อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562

ทายอนาคตเล่นๆ หลังเลือกตั้งสงสัยไม่สงบสุข

สัปดาห์นี้วิเคาะห์เกมหลังเลือกตั้ง ไม่แน่อาจมีการชุมนุมช่วงก.ค.62 ลักษณะเป็นดาวกระจาย ไม่ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ จึงอดสงสัยไม่ได้...ประเทศจะไม่สงบสุขหรือไม่? พฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2562 เวลา 12.00 น.


การเลือกตั้งที่ผ่านมา หลายคนคงจะรู้สึกคล้าย ๆ กันคือ “มันมั่ว” เรื่องร้องเรียนคัดค้านอะไรเต็มไปหมด ตั้งแต่เรื่องแรกคือ “บัตรเลือกตั้งมันงอกขึ้นมาได้ไง” เพราะเขาไปอ้างจากการนำเสนอข้อมูลที่ว่า ยอดบัตรมันเกินยอดผู้มาใช้สิทธิ ซึ่งอันนี้ก็ไม่รู้จะโทษใครนอกจาก กกต. คาดว่าไม่ได้จัดมา 7-8 ปีเลยมีปัญหา และ กกต. ชุดนี้ก็ล้วนเป็นคนใหม่ทั้งหมด บางคนก็ไม่ได้มาทางสายการจัดเลือกตั้งเสียอีก

เข้าใจว่าความมั่วมันมาจากการรายงานตัวเลขจากหน่วย คือ ไม่ได้สรุปยอดจำนวนผู้มาใช้สิทธิให้เรียบร้อยจากต้นขั้วบัตรก่อน แต่น่าจะใช้วิธีส่งคะแนนจากแต่ละหน่วยไปรวม ๆ กัน ก็เลยเกิดค่าผิดพลาดหรือ error ได้ ประเภทรวมซ้ำ หรือไปนับเฉพาะยอดบัตรดีเป็นยอดผู้มาใช้สิทธิ ยังไงก็ตามแต่ก็ได้แต่คาดหวังว่า กกต. จะมีความชัดเจนชี้แจงให้คลายสงสัยแบบชะงัดไปเลย ไม่ใช่ปล่อยข่าวนี้ไหลไปเรื่อย จนขายขี้หน้าว่าทำไมเกินมาเยอะขนาดนั้น



และปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเลือกตั้ง ก็คงทำให้หลายคนหน่าย ๆ คือ “สรุปแล้วบ้านเมืองเราก็ยังแบ่งฝักแบ่งฝ่าย” แบบแก้กันไม่หาย เถียงเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง หลายคนจะเป็นประเภทชอบเอาชนะ มันเลยไม่จบเสียที เที่ยวนี้แบ่งฝ่ายเป็นพวกเอาและไม่เอา คสช. ซึ่งฝ่ายหลังเรียกตัวเองเป็น “ฝ่ายประชาธิปไตย” ไปเรียบร้อย กลายเป็นอีกฝ่ายไม่พอใจ เพราะฝ่ายนั้นก็ได้คะแนนจากการเลือกตั้ง

ความไม่พอใจในการทำหน้าที่ของ กกต. ทำให้เกิดการล่ารายชื่อถอดถอน ซึ่งตั้งใจให้ถึงล้านชื่อ แต่ถ้าถอดถอนแล้วจะเป็นอย่างไร? ก็ถ้า กกต. รับรองผลเลือกตั้งแล้วก็น่าจะต้องยึดตามผลนั้น ไม่รู้ว่ามีใครไปร้องศาลปกครองให้เพิกถอนผลเลือกตั้งหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาในการเลือกตั้งปี 2549 ก็เคยยื่นศาลปกครองเพิกถอนผลเลือกตั้ง เนื่องจากไม่เป็นความลับ ที่หันคูหาออกข้างนอก

เจอหน้าญาติสนิทมิตรสหายหลาย ๆ คน ช่วงนี้เรียกว่า “คุยการเมืองกันจนเบื่อไปข้าง” คนที่ปกติไม่ค่อยสนใจการเมือง แต่เปิดรับสื่อโซเชียลฯ เยอะ ๆ เขาก็ถามไถ่ตลอดว่า “แล้วมันจะจบยังไงล่ะ?” นี่ก็ตอบไม่ค่อยจะถูกเหมือนกัน ที่เขาชอบถาม ๆ กันก็คือ ใครจะได้เป็นนายกฯ เพราะคำถามนี้ทำให้เข้าใจเกมง่ายที่สุด ถ้าให้เก็ง พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนนี้แหละที่มีโอกาสมากที่จะรับตำแหน่งซ้ำ เพราะก็มี “ความพยายาม” ให้เห็นอยู่



เอาเป็นว่าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เราอย่าเพิ่งพูดกันไปเลย เพราะต้องรอความชัดเจนจาก กกต. ว่า พรรคไหนมีเสียงเท่าไหร่ แล้วใครเจรจามารวมกันได้บ้าง เสียงพรรคไม่พอก็ต้องใช้เสียงงูเห่า ซึ่งเพื่อไทยกับอนาคตใหม่เขาก็มีการตีกันการเกิดงูเห่าไว้บ้างแล้ว แต่ถ้าเทียบกับสนามวิ่ง ก็เหมือนเพิ่งออกจากจุดสตาร์ทกันตอนนี้ ไม่รู้ว่าใครจะสำแดงอภินิหารอย่างไร เพราะการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเงินถึง ผลประโยชน์ถึง

คำถามต่อมาที่คนชอบถามกันคือ “แล้วจะมีม็อบอีกไหม” เพราะเขาก็เห็นภาพความขัดแย้ง แตกแยกของอุดมการณ์ ความไม่ลงรอยกันอยู่ในขณะนี้ และเริ่มมีการชุมนุม ระดมพลล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต. แล้ว ถ้าถามคำถามนี้ก็ตอบว่า “โอกาสที่เกิดม็อบมันก็มี” โดยเฉพาะหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีการสร้างภาพความไม่ชอบธรรมของการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลมาตลอดอยู่แล้ว จนถึง ณ ขณะนี้

พลังประชารัฐตั้งรัฐบาลได้เมื่อไหร่ ก็ใช้ข้ออ้างเดียวกับตอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งรัฐบาลได้เลย คือ “พรรคเสียงข้างมากที่สุดจากการเลือกตั้ง ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งฝืนฉันทามติประชาชน” เรื่องการแย่งชิงอำนาจมันเดิมพันกันสูง จะจัดชุมนุมเมื่อไหร่ก็ได้ และถ้าให้คาดการณ์คิดว่า เร็วที่สุดการชุมนุมน่าจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนก.ค. นี่แหละ เนื่องจากว่าขณะนั้นมันคงเป็นเวลาที่จัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว เห็นภาพขั้วอำนาจชัดว่าใครแพ้เกมตั้งรัฐบาล



พอมีการตั้งรัฐบาลเสร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ คสช. ต้องสลายตัวไปตามกฎหมาย  คสช. จะต้องสลายตัวเมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว พอไม่มี คสช. ก็ไม่มีการใช้อำนาจตาม ม. 44 แล้ว มันก็ต้องใช้กฎหมายที่มีคือ พ.ร.บ.ควบคุมการชุมนุมสาธารณะ แต่การรวมตัวน่าจะเป็นลักษณะดาวกระจายกันไปก่อน คือ ขออนุญาตชุมนุมมันทุกเขต แต่ไม่ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ล้อมเอาง่าย ๆ

และที่น่าสนใจถ้าจะเกิดม็อบคือปรากฏการณ์การใช้สื่อ เราก็เห็นความแตกแยกทางความคิดมาก่อนหน้านี้ว่า คนรุ่นเก่าถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ แต่คนรุ่นใหม่จะเลือกอนาคตใหม่ และถ้ามีการชุมนุมต้านรัฐบาลพลังประชารัฐ คนรุ่นใหม่พวกนี้ไปร่วมชุมนุม และใช้สื่อในการส่งข่าวสื่อสารเพื่อลดความชอบธรรมของรัฐบาล การใช้สื่ออาจไม่เป็นภาพตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ แต่ก็มีพลังมากอย่างที่เราเห็นผลจากกระแสเชียร์อนาคตใหม่

ที่น่ากลัวคือการใช้สื่อใน “ภาวะเกลียดชัง” ต้องการเอาชนะ ข่าวลือ ข่าวปล่อย กระทั่งข่าวลวงมีโอกาสถูกส่งต่อไปได้มากยิ่งขึ้น กลายเป็นกระแสทั่วโซเชียลฯ ที่ยิ่งทำให้คนฮือกันเข้ามาต่อต้านรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลไปถึงการชุมนุมแบบดาวกระจายในต่างจังหวัดได้ ม็อบแรงขึ้นสิ่งที่ตามมาคือ...ต้องเจรจา คราวนี้น่าจะมีการยื่นเงื่อนไขให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างเสร็จต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่



แก้รัฐธรรมนูญก็เพื่อ “ล้างมรดกบาปของ คสช.” สำคัญคือเรื่องยกเลิก ส.ว. ชุดนี้อยู่ได้ตั้ง 5 ปี โหวตเลือกนายกฯ ได้ มีอำนาจควบคุมรัฐบาลให้ต้องทำตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแก้ไขระบบเลือกตั้งแยกเป็นบัตร 2 ใบเหมือนเดิมไม่ต้องคำนวณมั่วซั่วแบบนี้ และยังมีโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. มากขึ้นอีก อ้างตามเลือกตั้งครั้งนี้ได้ ส.ส. เขต 130 กว่าคน แล้วถ้าเลือกบัตร 2 ใบจะได้ปาร์ตี้ลิสต์อีกกี่คน? เผลอ ๆ รวม ๆ เสียงได้เกิน 250 ด้วยซ้ำ

คิดว่าแก้รัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขสำคัญอยู่แล้วถ้าจะมีม็อบ ไล่รัฐบาลอย่างไรมันต้องแก้กติกาให้ได้ก่อน ไม่งั้นเลือกตั้งใหม่มาก็อีหรอบเดิม ไม่กดดันให้แก้ก็ไม่ได้ เพราะเอากระบวนการสภามันยากเหลือเกิน เนื่องจากตั้งแต่วาระรับหลักการมันก็ต้องมีการให้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 รับรองด้วย ถ้าพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล และคุมเสียง ส.ว. ได้ คิดว่าญัตตินี้จะผ่านเหรอ? รวมชื่อขอแก้ทำได้แต่จอดในสภา ต้องมีเงื่อนไขอะไรให้ยอมแก้ ก็ชุมนุมนี่แหละ

ส่วนที่ว่าทหารจะออกมาไหม เชื่อว่าสถานการณ์ช่วงแรก ๆ ยังไม่สุกงอมพอที่ทหารจะออกมา และภาวะโลกล้อมประเทศแบบนี้ การเคลื่อนไหวของกองทัพก็ไม่ใช่ง่าย ๆ เพราะต่างชาติก็จับตาดูอยู่ มีปัญหาอะไรอีก บางประเทศก็พร้อมจะบอยคอตประเทศไทยทันที

ความพยายามเอาชนะมันทำให้ประเทศถึงทางตันได้ เอาเป็นว่านาทีนี้ก็ขอให้ประเทศชาติสงบสุขกันไปก่อน. 
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง” 
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : วิกิพีเดีย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%