่าเพิ่งเปิดมาเพียง 8-9 เดือนครับ ภรรยาผมมีแผนที่จะไปเที่ยวภูฏานอีก 3 เดือนข้างหน้า เธอวางแผนว่าจะมาพักที่โรงแรมนี้ดีกว่า เพราะไฟล์ตของเธอออกเช้ามืดเลยครับ ทางโรงแรมบอกว่ามีรถไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิให้ด้วย น่าจะสะดวกมากๆ เลยครับ

ถ้าใครอยากพาแขกบ้านแขกเมืองมาแวะรับประทานอาหารอร่อยหลังจากออกสนามบิน หรือจะมานั่งดื่มกาแฟจิบชารอรับผู้โดยสาร ผมว่าร้าน Eat Drink Love Bistro ตอบโจทย์ดีครับ นั่งพักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ พอได้เวลานัดก็ออกไปรับได้เลยภายใน 10 นาที ถือว่าลงตัวมากๆ ครับ.
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 268