อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562

ไทย-ลาว ร่วมหารือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

ไทย-ลาว ร่วมหารือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับการเดินทางเส้น R3A. จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 21.51 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมสำนักงานแผนกแถลงข่าววัฒนธรรมและท่องเที่ยว แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ท่านโหล่ย ไซเมืองนาม รองหัวหน้าแผนกแถลงข่าววัฒนธรรมและท่องเที่ยว แขวงหลวงน้ำทา ท่านสมสวาด นามอินทรา หัวหน้าแขนงท่องเที่ยว แขวงหลวงน้ำทา พร้อมคณะ ให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือกับคณะสำรวจเส้นทาง R3A ตามโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทาง R3A ไทย สปป.ลาว และจีน โดยมี ผศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม รอง ผอ.ฝ่ายวิชาการ ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ นำคณะทำงานพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ท่องเที่ยวและกีฬา จ.แม่ฮองสอน จ.อุตรดิตถ์ จ.แพร่ จ.น่าน จ.พะเยา จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ ททท.สำนักงานเชียงราย นายกิตติ ทิศสกุล นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ นายเศรษฐศักดิ์ พรมมา ประธานเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.เชียงราย อาจารย์จากสำนักวิชาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย และสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมระดมความคิดเห็น

ท่านโหล่ย กล่าวว่า ในปี 2019  สปป.ลาวตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวเข้ามา 8 แสนคน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2018 จำนวน 8.2 เปอร์เซ็นต์ โดยในปีที่ผ่านมา สปป.ลาวได้รับรางวัลระดับอาเซียน 2รางวัล ในเรื่องการรักษาธรรมชาติและป่าสงวน การท่องเที่ยวในประเทศมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบวัฒนธรรมเพราะมีชนเผ่ามากถึง 17 ชนเผ่า การท่องเที่ยวชายแดนที่มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม นอกจากนี้ยังมีการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 10 ปี ส่วนในเส้นทาง R3A ปัจจุบันมีความสะดวกสบายสามารถเชื่อมโยงกันได้และมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง จึงต้องการพัฒนาเส้นทางนี้ร่วมกับไทย เมียนมา และจีน ส่วนปัญหาที่ทาง สปป.ลาว ต้องการการส่งเสริมก็จะเป็นในเรื่องการตลาด ความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และการพัฒนาบุคลากร

ท่านสมสวาด กล่าวว่า ในปัจจุบันทางแขวงหลวงน้ำทามีการพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะหน่วยงานใน จ.เชียงรายกันอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังต้องการความร่วมมือเพื่อพัฒนากันต่อไปเพื่อสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ



ผศ.ดร.ปิติ กล่าวว่า การทำโครงการในครั้งนี้ทางศูนย์ฯ ได้รับการส่งเสริมจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อทำการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและหาช่องทางในการสร้างหรือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใน สปป.ลาว เพื่อดึงดูด นักท่องเที่ยวให้แวะพัก กิน ใช้ ใน สปป.ลาว ซึ่งเส้นทาง R3A เป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงจากไทยไปจีน ดังนั้น สปป.ลาว ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะต้องใช้เดินทาง เราจึงต้องหาวิธีการที่นักท่องเที่ยวจะได้ใช้บริการใน สปป.ลาว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและมั่นคงสำหรับทุกประเทศในเส้นทางนี้ โดยข้อมูลที่ได้ไปก็จะมีประโยชน์และสรุปผลเพื่อส่งไปยังรัฐบาลเพื่อประกอบการพิจารณาและจัดทำโครงการต่อไป

นายเศรษฐศักดิ์ กล่าวว่า การพัฒนาให้เกิดความเชื่อมโยงในเส้นทาง R3A จะสร้างรอยยิ้ม สร้างความสัมพันธ์ผ่านการท่องเที่ยว เกิดมิตรภาพที่ดีในเส้นทาง เน้นการพัฒนาอย่างสมดุล กระจายรายได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เป็นการพัฒนาแบบใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าและไม่เอาเปรียบ ดังนั้นเมื่อสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย เราก็จะสร้างความมั่นใจในการร่วมกันกับเพื่อนบ้านในการพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป 

นายกิตติ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทาง R3A ซึ่งการส่งเสริมหรือพัฒนาการท่องเที่ยวใน สปป.ลาว ต้องเน้นไปที่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน แก้ไขปัญหาโลกร้อน ที่เราจะร่วมกันทำพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทย สปป.ลาว และเมียนมา ไปจนถึงจีน ให้เป็นปอดของอาเซียน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในเรื่องธรรมชาติได้มาท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นต่อไป.

ณัฐวุฒิ รัศมีจันทร์
ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์ จ.เชียงราย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%