อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

ช้ำเมียปันใจให้หนุ่มรุ่นลูก ขี่วินขอเป็น'พ่อเลี้ยงเดี่ยว'

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตวินรับจ้าง พ่อเลี้ยงเดี่ยว…สู้เพื่อลูก หนุ่มใหญ่วัย 55 ปีเปรยชีวิตคู่ วิบากกรรมถูกภรรยาคบซ้อน ลับหลังแอบกินตับหนุ่มรุ่นลูกวัย 22 ปี จับได้ไม่ใยดีสุดท้ายถูกทิ้ง อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น.


การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ๆ ย่อมต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอด เฉกเช่น “คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว” คนนี้ ที่ทุ่มเททำทุกอย่าง เพราะกำลังใจหนึ่งเดียวที่ยังทำให้สู้และอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ คือ ลูกสาวสุดที่รักวัย 6 ขวบ 5 เดือน
 
“พงศ์ภัค ธนดน” ชายวัย 55 ปี หรือเพื่อน ๆ ที่วินรับจ้างเรียกว่า “พี่พงศ์” เดิมชื่อ “สมพงษ์ ปลายแก่น” โดยจุดที่ทำให้คุณพ่อรายนี้ ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อและนามสกุลนั้น นับเป็นความทรงจำที่แสนโหดร้าย และหวังว่าจะมีอะไรดี ๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง และที่สำคัญ...ขอให้หลุดพ้นจากวิบากชีวิตคู่เสียที



“ผมเจอคบซ้อนตั้งแต่ลูก 4 เดือน ทีแรกไม่รู้จักฝ่ายชาย แต่เขามารอรับภรรยาปากซอยทุกวัน จนวันหนึ่งผมขี่รถสวนกัน จึงถึงบางอ้อ ผมเลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่ลูก 5 เดือน ตอนนี้กำลังจะขึ้น ป.1 แล้วครับ”
 
นี่แหละความทรงจำชีวิตคู่ที่พี่พงศ์อยากหลุดพ้น เขาเริ่มเล่าให้ฟังว่า คบกันตั้งแต่ทำงานอยู่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านงามวงศ์วาน โดยฝ่ายหญิงเป็นสาว จ.ร้อยเอ็ด ส่วนเขาเป็นคน จ.สุรินทร์ จึงตัดสินใจตกลงอยู่กินฉันสามีภรรยา และออกจากงานตั้งใจสร้างครอบครัวด้วยกัน โดยเช่าที่เปิดร้านเล็ก ๆ ขายลาบ ส้มตำ ตรงข้ามกระทรวงสาธารณสุข รสฝีมือของหนุ่มสุรินทร์ เป็นที่ถูกปากของคนละแวกนี้ แต่ภรรยามีนิสัยหึงหวงมาก เวลาเขาคุยกับลูกค้าผู้หญิง แม้แต่สาวประเภทสอง ภรรยาก็เคยขว้างมีดอีโต้ใส่หัวไหล่เย็บ 22 เข็ม
 
คิดจะไปแจ้งตำรวจก็ไม่ได้ เพราะเป็นภรรยา ค่ารักษาพยาบาลก็เลยต้องออกเองไม่สามรถเบิกได้ และพฤติกรรมของภรรยาก็เป็นเช่นนี้มาตลอด ผู้เป็นสามีก็จะถูกระแวงเสมอ ๆ  


 
หรือแม้แต่การไปซื้อหมู ซื้อไก่ ที่ตลาดก็ไม่ไว้ใจ จะต้องไปด้วยกันตลอดเวลา เพราะกลัวว่าสามีจะไปหยอดคำหวานใส่แม่ค้าสวย ๆ ซึ่งถ้าพูดถึงรายได้นับว่าขายดีมีลูกค้าแวะเวียนมาไม่เว้นวาง กระทั่งภรรยาตั้งท้องลูกชาย ที่ร้านไม่มีใครช่วยงาน ทั้งคู่จึงตกลงกันว่าจะเลิกขาย โดยย้ายไปอาศัยอยู่ย่านดอนเมือง เนื่องจากญาติฝ่ายสามีต้องเดินทางไปต่างประเทศ บ้านหลังนี้จึงไม่มีใครอยู่ จึงให้ทั้งคู่มาดูแลบ้านด้วย
 
พี่พงศ์ใช้เงินเก็บซื้อซาเล้งมาคันหนึ่ง เพื่อขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ เพื่อหาเงินมาจุลเจือครอบครัวและเลี้ยงดูภรรยาและลูกชายตัวเล็ก แต่ทว่ารายได้ไม่ดีนัก จึงหยุดขายและหันมาขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ส่วนซาเล้งภรรยาก็ขายทิ้งหมด และกลับไปทำงานที่ปั๊มน้ำมันตามเดิม


 
กระทั่งภรรยาตั้งท้องลูกสาวอีกคน ขณะนั้นภรรยาอายุ 45 ปี และมีหนุ่มรุ่นลูกอายุ 22 ปีเข้ามาในชีวิตคู่ ซึ่งลูกน้องเก่าที่ปั๊มน้ำมันโทรมาบอกว่า “พี่ ๆ พี่พงศ์ เมียพี่มีพฤติกรรมเหมือนอยู่กินผัวเมียกับน้องคนหนึ่ง” ซึ่งเขาไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว โดยมารู้ทีหลังว่าหนุ่มรุ่นลูกรายนี้มีครอบครัวอยู่แล้ว ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร
 
ความจริงเริ่มปรากฏ เขามารู้ทีหลังว่าสาเหตุที่ภรรยาออกจากบ้านเร็วขึ้น และกลับดึก เพราะทั้งคู่แอบไปเช่าห้องอยู่ด้วยกันใกล้ ๆ ที่ทำงาน สงสัยว่าทำไมชอบชวนทะเลาะ เวลาเข้าทำงานบ่าย 2 แต่ออกจากบ้าน 9 โมงเช้า กลับมาอีกทีตี 2 เป็นแบบนี้ทุกวัน


 
ทั้งนี้หลังจากภรรยาคลอดลูกสาวอายุได้เพียง 3 เดือนเศษ ก็จำใจต้องซื้อนมผงชงให้ลูกดื่ม เพราะไม่สามารถรั้งภรรยาได้ พูดอะไรไปก็มีแต่ชวนทะเลาะให้ลูกชายคนโตเห็น จึงเลือกที่จะปล่อยเป็นไปตามเวรกรรม
 
“หนักข้อเข้าผมเอาเบอร์มือถือไปให้คนที่ปั๊มน้ำมัน เพื่อที่จะจบปัญหา 3 คน ปรากฏว่ามีเสียงผู้หญิงโทรมา โดยอ้างเป็นภรรยาของหนุ่มรุ่นลูกรายนั้น จึงได้นัดกันโดยภรรยาของหนุ่มรุ่นลูกคนนี้ได้นัดแม่และญาติไปพบกันที่หอพัก เพื่อตกลงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนตัวผมคิดมาแล้วว่า ถึงจะตกลงอย่างไรก็รั้งใจไว้ไม่อยู่ จึงปล่อยให้เขาคบกันให้พอใจ
 
แต่ฝ่ายภรรยาของหนุ่มรุ่นลูกรายนี้ เจ็บแค้นไม่ยอมง่าย ๆ จึงพยายามโทรพี่พงศ์เพื่อวางแผนแก้แค้นให้สาสม ซึ่งพี่พงศ์แอบคอยตามและไปดักรอที่จะทำร้ายร่างกาย แต่ไม่กล้าทำ เพราะนึกถึงหน้าลูก ๆ จึงได้ไปปรับทุกข์กับเพื่อนที่เป็นตำรวจ แนะนำว่า “ถ้าพี่ทำนะ พี่คิดดูว่าใครจะติดคุก และลูกพี่จะอยู่กับใคร พี่เลือกที่จะไม่ทำได้ เขาต้องเลี้ยงลูกชาย 5 ขวบกับลูกสาว 6 เดือนตามลำพัง เนื่องจากปู่ย่าตายายเสียชีวิตหมดแล้ว


 
“ผมตื่นตี 4 ออกไปขี่วินเร่ตามซอย จนมีลูกค้าประจำคนที่ต้องออกไปทำงานแต่เช้า พอ 6 โมงเข้ามาดูลูกส่งคนโตไปโรงเรียน ป้อนข้าวมัดผมเปียเอาคนเล็กลูกสาวไปจ้างเลี้ยง บ่าย 3 โมงรับลูกชาย 6 โมงรับคนเล็ก”
 

กระทั่งทราบข่าวบริษัทปั๊มน้ำมันเลิกจ้างภรรยา เธอได้เงินมาก้อนหนึ่ง จากนั้นนำไปซื้อรถเก๋งมือสองโดยออกเป็นชื่อฝ่ายชาย แต่ปรากฏว่าพักหลังเริ่มทะเลาะกัน สุดท้ายอดีตภรรยาของพี่พงศ์ถูกหนุ่มรุ่นลูกทิ้งและเอารถไปด้วย
 
ปัจจุบันลูกชายไปอยู่กับอดีตภรรยา ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนนี้อายุได้ 12 ปีแล้ว น่าจะกำลังขึ้นชั้น ม.1 ส่วนลูกสาวอยู่กับพี่พงศ์ 6 ขวบ 5 เดือน กำลังจะขึ้น ป.1
 
พี่พงศ์ เปรยชีวิตให้ฟังด้วยการทิ้งท้ายต่อเรื่องความรักว่า…มันเป็นวิบากกรรมของแต่ละคนที่เคยสร้างกันมา.
 
…สุดท้ายนี้อยากให้คนที่กำลังท้อ หันมามองคนที่อยู่ข้าง ๆ และมองตัวเราว่ายังมีอีกหลายล้านคนที่ลำบากและอาจมีทุกข์มากกว่าเรา อย่ายอมแพ้ในโชคชะตา ชีวิตสู้จนกว่าจะหมดลมหายใจเราจะเห็นชัยชนะ อีกอย่างผมผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เมื่อปี 43 ต้องเจาะเลือดดูความเข้มทุก 2-3 เดือนและกินยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต ทุกวันนี้รับผิดชอบใครไม่ไหวแล้ว นอกจากลูก กลัวว่าจะดูแลไม่ไหว ไม่อยากคบใครแล้ว เป็นห่วงแต่กลับลูก วันใดที่เขารีดผ้าเจียวไข่เป็น วันนั้นแหละที่ผมจะตายตาหลับ
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

บอกต่อ : 271