อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562

คิดเล่นแบบสุดโต่ง เลือกตั้งเสร็จจะออกมารูปไหน

สัปดาห์นี้ชวนคิดกันแบบสุดโต่ง อะไรจะเกิดขึ้นในการจัดตั้งรัฐบาล หลายสูตรผุดขึ้นมา นอกเหนือจากสูตร พท.หรือ พชปร. จะรวมเสียงข้างมากในสภาได้ หรืออาจจะมีสูตร “ล้มเลือกตั้ง พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 เวลา 12.00 น.


พ้นเทศกาลสงกรานต์แล้ว เราก็กลับมาสู่อารมณ์ความรู้สึกเดิม ๆ คือ รอดูผลการเลือกตั้ง ตกลงว่าอะไรเป็นอะไร? ใครจะได้จัดตั้งรัฐบาลกันแน่ เมื่อไหร่จะรับรองจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เสียที ซึ่งเรื่องนี้ตอนแรก กกต. มั่นใจมากว่า “มีวิธีคำนวณ แบบรับรอง ส.ส.เขตได้ครับ 10 นาทีจากนั้นก็ประกาศผลได้” แต่ไป ๆ มา ๆ ยอมรับว่าถึงทางตันอย่างนั้น เพราะไม่รู้ว่าระบบคำนวณคะแนนที่ใช้ตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่
 
คือ กกต. ไม่ได้หารือว่า ด้วยเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญนั้น จะใช้วิธีคำนวณไหนถึงจะถูกต้องบนหลักการ “ไม่ให้เสียงตกน้ำ” แต่ให้ยืนยันว่า วิธีคำนวณของ กกต. ที่ปัดเศษให้พรรคเล็กแล้วทำให้มีพรรคได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จำนวน 20 กว่าพรรคนั้นถูกต้องหรือไม่ แต่หลายคนเขาก็ค้านว่า มันขัดกับหลักการที่ว่า พรรคต้องได้ “ส.ส.ที่พึงมี” ถ้าคำนวณจริง ๆ จะมีพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแค่ 10 กว่าพรรคเท่านั้น
 
และขณะนี้ กกต. ก็กลายเป็นตำบลกระสุนตก เพราะมีคนจะยื่นถอดถอน เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ที่มีปัญหา ที่เราเห็นเป็นข่าวมาตั้งแต่วันเลือกตั้ง และมีคนยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตีความว่า การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมควรเป็นโมฆะหรือไม่ โดยถ้าผู้ตรวจมีความเห็นไปทางควรโมฆะก็ยื่นต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ยังมีเรื่องร้องเรียนที่ทาง กกต. ระบุว่า มีการร้องมาถึง 66 เขตเลือกตั้ง ไม่รู้จะมีใครได้ใบแดงใบส้มต้องจัดเลือกตั้งใหม่หรือไม่
 


ขณะที่ กกต. ก็มีความวุ่นวาย สูตรคำนวณก็ไม่ได้ เรื่องร้องเรียนก็เพียบ พรรคการเมืองเองก็ไปต่อไม่รอ กกต. ชิงความได้เปรียบกันทั้งที่เห็นอยู่ว่าผลเลือกตั้งยังไม่ค่อยสะเด็ดน้ำเท่าไหร่ ล่าสุดในช่วงสงกรานต์ก็สะเทือนทั้งบางอีก เมื่อมีรายงานข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รวบรวมเสียงได้เกิน 250 เสียงแล้ว และพร้อมจัดตั้งรัฐบาลทันที ก็พรรคนี้ไม่ต้องกลัวอะไรเนื่องจากค่อนข้างนอนมาว่ามีเสียง ส.ว.สนับสนุน
 
ข่าวออกไปเท่านั้นแหละฮือฮากันไปหมด เพราะจากข่าว พรรคที่ พปชร. ดึงมาร่วมรัฐบาลได้ รวมถึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ของ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ซึ่งทำให้กองเชียร์ผิดหวังไปเยอะ เพราะไม่เชื่อว่าพรรคนี้จะไม่อยู่ร่วมกับพรรคฝ่ายเพื่อไทย กระแสทวงถามเรื่องนี้ในอินเทอร์เน็ตเยอะมากจนนายมิ่งขวัญต้องรีบมาออกแถลงการณ์ว่า “ไม่ได้มีการเจรจา” ขณะที่อีกพรรคที่ว่าจะมีบางส่วนไปร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์กลับกระแสเงียบ ทั้งที่เป็นพรรคใหญ่กว่า
 


เอาจริงถ้าว่ากันด้วยจำนวน ส.ส. สิ่งที่ควรกลัวมากกว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่ไปร่วมตั้งรัฐบาลกับ พปชร.หรือไม่ ก็คือการมีงูเห่าในพรรคที่ได้เสียงเยอะ อย่างเพื่อไทยหรืออนาคตใหม่ ซึ่งตรงนี้ถ้าใครจะออกตัวแทนว่า ไม่มีแน่ ๆ ก็ต้องบอกว่า “อย่าอินอะไรกับการเมืองเยอะ” จะรักชอบอะไรก็ต้องจำไว้ว่า การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ เขาเจรจาต่อรองกันยังไงเรา ๆ ก็ไม่รู้หรอก มองนักการเมืองเป็นคนเทา ๆ ไม่คาดหวังมากจะดีกว่า
 
คำถามต่อมาคือ “แล้วจากนี้อะไรจะเกิดขึ้นในการจัดตั้งรัฐบาล” ซึ่งเอาจริงเขาก็ประเมินกันหลายสูตรเหลือเกิน จนขณะนี้เริ่มจะมีสูตรใหม่โผล่ขึ้นมา นอกเหนือจากสูตรเพื่อไทยหรือพลังประชารัฐจะรวมเสียงข้างมากในสภาได้ คิดกันสุดโต่ง สูตรนั้นคือสูตร “ล้มเลือกตั้ง” คือให้มีการตีความว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม มีปัญหา ฯลฯ อะไรก็ตาม แต่ต้องไม่ใช่ กกต. ทุจริตหรือเอื้อต่อพรรคใดพรรคหนึ่ง แล้วการเลือกตั้งก็จะเป็นโมฆะโดยไม่มีใครผิด
 
แล้วถ้ามันล้มเลือกตั้งจริง มีการเลือกตั้งใหม่ ทีนี้ที่สำคัญก็คือ ถ้าพรรคที่สนับสนุนขั้วอำนาจปัจจุบันต้องการได้เปรียบ จากที่เสียงน้อยกว่าอีกฝั่งอยู่ พรรคก็ต้องดิ้นรนหาเสียง หากลเม็ดเด็ดพราย สู้ศึกเลือกตั้งอย่างไรก็ได้ให้ได้คะแนนเสียงเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ซึ่งถ้าได้จริงก็ไปตอกหน้าบางพรรคที่ยึดธรรมเนียมปฏิบัติจำนวน ส.ส. ต้องเยอะกว่าเสียงป๊อบปูล่าร์โหวตได้ ว่า “นี่ไงเราก็มีสิทธิ์เต็มร้อยในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว”



เห็นทางคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาเตือนเรื่องประชาชนจะลงโทษนักการเมืองที่ตระบัดสัตย์ ถ้าพรรคพลังประชารัฐพลิกมาเป็นพรรคเสียงข้างมากอันดับหนึ่งจริง แล้วเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลสู้ (ด้วยวิธีรวมเสียงแบบที่ พปชร. ทำอยู่ตอนนี้แหละ) เพื่อไทยก็กลายเป็นฝ่ายตระบัดสัตย์เอง และการเป็นพรรคอันดับหนึ่งอาจมีผลให้สามารถหาแนวร่วมได้ง่ายขึ้นด้วย แต่ถ้าหวยออกวิธีนี้คนคงด่ากันทั้งเมืองเพราะเสียเงินเยอะ
 
แต่อย่างที่บอก “การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้” ถ้าหวยออกเลขนี้จริง เราก็อาจได้เห็นแนวทางการหาเสียงที่พรรคพลังประชารัฐน่าจะชูเรื่องความสงบ เดินหน้าทำงานต่อ ฝ่ายตรงข้ามก็ยังมีจุดขาย คือ ยุติสืบทอดอำนาจ แต่ก็อาจโดนการสื่อสารโจมตี โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ โดนเรื่องที่มีแนวคิดซ้ายจัดที่ต้องการปฏิรูปกองทัพ หรือไปถึงการแตะต้องสถาบัน และทำให้คนบางส่วนไม่พอใจ บางส่วนคิดว่า เลือกฝั่งนี้มาบ้านเมืองก็ไม่สงบ...ก็อาจเป็นได้
 
ที่กล่าวไปคือแนวคิดแบบสุดโต่งแนวคิดแรก แต่มันก็มีวิธีที่ชวนให้คิดว่าจะเป็นอีกสูตรที่ออกได้ คือ “นายกฯ คนนอก” ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการปล่อยข่าวทางอินเทอร์เน็ตกันมากแล้ว เผยขนาดชื่อของนายกฯ คนนอกที่ว่า เป็นอดีตข้าราชการระดับสูงรายหนึ่ง โดยที่มีการบอกว่า คนนี้จะเข้ามาเพื่อปฏิบัติภารกิจด้านความปรองดอง และจัดให้มีเลือกตั้งใหม่ด้วยกติกาที่เป็นธรรม ซึ่งการปล่อยข่าวนี่ก็คือโยนหินถามทางแหละว่า ผลตอบรับของสังคมเป็นอย่างไร
 


แล้วนายกฯ คนนอกเกิดได้อย่างไร? ก็เกิดได้เมื่อในการโหวตเลือกนายกฯ ไม่สามารถโหวตเลือกคนในบัญชีของพรรคการเมืองได้ เช่น เสียงไม่พอสักฝ่าย ก็ต้องเสนอญัตติให้ยกเลิกการใช้คนตามบัญชีพรรค แล้วให้มีนายกฯ คนนอก โดยผู้เสนอชื่อนายกฯ คนนอก จะต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ส.ว. ไม่มีสิทธิ์ ซึ่งเข้าใจว่า ถ้าถึงขั้นนั้นคงต้องหาคน “ขั้วกลาง” ที่ไม่ได้ชัดเจนว่าอยู่ฝั่งไหน น่าจะเป็นพวกคนที่ประสบความสำเร็จมาอย่างเป็นที่ประจักษ์
 
การเล่นเกมดึงเช็งให้ได้นายกฯ คนนอก คือแสดงว่า...ต้องมีความพยายามรวมตัวกันของฝ่ายนักการเมือง เพื่อต่อรองอะไรบางอย่าง วิธีที่ทำได้คือสกัดไม่ให้ผู้มีอำนาจได้อำนาจง่าย ๆ ยกเว้นจะให้ความร่วมมือบางอย่างถึงยอม จนถึงตอนนี้ก็ยังเชื่อว่าถ้ามีการเล่นเกมนี้จริง เงื่อนไขของนักการเมืองก็คงไม่มีอะไรเกินไปกว่าแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะแค่เห็นระบบเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่นับคะแนนเสร็จว่า ใครควรเป็นนายกฯ นักการเมืองก็ไม่เอาแล้ว
 
ดังนั้นถ้าจะยอมให้มีนายกฯ คนนอก ก็ต้องขอเป็นรัฐบาลระยะสั้น แก้กติกาเสียแล้วมาสู้กันแฟร์ ๆ รู้สึกเสียดายที่ไม่ว่าดูทรงอย่างไรแล้วรัฐบาลนี้น่าจะอายุสั้นก็เรื่อง มีความพยายามวนเวียนแก้กติกาก็เรื่อง นี่แหละเขาถึงว่ากันว่าหลังเลือกตั้งประเทศไทยก็ยังไม่ไปไหนหรอก.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย  “บุหงาตันหยง”  


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%