อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มีนาคม 2562

เตือนไว้รู้ทัน"ยารักษาสิว" ก่อวงจรสิวอักเสบไม่หยุด

สัปดาห์นี้รู้ทันยารักษาสิว ใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน กระทบโครงสร้างเซลล์ผิวอ่อนแอ เปิดช่องให้เชื้อแบคทีเรียรุกราน เกิดวงจรสิวอักเสบไม่หยุด เสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 12.00 น.


หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า...ฝุ่นพิษ PM 2.5หรือละอองฝุ่นที่มีขนาดเล็กสามารถเข้าไปสะสมใน “รูขุมขน” บนใบหน้าได้ ก่อให้เกิดการอุดตันสิ่งสกปรกจน หน้าสวยๆ” กลายเป็น หน้าสิว” ง่ายกว่าภาวะปกติ โดยเฉพาะคนที่ผิวแพ้ง่ายอาจก่อให้เกิดสิวเห่อผดผื่นคันทั่วใบหน้า จนขาดความมั่นใจ และรีบหาวิธีรักษาสิวจนลืมคำนึงถึงผลข้างเคียง

ในวันนี้จึงได้สรุปการรักษาสิวด้วยยาชนิดต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่มีปัญหาสิว จะได้ “รู้ทันยารักษาสิว” และผลข้างเคียง ระวังตัวในการใช้ชีวิตประจำวันและดูแลผิวเป็นสิวได้อย่างถูกวิธี

ดร.ภญ.จิรวรรณ โอพรสวัสดิ์ ให้ความรู้ว่า ในชั้นผิวหนังมีรูขุมขน ต่อมไขมัน และต่อมเหงื่อเพื่อระบายของเสียทั่วใบหน้า เมื่อรูขุมขนเจอกับมลภาวะและฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่นำพาสิ่งปรกอื่นๆ มาด้วย ทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย และต่อมไขมันอุดตันจนน้ำมันในรูขุมขุนไม่ระบายออกมาไม่ได้ สะสมเป็น คอมีโดน (comedone) กลายเป็นสิวอุดตัน และอาจถูกรบกวนซ้ำจากเชื้อแบคทีเรีย P.acnes (Propionibacterium acnes) กลายเป็นสิวอักเสบ อีกทั้งฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังพาสารเคมีสิ่งสกปรกมากมายมาสู่ผิว จึงกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้มีผดผื่นคัน และสิวเห่อได้ง่าย



1.สิวเล็กน้อย มีหัวสิวอุดตันเป็นส่วนใหญ่ หรือมีสิวอักเสบร่วมด้วยไม่เกิน 10 จุด สามารถรักษาสิวโดยใช้ยาทารักษาสิวเพื่อเปิดหัวสิวและลดการอุดตันของรูขุมขน

2.สิวปานกลาง มีสิวผดและสิวอักเสบจำนวนมากกว่า 10 จุด รักษาโดยการให้ยาทาและยาทานร่วมกัน เพื่อลดการอักเสบของสิวและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.acnes

3.สิวรุนแรง มีสิวผดและสิวอักเสบ หรือมีการอักเสบของสิวนานและกลับมาเป็นซ้ำ มีจำนวนมากกว่า 10 จุด ซึ่งในกรณีที่เป็นสิวขั้นรุนแรง แพทย์จะให้ทานยาลดอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หลังจากปัญหาสิวทุเลาลง แพทย์จะลดปริมาณยาทานและให้ใช้ยาทาร่วมด้วย เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นสิวซ้ำ

สำหรับ “การรักษาสิวด้วย...ยา” สามารถแยกย่อยออกมาตามหัวข้อดังต่อไปนี้

การรักษาสิวโดยใช้สเตียรอยด์ บางคลินิกที่ใช้สเตียรอยด์เพื่อให้สิวยุบอย่างรวดเร็ว เพื่อเข้าไปกดภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำงาน ลดการเกิดสิวอักเสบ แต่ผลการรักษาชนิดนี้ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย P.acnes จึงทำให้เชื้อแบคทีเรียยังคงอยู่บนใบหน้า และเมื่อหยุดการรักษาด้วยสเตียรอยด์ จึงกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบเห่อเต็มหน้า ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาสิวสเตียรอยด์ต้องหมั่นดูแลผิวหน้าให้สะอาด เพื่อช่วยลดเชื้อแบคทีเรียบนใบหน้า และลดโอกาสการเกิดสิวเห่อหลังจากลดปริมาณสเตียรอยด์ การรักษาแบบนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

การรักษาสิวด้วยยาปฏิชีวนะ เป็นวิธีการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย มีทั้งชนิดกินและชนิดทา เช่น Clindamycin, Erythomycin เป็นต้น ซึ่งยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตามยากลุ่มนี้อาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้การรักษาไม่ได้ผล รวมถึงยังทำให้ร่างกายสัมผัสกับยาปฏิชีวนะนานๆ โดยไม่จำเป็น เสียสมดุลของเชื้อที่อยู่บนผิว อาจกลายเป็นติดเชื้ออื่นๆ แทน จึงต้องเปลี่ยนวิธีการรักษาเป็นวิธีอื่น

การรักษาสิวด้วยยากลุ่มอื่นๆ เช่น อนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ จะทำหน้าที่ยับยั้งสาเหตุของการเกิดสิว เช่น กดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผลิตสารที่เป็นไขมัน (sebum) ลดลง ลดปริมาณเชื้อแบคทีเรีย P.acnes ลดการอักเสบของสิว และยับยั้งการสร้างคอมีโดน แต่จะมีผลข้างเคียงคือระคายเคือง หน้าแห้ง ผิวอาจจะไวต่อแสง และที่สำคัญคือมีข้อห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ เนื่องจากยาชนิดนี้มีรายงานว่า สามารถก่อให้เกิดความพิการต่อทารกในครรภ์ได้



หรือรักษาสิวด้วย “ยาประเภทฮอร์โมนใช้เป็นทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่เป็นสิวระดับปานกลาง หรือรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน หรือมีอาการแสดงความผิดปกติของระบบไร้ท่อ ใช้เมื่อแพทย์แนะนำ ส่วนอาการข้างเคียงอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง เจ็บคัดตึงเต้านม มีปฏิกิริยาทางผิวหนัง มีผลกับประจำเดือน เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการรักษาสิวด้วยยา แม้ในระยะแรกสิวจะลดลงและหายไปจนเห็นได้ชัด แต่ผู้มีปัญหาสิวที่อยู่ระหว่างการรักษาต้องหมั่นดูแลผิวหน้าให้สะอาด และปรับสมดุลให้ผิวหน้ากลับมาแข็งแรงอีกครั้ง เนื่องจากการใช้ยาเป็นเวลานานจะทำให้โครงสร้างเซลล์ผิวอ่อนแอ จึงเปิดโอกาสให้เชื้อแบคทีเรียเข้ามารุกรานชั้นผิวหนังได้ง่าย ทำให้เกิดวงจรสิวอักเสบไม่หยุด และควรใช้ยาตามแพทย์สั่งหรือเภสัชกรเป็นผู้จัดยาให้ เพื่อลดความเสี่ยงและผลข้างเคียง

ดร.ภญ.จิรวรรณ ทิ้งท้ายว่า การดูแลผิวเป็นสิวของวัยรุ่นที่ดีที่สุด คือการดูแลผิวทั้งใบหน้า เนื่องจากวัยรุ่นมักมีปัญหาสิวทั่วทั้งใบหน้า เมื่อสิวเม็ดหนึ่งหายอีกเม็ดอื่นก็ขึ้น การดูแลผิวหน้าเป็นสิวเฉพาะจุดอาจไม่เพียงพอ นอกจากนี้เรื่องที่ทรมานกว่านั้นคือ รักษานานหลายเดือน ขณะที่ผู้เป็นสิวส่วนใหญ่กลับต้องการแต่งหน้าเพื่อปกปิดสิว ซึ่งเป็นข้อห้ามจากแพทย์ที่ต้องการให้พักหน้าและใช้ยารักษาสิวก่อนจนหายดี ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ตามมาคือปัญหาสิวยิ่งลุกลามและเพิ่มจุดด่างดำบนใบหน้าจากรอยสิวที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean 
โดย “ทวีลาภ บวกทอง” 
ขอบคุณภาพจาก Pixabay


ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 249