อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

คิดเล่นแบบสุดโต่ง เลือกตั้งเสร็จจะออกมารูปไหน

สัปดาห์นี้ชวนคิดกันแบบสุดโต่ง อะไรจะเกิดขึ้นในการจัดตั้งรัฐบาล หลายสูตรผุดขึ้นมา นอกเหนือจากสูตร พท.หรือ พชปร. จะรวมเสียงข้างมากในสภาได้ หรืออาจจะมีสูตร “ล้มเลือกตั้ง พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 เวลา 12.00 น.


พ้นเทศกาลสงกรานต์แล้ว เราก็กลับมาสู่อารมณ์ความรู้สึกเดิม ๆ คือ รอดูผลการเลือกตั้ง ตกลงว่าอะไรเป็นอะไร? ใครจะได้จัดตั้งรัฐบาลกันแน่ เมื่อไหร่จะรับรองจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เสียที ซึ่งเรื่องนี้ตอนแรก กกต. มั่นใจมากว่า “มีวิธีคำนวณ แบบรับรอง ส.ส.เขตได้ครับ 10 นาทีจากนั้นก็ประกาศผลได้” แต่ไป ๆ มา ๆ ยอมรับว่าถึงทางตันอย่างนั้น เพราะไม่รู้ว่าระบบคำนวณคะแนนที่ใช้ตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่
 
คือ กกต. ไม่ได้หารือว่า ด้วยเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญนั้น จะใช้วิธีคำนวณไหนถึงจะถูกต้องบนหลักการ “ไม่ให้เสียงตกน้ำ” แต่ให้ยืนยันว่า วิธีคำนวณของ กกต. ที่ปัดเศษให้พรรคเล็กแล้วทำให้มีพรรคได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จำนวน 20 กว่าพรรคนั้นถูกต้องหรือไม่ แต่หลายคนเขาก็ค้านว่า มันขัดกับหลักการที่ว่า พรรคต้องได้ “ส.ส.ที่พึงมี” ถ้าคำนวณจริง ๆ จะมีพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแค่ 10 กว่าพรรคเท่านั้น
 
และขณะนี้ กกต. ก็กลายเป็นตำบลกระสุนตก เพราะมีคนจะยื่นถอดถอน เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ที่มีปัญหา ที่เราเห็นเป็นข่าวมาตั้งแต่วันเลือกตั้ง และมีคนยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตีความว่า การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมควรเป็นโมฆะหรือไม่ โดยถ้าผู้ตรวจมีความเห็นไปทางควรโมฆะก็ยื่นต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ยังมีเรื่องร้องเรียนที่ทาง กกต. ระบุว่า มีการร้องมาถึง 66 เขตเลือกตั้ง ไม่รู้จะมีใครได้ใบแดงใบส้มต้องจัดเลือกตั้งใหม่หรือไม่
 


ขณะที่ กกต. ก็มีความวุ่นวาย สูตรคำนวณก็ไม่ได้ เรื่องร้องเรียนก็เพียบ พรรคการเมืองเองก็ไปต่อไม่รอ กกต. ชิงความได้เปรียบกันทั้งที่เห็นอยู่ว่าผลเลือกตั้งยังไม่ค่อยสะเด็ดน้ำเท่าไหร่ ล่าสุดในช่วงสงกรานต์ก็สะเทือนทั้งบางอีก เมื่อมีรายงานข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รวบรวมเสียงได้เกิน 250 เสียงแล้ว และพร้อมจัดตั้งรัฐบาลทันที ก็พรรคนี้ไม่ต้องกลัวอะไรเนื่องจากค่อนข้างนอนมาว่ามีเสียง ส.ว.สนับสนุน
 
ข่าวออกไปเท่านั้นแหละฮือฮากันไปหมด เพราะจากข่าว พรรคที่ พปชร. ดึงมาร่วมรัฐบาลได้ รวมถึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ของ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ซึ่งทำให้กองเชียร์ผิดหวังไปเยอะ เพราะไม่เชื่อว่าพรรคนี้จะไม่อยู่ร่วมกับพรรคฝ่ายเพื่อไทย กระแสทวงถามเรื่องนี้ในอินเทอร์เน็ตเยอะมากจนนายมิ่งขวัญต้องรีบมาออกแถลงการณ์ว่า “ไม่ได้มีการเจรจา” ขณะที่อีกพรรคที่ว่าจะมีบางส่วนไปร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์กลับกระแสเงียบ ทั้งที่เป็นพรรคใหญ่กว่า
 


เอาจริงถ้าว่ากันด้วยจำนวน ส.ส. สิ่งที่ควรกลัวมากกว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่ไปร่วมตั้งรัฐบาลกับ พปชร.หรือไม่ ก็คือการมีงูเห่าในพรรคที่ได้เสียงเยอะ อย่างเพื่อไทยหรืออนาคตใหม่ ซึ่งตรงนี้ถ้าใครจะออกตัวแทนว่า ไม่มีแน่ ๆ ก็ต้องบอกว่า “อย่าอินอะไรกับการเมืองเยอะ” จะรักชอบอะไรก็ต้องจำไว้ว่า การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ เขาเจรจาต่อรองกันยังไงเรา ๆ ก็ไม่รู้หรอก มองนักการเมืองเป็นคนเทา ๆ ไม่คาดหวังมากจะดีกว่า
 
คำถามต่อมาคือ “แล้วจากนี้อะไรจะเกิดขึ้นในการจัดตั้งรัฐบาล” ซึ่งเอาจริงเขาก็ประเมินกันหลายสูตรเหลือเกิน จนขณะนี้เริ่มจะมีสูตรใหม่โผล่ขึ้นมา นอกเหนือจากสูตรเพื่อไทยหรือพลังประชารัฐจะรวมเสียงข้างมากในสภาได้ คิดกันสุดโต่ง สูตรนั้นคือสูตร “ล้มเลือกตั้ง” คือให้มีการตีความว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม มีปัญหา ฯลฯ อะไรก็ตาม แต่ต้องไม่ใช่ กกต. ทุจริตหรือเอื้อต่อพรรคใดพรรคหนึ่ง แล้วการเลือกตั้งก็จะเป็นโมฆะโดยไม่มีใครผิด
 
แล้วถ้ามันล้มเลือกตั้งจริง มีการเลือกตั้งใหม่ ทีนี้ที่สำคัญก็คือ ถ้าพรรคที่สนับสนุนขั้วอำนาจปัจจุบันต้องการได้เปรียบ จากที่เสียงน้อยกว่าอีกฝั่งอยู่ พรรคก็ต้องดิ้นรนหาเสียง หากลเม็ดเด็ดพราย สู้ศึกเลือกตั้งอย่างไรก็ได้ให้ได้คะแนนเสียงเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ซึ่งถ้าได้จริงก็ไปตอกหน้าบางพรรคที่ยึดธรรมเนียมปฏิบัติจำนวน ส.ส. ต้องเยอะกว่าเสียงป๊อบปูล่าร์โหวตได้ ว่า “นี่ไงเราก็มีสิทธิ์เต็มร้อยในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว”



เห็นทางคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาเตือนเรื่องประชาชนจะลงโทษนักการเมืองที่ตระบัดสัตย์ ถ้าพรรคพลังประชารัฐพลิกมาเป็นพรรคเสียงข้างมากอันดับหนึ่งจริง แล้วเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลสู้ (ด้วยวิธีรวมเสียงแบบที่ พปชร. ทำอยู่ตอนนี้แหละ) เพื่อไทยก็กลายเป็นฝ่ายตระบัดสัตย์เอง และการเป็นพรรคอันดับหนึ่งอาจมีผลให้สามารถหาแนวร่วมได้ง่ายขึ้นด้วย แต่ถ้าหวยออกวิธีนี้คนคงด่ากันทั้งเมืองเพราะเสียเงินเยอะ
 
แต่อย่างที่บอก “การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้” ถ้าหวยออกเลขนี้จริง เราก็อาจได้เห็นแนวทางการหาเสียงที่พรรคพลังประชารัฐน่าจะชูเรื่องความสงบ เดินหน้าทำงานต่อ ฝ่ายตรงข้ามก็ยังมีจุดขาย คือ ยุติสืบทอดอำนาจ แต่ก็อาจโดนการสื่อสารโจมตี โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ โดนเรื่องที่มีแนวคิดซ้ายจัดที่ต้องการปฏิรูปกองทัพ หรือไปถึงการแตะต้องสถาบัน และทำให้คนบางส่วนไม่พอใจ บางส่วนคิดว่า เลือกฝั่งนี้มาบ้านเมืองก็ไม่สงบ...ก็อาจเป็นได้
 
ที่กล่าวไปคือแนวคิดแบบสุดโต่งแนวคิดแรก แต่มันก็มีวิธีที่ชวนให้คิดว่าจะเป็นอีกสูตรที่ออกได้ คือ “นายกฯ คนนอก” ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการปล่อยข่าวทางอินเทอร์เน็ตกันมากแล้ว เผยขนาดชื่อของนายกฯ คนนอกที่ว่า เป็นอดีตข้าราชการระดับสูงรายหนึ่ง โดยที่มีการบอกว่า คนนี้จะเข้ามาเพื่อปฏิบัติภารกิจด้านความปรองดอง และจัดให้มีเลือกตั้งใหม่ด้วยกติกาที่เป็นธรรม ซึ่งการปล่อยข่าวนี่ก็คือโยนหินถามทางแหละว่า ผลตอบรับของสังคมเป็นอย่างไร
 


แล้วนายกฯ คนนอกเกิดได้อย่างไร? ก็เกิดได้เมื่อในการโหวตเลือกนายกฯ ไม่สามารถโหวตเลือกคนในบัญชีของพรรคการเมืองได้ เช่น เสียงไม่พอสักฝ่าย ก็ต้องเสนอญัตติให้ยกเลิกการใช้คนตามบัญชีพรรค แล้วให้มีนายกฯ คนนอก โดยผู้เสนอชื่อนายกฯ คนนอก จะต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ส.ว. ไม่มีสิทธิ์ ซึ่งเข้าใจว่า ถ้าถึงขั้นนั้นคงต้องหาคน “ขั้วกลาง” ที่ไม่ได้ชัดเจนว่าอยู่ฝั่งไหน น่าจะเป็นพวกคนที่ประสบความสำเร็จมาอย่างเป็นที่ประจักษ์
 
การเล่นเกมดึงเช็งให้ได้นายกฯ คนนอก คือแสดงว่า...ต้องมีความพยายามรวมตัวกันของฝ่ายนักการเมือง เพื่อต่อรองอะไรบางอย่าง วิธีที่ทำได้คือสกัดไม่ให้ผู้มีอำนาจได้อำนาจง่าย ๆ ยกเว้นจะให้ความร่วมมือบางอย่างถึงยอม จนถึงตอนนี้ก็ยังเชื่อว่าถ้ามีการเล่นเกมนี้จริง เงื่อนไขของนักการเมืองก็คงไม่มีอะไรเกินไปกว่าแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะแค่เห็นระบบเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่นับคะแนนเสร็จว่า ใครควรเป็นนายกฯ นักการเมืองก็ไม่เอาแล้ว
 
ดังนั้นถ้าจะยอมให้มีนายกฯ คนนอก ก็ต้องขอเป็นรัฐบาลระยะสั้น แก้กติกาเสียแล้วมาสู้กันแฟร์ ๆ รู้สึกเสียดายที่ไม่ว่าดูทรงอย่างไรแล้วรัฐบาลนี้น่าจะอายุสั้นก็เรื่อง มีความพยายามวนเวียนแก้กติกาก็เรื่อง นี่แหละเขาถึงว่ากันว่าหลังเลือกตั้งประเทศไทยก็ยังไม่ไปไหนหรอก.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย  “บุหงาตันหยง”  


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 221