อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562

คุยกับ'ธีระ ธัญญอนันต์ผล' กับการทำงานแบบ'คนข่าว'

พูดคุยกับ "ธีระ ธัญญอนันต์ผล" กับการทำงานแบบคนข่าว เส้นทางกว่าจะมาถึงจุดนี้ และการปรับตัวในยุคดิจิตอลที่ไม่ว่าใครก็นำเสนอข่าวได้!! อาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 เวลา 14.00 น.

 
วงการโทรทัศน์บ้านเราตอนนี้ดุเดือดอย่างมาก นอกจากจะช่วงชิงเรตติ้งทั้งรายการวาไรตี้ ละครหลังข่าวกันแล้ว รายการข่าว ก็เป็นอีกหนึ่งประเภทรายการที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงการเลือกตั้ง 2562 ที่ประชาชนต่างเฝ้ารอการนำเสนอข่าวของแต่ละสถานีแบบใกล้ชิด เมื่อสถานีโทรทัศน์มากขึ้น คนทำงานข่าวจะมีวิธีการปรับตัว ดึงดูดผู้ชมให้เกาะติดรายการของตนเองอย่างไรบ้าง "เดลินิวส์ออนไลน์" มีโอกาสได้พูดคุยกับคนข่าวที่อยู่ในวงการมานานอย่าง "ธีระ ธัญญอนันต์ผล" ที่ตอนนี้ได้ร่วมงานกับทางช่อง 8 ประเดิมรายการคุยข่าวการเมือง มาพูดคุยในแง่มุมการทำงานต่างๆ อีกด้วย
 
จุดเริ่มต้นบนเส้นทางการทำงานข่าว
"ด้วยความที่เรียนวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ ที่ม.กรุงเทพ เลยอยากจะทำงานด้านนี้ ตอนแรกไม่ได้อยากทำนักข่าว อยากทำแมกกาซีน ชอบเขียน ชอบถ่ายรูปภาพ ด้วยจังหวะเศรษฐกิจช่วงนั้นไม่ค่อยดี ทำให้งานหายาก แล้วเพื่อนก็แนะนำให้ไปที่ศูนย์ข่าวแปซิฟิก เป็นข่าววิทยุรายงานทั่วประเทศ ก็เลยได้เริ่มทำข่าวตั้งแต่ที่นั้น  หลังจากนั้นทางผู้ใหญ่เห็นแววชักชวนมาที่ช่องไอทีวี อยู่มา7 ปี ทำทั้งนักข่าว ผู้ประกาศข่าวการเมือง แล้วก็ย้ายไปเรื่อยตามจังหวะชีวิตอีกประมาณ 6 ที่ สุดท้ายก็ได้มาอยู่ที่ช่อง 8 ครับ ถือว่าได้ทำงานข่าวที่หลากหลาย"

เหตุการณ์แจ้งเกิด "ธีระ"
"จริงๆ มีคนจำได้ตั้งแต่สมัยทำรายการวิทยุ ที่ศูนย์ข่าวแปซิฟิก เพราะจะลงชื่อทุกครั้งที่เรารายงาน ช่วงต้นชั่วโมงและออกบ่อย  ธีระ ธัญญอนันต์ผล ข่าวแปซิฟิกรายงาน แล้วพอคนได้เห็นเราหน้าจอทีวีก็จะจำได้ หลังจากนั้นก็มาอยู่ช่องไอทีวีด้วยระยะเวลาที่นานหน่อยประมาณ 7 ปี คนก็เริ่มรู้จัก ไอทีวีตอนนั้นเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับแวดวงข่าวที่ดุเดือด ช่วงนั้นผมดูแลโต๊ะการเมือง ดูแลเรื่องการเลือกตั้ง จะได้รายงานสดบ่อยๆ ทั้งการเลือกตั้ง ยุบพรรคการเมือง  ธีระก็จะเหมาไปดูแลข่าวนั้นโดยเฉพาะ คนก็จะคุ้นกับเราในข่าวแบบนั้น"
 
การร่วมงานกับทางช่อง 8
"ได้มีคนชักชวนมาทำงานที่ช่อง 8 และด้วยทิศทางในวงการข่าวของช่องดิจิตอล ก็ต้องยอมรับว่าช่อง 8 ถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ที่น่าร่วมงานมากเพราะมีความหลากหลาย และเป็นช่วงการเลือกตั้ง ทางช่องก็อยากจะพัฒนามากขึ้น อยากให้มีความเข้มข้น ด้วยความที่เราถนัดทางข่าวการเมือง ก็เลยได้มานั่งเป็นบก.อยู่โต๊ะการเมือง รวมทั้งได้มาประกาศข่าวในช่วงคุยข่าวการเมืองด้วยครับ  ซึ่งเราก็ตั้งใจให้ช่วงข่าวการเมืองของช่อง 8 มีคนสนใจมากขึ้นเพราะการเมืองเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว หลายคนอาจมองว่าการเมืองมันน่าเบื่อ จริงๆ มันเป็นประโยชน์กับทุกคน แต่อยู่ที่แง่มุมในการนำเสนอ เลยตั้งใจจะมาทำตรงนี้ให้ดีที่สุดครับ.


 
เส้นทางคนข่าวที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
"จริงๆ อุปสรรคของนักข่าว คือ ไม่ได้ข่าว ไม่ได้ภาพ แต่เราก็ต้องพยายาม ส่วนอุปสรรคของผม เป็นเรื่องของความหวาดกลัวมากกว่า ครั้งนั้น เคยไปทำข่าวแล้วแอบถ่ายระหว่างมีการซื้อเสียงกันของผู้มีอิทธิผล ครั้งนั้นพอเขารู้ตัวก็มาล้อมรถเราเลย ใจก็ตุ่มๆต่อมๆ สุดท้ายเราก็ออกมาได้ ตอนนั้นเลยตัดสินใจว่าถ้าเราจะเดินทางกลับกทม.ตอนกลางคืนก็จะกลัวว่าเป็นอันตราย คืนนั้นเลยต้องอยู่ต่อ และไปอยู่ในที่ชุมชนคนเยอะๆครับ"
 
วงการข่าว จากอดีตถึงปัจจุบัน เปลี่ยนไปแค่ไหน
"เปลี่ยนแปลงไปมากเลยครับ สมัยแรกๆ เราต้องพิมพ์ดีด ส่งข่าว  ส่งแฟกซ์ ทีวีก็จะเรียกว่าเทปเบต้า แต่มันทำให้นักข่าวสมัยก่อนเก่ง เพราะหาข่าวด้วยตัวเอง แต่สมัยนี้ ข่าวจะเหมือนกันหมดเลย ด้วยความที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี เราก็ต้องปรับตัว ซึ่งข้อดีมีนะครับ เราอยากจะรู้ข้อมูลข่าวก็หาเสริชได้เลย มันทันสมัยมาก แล้วเราก็สามารถนำข้อมูลนั้นมาประกอบ แต่ต้องดูว่าเราใช้เทคโนโลยีนั้นถูกรึเปล่า ถ้าเรานำข่าวมาก๊อปปี้ วางตัดแปะ ไม่ได้เช็คอะไรเพิ่ม มันก็จะไม่เกิดประโยชน์กับคนทำงาน ทางผู้ประกาศข่าวเองก็ต้องมีการปรับตัว อย่างทุกวันนี้ คนก็เริ่มติดตามผู้ประกาศทางโซเชียล ทางมือถือเยอะ เราเองก็ต้องปรับตัวว่าจะทำยังไง ให้คนหันมาสนใจดูทีวีให้มากขึ้น เชื่อสิ่งที่เราพูด มั่นใจในสิ่งที่เราพูดว่าเป็นประโยชน์กับเขา และรู้มากกว่าในโซเชียลมีเดีย"
 
เรื่องที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต
"เรื่องที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต คือ วันที่เราตัดสินใจไม่ไปตามกระแสของเด็กวารสาร เด็กJR ในรุ่นผม หลังจากจบมาก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นผู้ประกาศ ไม่ได้คิดว่าจะมาอยู่หน้ากล้อง อยากทำเบื้องหลัง อยากเขียนหนังสือ คือ อยากจะรอให้เข้าแวดวงนี้ให้ได้ เพื่อนหลายคนก็มาถาม ว่าเราได้งานรึยัง เพื่อนบางคนไปเป็นผู้จัดการฟาสฟู๊ด ส่วนผมนี่รอประมาณ 6 เดือนกว่า ไม่มีงานและไม่มีเงิน จนค่อยๆเริ่มมีโอกาสมาทำงานทุกวันนี้ เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราตัดสินใจถูก ที่อดทน เราถึงมีโอกาสก้าวเข้ามาทำงานตรงนี้ คือ เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาเรียนในกรุงเทพก็ตอนม.ปลายและมหาวิทยาลัยเอง แต่ก็ได้โอกาสจากผู้ใหญ่หลายท่านให้การสนับสนุน เห็นแววเรา ผมต้องขอขอบพระคุณตรงนี้ด้วยครับ"


 
ประสบการณ์ทำข่าวที่พีคที่สุด
"เป็นช่วงที่ไปทำข่าวที่อิรัก ต้องย้ายจากอิรักไปจอร์แดน จริงๆแล้วเรียกว่าต้องเผ่น เลยล่ะ เพราะมันจะมีการวางระเบิด ต้องนั่งรถข้ามทะเลทราย ช่วงนั้นรู้สึกตื่นเต้นและสนุกมาก ไม่เคยกลัวอันตรายเลย เคยมีครั้งหนึ่งทำข่าวที่สภาแล้วมีพระมายืนถือปืนอาก้าอยู่ตรงหน้า จ่อหน้า  ตอนนั้นก็ยังไม่กลัว ด้วยคงเพราะอายุยังน้อย ประกอบกับเราเป็นคนที่ชอบทำงานด้วยครับ"
 
อนาคตตนเองในฐานะคนข่าวต่อจากนี้
"เมื่อเราได้รับมอบหมายในเรื่องของข่าวการเมืองก็จะทำตรงนี้ให้ดีที่สุด ช่วงนี้การเมือง เป็นอะไรที่เข้มข้นร้อนแรง เราอยากให้การเมืองเข้าถึงประชาชน คนดู และต้องการให้ทุกคนได้รับรู้ ด้วยรูปแบบ เข้าถึงคนดูง่ายๆ เล่าง่ายๆ แม้จะเป็นข้อกฎหมายก็ตาม เราจะทำให้แฟนข่าวเข้าใจ มีอาวุธเรื่องความรู้ติดคมให้ตัวเอง สามารถที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ ทุกคนจะพิจารณาจากอะไรบ้างอยู่ที่การตัดสินใจเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน แต่หน้าที่ของเราคือ เราจะนำเสนอข้อมูลต่างๆให้ทุกคน ถึงแม้ว่าจะมีความสลับสับซ้อน เราก็จะทำให้เป็นเรื่องที่ฟังง่าย เข้าใจง่ายครับ"
 
เรียกว่าพอหอมปากหอมคอ กับประสบการณ์การทำข่าว แบบคนข่าวที่อยู่ในวงการนี้มาอย่างยาวนาน หากใครอยากติดตามลีลาการนำเสนอข่าวของ ธีระ ก็ติดตามกันได้ที่ช่วง “คุยข่าวการเมือง” ซึ่งจะอยู่ในรายการ คุยข่าวเช้า เวลา 8.00-8.30 น. และ คุยข่าวเย็น เวลา 15.15-15.30 น.  ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ ทาง สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 
..................................
คอลัมน์ : Talk Online
โดย : อานนท์ นันตสุคนธ์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 207