อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มีนาคม 2562

ผู้หญิงที่นั่งในรถ

สัปดาห์นี้ฟังเรื่องชวนขนหัวลุก หนุ่มลงทุนจีบสาว ออมเงินเดือนน้อยนิดถอยรถมือสองหวังรับส่ง แต่สาวกลับไม่ชอบ เพราะมีอะไรบางอย่างแปลกๆ พุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.00 น.


ชายหนุ่มกัดฟันหวังจะซื้อรถเพื่อพิชิตใจสาว แต่ด้วยเงินเดือนที่บริษัทไม่ขึ้นมา 2 ปีแล้ว โดยอ้างภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เขาเจ็บปวดกับการต้องตัดสินใจลงทุนครั้งสำคัญในชีวิต

ตอนเขาเห็นเธอครั้งแรก หญิงสาวเหมือนไกลเกินชายหนุ่มจะไขว่คว้า แต่เขาก็ตัดสินใจว่าจะต้องพิชิตใจหญิงสาวมาให้ได้

หลังจากได้แต่แอบมองอยู่ในมุมที่เธอไม่เห็นตั้งนาน เขาก็เริ่มกล้าทีละนิด ผู้ชายนั้นเอาเข้าจริงต่อให้เป็นนักรักหรือคนหัดจีบสาว ก็มีเขินอายเป็นเหมือนกัน จังหวะจะโคนต้องคิดแล้วคิดอีก กว่าชายหนุ่มจะได้คุยกับหญิงสาวก็เกิดจากการได้ประสานทำงานร่วมกัน หลังจากพูดคุย ประสานงานกันเรื่อยมา ก็นำไปสู่การทานข้าว ดูหนังสักเรื่อง แล้วจดจำวันนั้นไว้ในใจ

วันนี้สนุกไหมครับ ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่พยักหน้าว่าสนุก
วันหลังนัดเจอกันอีกนะครับ” หญิงสาวยิ้ม ทำเอาชายหนุ่มลอยละล่องด้วยหัวใจสุขสมยิ่งนัก



เขาไม่ได้ร่ำรวยมาแต่เกิด ชีวิตกันฟันสู้ดิ้นในเมืองหลวงแห่งนี้ พ่อแม่ก็ไม่ได้มีฐานะ ทุกวันนี้ยังต้องส่งเงินไปช่วยขาดเหลืออะไร เงินซื้อคอนโดฯ ก็ต้องคิดหนัก ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ จึงเช่าหอพักอยู่ไป แต่กับหญิงสาวหากจะเร่งพิชิตใจ ก็ต้องมีการยกระดับตัวเองกันบ้าง ให้หญิงสาวมั่นใจว่าอยู่กับเขา เป็นแฟนคนรักกับเขาแล้ว ไม่ต้องกัดก้อนเกลือกิน แย่งข้าวหมาอย่างแน่นอน

แต่รถสมัยนี้ไม่ได้ราคาถูกอย่างที่คิด คำนวณทั้งค่าดาวน์ ค่าผ่อน ค่าน้ำมัน สารพัดแล้ว แถมตำฉฆฯ.งานของเขามีสิทธิ์จะโดนหุ่นยนต์แทน อีกทั้งบริษัทอาจปิดตัวลงไปก่อน ไม่มั่นคงพอจะซื้อรถยี่ห้อดีราคาแพงได้

เขาจึงได้รถสีขาวมือสองมาขับรับสาวคนรัก ที่เต็นท์รถบอกราคาถูกย่อมเยาจนเขาแปลกใจ แต่ก็ซื้อมาขับอย่างเพลิดเพลิน ทีนี้แหละ จะได้รู้ว่าชายหนุ่มก็ยกระดับมั่นคงมาแล้ว



แต่วันแรกที่ได้รถมา เขาขับด้วยความแปลกใจ มันเหมือนได้กลิ่นเหม็นๆ อะไรบางอย่าง พยายามหาก็ไม่พบ จึงเอาน้ำหอมมาพรมไว้ ตอนที่เพื่อนสนิทมานั่งรถด้วยเพื่อไปสังสรรค์กัน เพื่อนก็พูดว่า “รถแปลกๆ นะ มันทึมๆ ยังไงไม่รู้ นั่งแล้วรู้สึกใจไม่ได้ เหมือนมีคนนั่งอยู่ข้างหลังตลอดเวลา”

อันนี้ชายหนุ่มก็สังหรณ์ใจ เวลาขับรถจอดที่หอพัก เหมือนมีคนนั่งจ้องที่เบาะหลัง มิหนำซ้ำตอนจะขับรถไปทำงาน ยามของหอพักก็มากระซิบด้วยหน้าซีดๆ ว่า “นี่รถคุณเหรอครับ คือเมื่อคืน ผมปั่นจักรยานตรวจตามหอพัก แล้วเห็นผู้หญิงผมยาวนั่งก้มหน้าอยู่ที่เบาะหลังนะครับ”

ชายหนุ่มบอกซีเคียวริตี้ของหอพักว่า “ตาฝาดไปแล้วลุง ไม่มีอะไรหรอก” วันนี้เขาจะไปรับหญิงคนรักไปทานข้าวกันด้วย อย่าเพิ่งวุ่นวายหวาดเสียวระทึกขวัญน่า แต่ใจก็แอบกลัวเหมือนกัน เมื่อไปรับหญิงคนรักขึ้นรถ ไปดูหนังกันไปมา จนกลับ ก่อนจะถึงหอพักของหญิงสาว เธอได้พูดว่า “ขอบคุณนะคะ ที่มาส่ง แต่รถคันนี้ตัวเองไปซื้อมาจากไหนนะ มันแปลกๆ นะ เหมือนมีคนจ้องหลังเขาตลอดเวลาเลย”



ชายหนุ่มบอกอย่าไปคิดมาก ถึงตรงนี้หญิงสาวพอใจในตัวเขายิ่งนัก คงจะได้เป็นแฟนกันในเร็ววันนี้แน่นอน แต่หญิงสาวไม่สบอารมณ์กับรถเขา “วันหลังเรากลับแท็กซี่ 2 คนก็ได้นะ ตัวเองไม่ต้องเอารถคันนี้มาส่งหรอก คือ...มันเปลืองค่าน้ำมันนะ” หญิงสาวพูดแบบเสียงเจื่อนๆ เธอไม่ได้เล่าว่า ก่อนเขาจะขับรถมารับ ทีแรกเธอเห็นผู้หญิงนั่งเบาะหลังมาด้วย

ชายหนุ่มเริ่มหวั่นใจมากขึ้น เพื่อนก็พูดหลายคนบอกว่า รถมันมีอุบัติเหตุรถคว่ำเปล่า ทีแรกก็ไม่เชื่อ แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้ว จนวันรุ่งขึ้นขับรถไป ถึงตรงนี้เขาเริ่มรู้สึกเย็นวาบเสียวที่สันหลัง ขนในกายลุกชันไปหมดแล้ว เพราะรู้สึกเหมือนมีใครจ้องด้วยแววตาแรงอาฆาตจากเบาะหลัง เมื่อขับไปอยู่ดีๆ ก็เจอตำรวจโบกมือเรียก

“เฮ้ย! ขับรถรับผู้โดยสารจุดนี้ไม่ได้นะ” ตำรวจมือใหม่ทัก ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้ง นี่ตำรวจยังเห็นคนนั่งเบาะหลังเขา นึกว่าเขาเอารถไปใช้ผิดประเภทเลยหรือ

ระหว่างที่ตำรวจใหม่โบกเรียกเขามาจอด “สีขาว ถ้าเถียงเปิดกล้องเลย ตำรวจตรงนู่นเขาบอกมา” แต่ชายหนุ่มไม่ได้ฟัง เวรแล้ว นี่เราซื้อรถผีสิงมาจริงๆ ด้วย หนักเลย โอ้ย...ชีวิต...ทำไมคนจนเมืองต้องมาโดนอะไรแบบนี้ด้วย

วอตำรวจดังขึ้น “ไม่ใช่คันนั้น คันนั้นไม่มีผู้โดยสาร อีกคันที่เป็นแท็กซี่สีขาว มันรับผู้โดยสารในจุดห้ามรับ ไปเรียกอีกคัน ไม่ใช่คันนั้น ดูดีๆ ดิ” ตำรวจยศสูงกว่าตวาดลั่นวอใส่ตำรวจที่จับจนหน้าเจื่อน



แต่ถึงตรงนี้ชายหนุ่มประสาทเสียแล้ว รถผีสิง ขนาดตำรวจยังเห็นว่ามีคนนั่งเบาะหลังเขา ขนาดกลางวันแสก ๆ เขาไม่เคยเชื่อเรื่องนี้ แต่ขนาดตำรวจบอกแบบนั้น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์พูดแบบนี้ว่าเห็นคนนั่งเบาะหลัง ผีมีจริงๆ ด้วย

ไม่ขับแล้วโว้ยยยย...

ชายหนุ่มวิ่งหนีจากรถในจังหวะที่ตำรวจป้ายแดง กำลังจะขอโทษที่โบกเรียกจับรถผิดคัน “ขอโทษจริงๆ ครับพี่ ผมพลาดไป อ้าว!?! พี่วิ่งไปไหนนะ” ชายหนุ่มวิ่งลงจากรถ กลางวันแสกๆ ด้วยท่าทางกลัวสุดขีด สับเท้าวิ่งด้วยความเร็วให้ห่างจากรถมากที่สุด ท่ามกลางความมึนงงของตำรวจ ที่เดินไปตรงรถคันสีขาวที่เปิดประตูอ้าไว้ แล้วพูดออกไปว่า

โทษครับคุณผู้หญิง เพื่อนเป็นอะไรนะ วิ่งลงจากรถเฉยเลย” ตำรวจป้ายแดงส่ายหน้า สงสัย 3 คนนี้จะงอนกันในรถ แต่ถึงขั้นวิ่งหนีลงจากรถเลยเหรอ หรือว่าจะเล่นยามา แต่สภาพพี่ผู้ชายแกไม่น่าจะใช่

เดี๋ยวผมขับรถไปจอดข้างทางให้นะ รถคันหลังมันจะว่าเอา พี่ๆ ไม่ว่าอะไรนะ” หญิงสาวที่นั่งตรงข้างคนขับกับคนที่นั่งเบาะหลังไม่พูดอะไร ได้แต่นั่งก้มหน้าผมยาวบังตาไว้ ทำเอาตำรวจมือใหม่ส่ายหน้า คนสมัยนี้นี่เดินทางกันเหนื่อยรถติดเยอะ ถึงขั้นก้มหน้าหลับกันในรถไม่ยอมตื่นกันเลยทีเดียว ดูดิ...ผมยาวบังหน้าไว้ด้วย มากลางคืนนี่ก็น่ากลัวใช่ย่อยนะเนี่ย.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”
ขอบคุณภาพจาก Pixabay

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    35%
  • ไม่เห็นด้วย
    65%

บอกต่อ : 173