อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562

สีสัน'การเมืองไทย'ปี62 เรื่องภาพลักษณ์&เสน่ห์

สัปดาห์นี้ความร้อนแรงทางการเมืองก็คงลดระดับลงมา สีสันต่างๆ ที่เกิดขึ้นสะท้อนภาพลักษณ์และเสน่ห์ได้ไม่น้อย แต่จะโกยเสียงเชียร์จากประชาชนได้แค่ไหนกัน พฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 12.00 น.


ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกว่าการเมืองถึงขนาดร้อนปรอทแตกกันเลยทีเดียว กับเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ซึ่งในตอนเช้าภายหลังฤกษ์เสนอพระนาม 09.10 น. ก็เกิดกระแสต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตมากมาย แต่ทุกคนก็เหมือนจะเห็นตรงกันว่า “นี่คือโฉมหน้าทางการเมืองครั้งใหม่และครั้งสำคัญที่สุด”

ข้อวิพากษ์วิจารณ์มีหลากหลาย บ้างก็ว่าเป็นการสลายสีเสื้อและจะนำไปสู่การจัดตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่จะเข้ามาทำงานและสร้างความปรองดองเสียที หรือข้อวิพากษ์อื่นๆ ที่เราๆ ท่านๆ ต่างก็คงจะเห็นเพราะเรียกว่าเรื่องนี้ก็ทำโลกโซเชียลฯ เดือดไปเลย แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่ใช่เรื่องที่จะไปคิดประเมินสถานการณ์เอง เพราะเรื่องมันละเอียดอ่อนที่เราไม่รู้ว่า “วงใน” เป็นอย่างไร บางเรื่องเราคงต้องให้อะไรมันชัดเจนก่อนที่จะประเมิน



ต่อมาในช่วงประมาณ 22.40 น. คืนเดียวกันนั้นเอง ก็มีการเผยแพร่พระราชโองการที่ระบุว่า พระบรมราชวงศ์ทุกประองค์ ทรงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมือง ของพระมหากษัตริย์ด้วย และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

มันกลายเป็นบูมเมอแรงที่ตีกลับไปยังพรรค ทษช. ทำนองว่า “ได้กระทำการอันไม่บังควร” ซึ่งท่าทางจะตีกลับแรงด้วย เพราะเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ทาง กกต. ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบ ทษช. เรื่องนี้ว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 92 เรื่องเข้าข่ายกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันหรือไม่ ซึ่งว่ากันว่าโทษถึงขั้นยุบพรรคและกรรมการบริหารพรรคเองก็ต้องโดนตัดสิทธิ์ทางการเมืองถึง 10 ปี

และในกระบวนการสอบสวน ก็ไม่รู้ว่าจะมีการขยายผลไปว่า “มีคนนอกเข้ามาแทรกแซงก้าวก่ายการตัดสินใจของพรรคเรื่องนี้หรือไม่” ถ้าพบว่ามี “คำสั่ง” จากใครจริงก็จะโดนอีกกระทง แถมไม่รู้ว่า “ลูกหมั่นไส้” จะขยายผลให้มีใครไปยื่นให้มีการตรวจสอบพวก “พรรคเครือข่าย” หรือเปล่าว่าฮั้วกันลงเลือกตั้ง เพราะมีข่าวที่แกนนำพรรคพูดทำนองว่า เป็นความจำเป็นของเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะ “แยกบ้าน” ออกมา (หรือที่เรียกว่าสูตรแตกแบงค์พัน)



เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การเลือกตั้งที่กำลังจะเริ่มคึกคักหลังวันประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ ก็ชักจะหงอยๆไปหน่อย ประกอบกับอยู่ๆ ก็มีข่าวลือเรื่องจะมีการทำรัฐประหารซ้ำขึ้นมาอีก ทำให้สถานการณ์ยิ่งอึมครึม อาจเรียกว่าเป็นเวลาที่หลายๆ คนเริ่ม “สับสนทางความคิด” ตกลงเราควรจะเชื่ออะไรที่เกิดขึ้นกันแน่ อะไรจริงต้องอาศัยเวลาหน่อยให้อะไรๆ มันชัดเจนขึ้น หรือไม่ก็อย่าพยายามเสพข่าวลือ เลือกรับรู้ข่าวจากสื่อที่มีองค์กรชัดเจน

มีคนมาถามว่า...แล้วขณะนี้ควรจะทำอะไรดีให้มันหายข้องใจ? ก็ต้องบอกว่าบางทีเราควรหันไปสนใจว่า พรรคไหนจะเสนอนโยบายอะไร มีอุดมการณ์แบบเดียวกับเราหรือเปล่า เรื่องใครโดนสอบอะไรก็ให้เป็นไปตามกระบวนการก่อน คือสนใจกับอะไรที่เป็นอนาคตของชาติดีกว่า เลือกตั้งเที่ยวนี้น่าสนใจจะตายเพราะไม่เลือกมาหลายปี

พูดถึงเรื่องการหาเสียง ประเทศไทยนี่เป็นประเทศที่เชียร์การเมืองโดยยึดตัวบุคคลแบบดูเหมือนจะค่อนข้างมากกว่านโยบาย เคยถามหลายๆ คนก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน เขาว่ามันเป็นมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ออกจะโปรโมทตัวเองแนวๆ one man show พอมาเลือกตั้งเที่ยวนี้ก็เลยเห็นชัดว่า พรรคที่คนสนใจนี่เขาจะดูว่า “แล้วเอาใครเป็นนายกฯ” พรรคที่ตัวไม่เด็ดก็จะถูกตั้งคำถามว่า “แล้วจะสนับสนุนใคร”



ภาพลักษณ์ของแคนดิเดตนายกฯ แต่ละพรรคก็ถูกนำเสนอในหลากหลายรูปแบบ ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่หน่อยก็จะเป็น “ขวัญใจชาวเน็ต” ที่เราต่างก็เห็นอยู่คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยกับรูปร่างล่ำบึ้ก ภาพเดินถือถุงแกงเตรียมไปใส่บาตรถูกนำมาล้อเป็น meme ว่อนเน็ตกลายเป็น “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”

ล่าสุดนักการเมืองรุ่นใหม่ที่กลายเป็น meme ว่อนเน็ตก็คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (ที่เขาเรียกล้อกันว่าพรรคส้มหวาน เพราะสีพรรคเป็นสีส้ม) ภาพของนายธนาธรก็คือภาพนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ดูขึงขัง มุ่งมั่นและมีเสน่ห์ (แถมรวยอีก) เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาในทวิตเตอร์ก็เลยมี meme กล่าวถึงนายธนาธรว่อนไปหมดด้วยแฮชแทค #ฟ้ารักพ่อ ซึ่งก็เล่นเอาเจ้าตัวงงๆ ไปพักหนึ่ง

#ฟ้ารักพ่อ มาจากอะไร ตอบว่ามันมาจากละครเรื่อง “ดอกส้มสีทอง” ละครช่องดังที่ “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เกต” เล่นเป็นเรยา สาวสวยทะเยอทะยานที่ชอบเป็นเมียน้อยผู้ชายรวยและแก่กว่า เวลาเรยาจับผู้ชายได้ก็มักจะเรียกว่า “พ่อ” ซึ่งคำว่า “ฟ้ารักพ่อ” มันดูอ้อนป๋าและดูจริตจะก้านดี ชาวเน็ตเอามาใช้กับนายธนาธร น่าจะประมาณว่า เป็นคนรุ่นใหม่มีครอบครัวแล้ว แต่ดูเร้าใจอารมณ์ประมาณ sugar daddy ไม่รู้จะแปลไทยว่ากระไรคำนี้นอกจาก “ป๋าหวานใจ”



เรื่องนักการเมืองที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น ดูมีเสน่ห์แล้วประชาชนเอามาแซวมันก็มีมาตั้งนานแล้ว อย่างพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์เล่นการเมืองก็ถูกมองเรื่องรูปลักษณ์ ต่อมาพอมี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เข้ามาเป็นหล่อเล็ก นายอภิสิทธิ์ก็เป็นหล่อใหญ่ พอ ..อภิมงคล โสณกุลมา ก็เป็นหล่อจิ๋ว เห็นตอนนี้คนพรรคประชาธิปัตย์ชาวเน็ตก็กรี๊ดกร๊าด “หมอเอ้ก-คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์” กับ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ์” ที่ลง ส.ส.เขต

สีสันพวกนี้มันก็เป็นอารมณ์ที่หลายๆ คนมองคนดังด้วยสายตาแบบ “แม่ยก” คือถ้าหล่อแล้วจริตกิริยาน่ารัก หรือมีเสน่ห์ในแบบอื่นก็เอามาพูดคุยถึงแบบพอชุ่มชื่นใจดี นักการเมืองที่เขาว่าเสน่ห์หยดย้อยนักแม่ยกเพียบ ได้ข่าวว่าคือ นายการุณ โหสกุล ผู้สมัคร ส.ส.ดอนเมืองของพรรคเพื่อไทย ส่วนฝั่งนักการเมืองหญิงไม่ค่อยเห็นใครโดดเด่นในเรื่องถูกพูดถึงด้านเสน่ห์เท่าไหร่ ไม่ใช่เขาไม่สวยไม่ดี แต่เรื่องแม่ยกนี่มักจะเป็นหญิงพูดถึงชายมากกว่า

การพูดถึงนักการเมืองในเชิงเสน่ห์ มันกำลังบอกอะไรเรา? ถ้าไม่คิดอะไรก็แค่แม่ๆ ป้าๆ แซวคนหล่อ แต่ก็มีคนที่เขามองว่า อาจสะท้อนเรื่องที่ว่า “เราพูดการเมืองได้ไม่เสรีเท่าไหร่” คือการเมืองไทยก็ยังมีความแตกแยกทางความคิดและอุดมการณ์อยู่ จะถกเถียงอะไรก็มุ่งเอาชนะมากจนน่ารำคาญ บางบ้านแทบจะฆ่ากัน ก็เลยหันไปหาการเมืองในมุมที่เป็นสีสัน คือติดตาม รู้ แต่ไม่ลงลึก พอให้เข้าใจอะไรๆ ที่เกิดขึ้น

อย่างกรณีนายธนาธร #ฟ้ารักพ่อ นี่มันเพิ่งจะโด่งดังขึ้นมาหลังเกิดเหตุการณ์ “แผ่นดินไหวทางการเมือง” เมื่อวันที่ 8 ก.พ.นี่เอง เหตุที่เกิดขึ้นมันเกิดข้อวิจารณ์เกิดความไม่รู้จริง ทำให้คนเริ่มจะรู้สึกเบื่อการเมืองแบบที่ทะเลาะกันไม่เลิก (หรือไม่มั่นใจว่าควรแสดงความเห็นอย่างไร) เลยหันไปมองคนรุ่นใหม่ภาพลักษณ์ดีๆ ดูแล้วมันน่าชื่นใจกว่าว่า “เข้ามาแล้วก็ได้ทำงาน” ไม่ใช่มัวแต่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งหรือเช็คบิลกันให้มั่วอีก

โอกาสนี้พรรคอนาคตใหม่ก็รีบโกยคะแนนไปแล้วกัน อาจได้ ส.ส. เพิ่มจากที่เคยมีคนประเมินไว้.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 284