อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562

ย้อนบันทึก'หมอเมย์'ใจสู้ ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อมะเร็ง

สัปดาห์นี้ย้อนบักทึก “หมอเมย์” ใจแกร่ง ฝากแง่คิดใช้ชีวิตสู้มะเร็ง ก่อนทุ่มเทเวลารักษาตัว หวังกลับมาหายเป็นปกติ แต่สามีแจ้งข่าวไร้ปาฏิหาริย์ “หมอเมย์เดินทางสู่โลกใหม่ที่สว่างสดใสแล้ว” อาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562 เวลา 08.00 น.


ความน่ากลัวของ “โรคมะเร็ง” ที่กัดกินและได้พรากชีวิตคุณหมอท่านหนึ่งไปจากครอบครัว ซึ่งหลายคนคงพอรู้จัก “คุณหมอเมย์” หรือ พญ.ทักษอร เล้าวงค์ คุณแม่ลูกสอง ที่ป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 4 หรือระยะแพร่กระจาย แต่ไม่ยอมแพ้ต่อโรคง่าย ๆ เพราะกว่า 4 เดือนที่ลุกขึ้นมาสร้างเพจเฟซบุ๊ก “หมอเมย์สู้มะเร็งระยะสุดท้าย” ก็เพื่อความหวังที่อยากจะส่งต่อ และเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยรายอื่นสู้ไปด้วยกัน

ในวันที่ 27 ธ.ค. 61 เป็นวันที่ “หมอเมย์” เริ่มบักทึกชีวิตที่กำลังง่วนอยู่กับงานผ่าตัด และมีความสุขกับการทำงาน แต่อีกฟากก็ต้องอึ้งกับผลตรวจชิ้นเนื้อที่คอ ซึ่งตรวจพบ...เซลล์มะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง หลังจากอาการไอส่งสัญญาณมาตลอด 1 สัปดาห์ และเมื่อได้เจอหน้าลูกวัย 2 ขวบและ 7 ขวบ และสามี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ร้องไห้ใหญ่สิคะ แต่ในใจคิดว่าต้องหาย ลูกยังเล็ก ยังน่ารัก จะเป็นอะไรไปตอนนี้ไม่ได้” นั่นคือกำลังใจแรกที่เธอสร้างขึ้นมา



ขณะที่คุณพ่อของหมอเมย์ ซึ่งก็เป็นคุณหมอเช่นกัน บอกว่า “กลับบ้านเรามารักษาตัวกันนะ ลูกจะต้องหาย” หมอเมย์จึงเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ เพื่อมารักษาตัวที่ จ.เชียงใหม่

บักทึกที่หมอเมย์ สร้างไว้ตอนที่ท้องลูกคนที่สอง “อ้วกเป็นเลือดจนช็อก” ครรภ์อายุได้ประมาณ 36 สัปดาห์ มะเร็งน่าจะเข้ามาตั้งแต่ตอนนั้น จึงเลือกห้ามเลือดก่อนสำคัญกว่า เพราะมีอีกชีวิตอยู่ด้วย หากย้อนเวลากลับไปได้ เธออยากจะรีบไปส่องกล้องตั้งแต่ 3เดือนแรก แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้ ต้องสู้ต่อเท่านั้นชีวิตยังมีความหวัง





“มะเร็งกระเพาะอาหาร ภัยเงียบที่อาจคุกคามอยู่ภายใน ทุกคนลองหวนกลับมาสังเกตตัวเองดูนะคะ ปรับพฤติกรรมตอนนี้ยังทันค่ะ เพื่อตัวเราเองและคนรอบข้าง” นี่คือคำพูดที่เธอฝากเตือนไว้ และแนะนำผู้ที่เข้ามาให้กำลังใจ

วันแรกของการเริ่มต้นให้คีโม 31 ธ.ค. 61 เชื้อมะเร็งลุกลามไปหลายที่ แต่เธอก็สร้างกำลังใจให้ตัวเองว่า “มะเร็งเธอต้องไม่ทำร้ายเรานะ” ก่อนที่เธอจะได้กำลังใจดี ๆ อย่างอบอุ่นจากครอบครัว และเธอคิดได้ว่าบางทีปัญหาที่เธอเจออยู่อาจจะไม่ใหญ่เลย เมื่อเทียบกับบางคนที่กำลังเผชิญปัญหาเช่นกัน



“การมีมะเร็งมาเป็นเพื่อน ทำให้มุมมองต่อโลกเปลี่ยนไป การส่งพลังบวกเป็นแรงใจสำคัญในการมีชิวิต ความหวังสำคัญเสมอ การขอบคุณ บอกรัก ขอโทษเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่บางทีเราลืมมันไป การยิ้มให้กับเรื่องต่าง ๆ การสร้างความสุขง่าย ๆ รอบตัวไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อหรือแลกมาด้วยอะไร เมย์อยากจะส่งต่อสิ่งที่ทำให้ได้คิดกับทุก ๆ คน เพราะเมย์ก็เคยเป็นคนที่ไม่ได้สนใจอะไร จนวันที่สติเรากลับมา ใครที่กำลังรับยาเคมีก็สู้ ๆ นะ อย่ายอมแพ้เด็ดขาดค่ะ”

หลังจากให้ยาเคมีบำบัดรอบสองไปเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 62 หมอเมย์ปรับตัวเข้ากับยาได้ดีขึ้น เป็นปกติที่ผลร่วง แต่เธอไม่กลัว เพราะมีเพื่อน ๆ ร่วมกันทำวิคผมให้ เธอแซวติดตลกไว้ว่า “รักเพื่อนก็อย่าให้ยืมเงินกันนะคะ ขำ ๆ นะคะ”

ในวันที่รับยาเคมีบำบัดรอบสาม สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ผลการตรวจโปรตีน (CEA) ลดลง ปอดดีขึ้น หายใจได้ลึกกว่าเดิม ที่สำคัญค่าเม็ดเลือดขาวดีขึ้น แสดงถึงผลของการอดทนทานอาหาร ผัก ผลไม้ต่าง ๆ และการดูแลตัวเอง แต่จู่ ๆ เธอกลับถ่ายเป็นเลือดอีกครั้งก่อนเริ่มรับยาเคมีบำบัดรอบสี่ เกร็ดเลือดต่ำ และยังคงพึ่งเครื่องช่วยหายใจ โดยทุก ๆ คนต่างส่งกำลังใจอันยิ่งใหญ่มาให้หมอเมย์...ให้อดทนและผ่านวิกฤตอีกครั้งได้อย่างปลอดภัย





คุณหมอเมย์กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เธอเข้าใจมุมมองคนไข้มากขึ้น แม้กระทั่งเพียงหายใจก็เหนื่อยแล้ว เพราะตอนนอนตะแคงหายใจไม่ออก ปวดหลัง เอว และปวดก้นกบ โดยหมอเมย์เขียนผ่านเพจว่า ทุก ๆ คนย่อมมีช่วงเวลาที่รู้สึกอ่อนแอ ท้อแท้ หมดกำลังใจ สิ้นหวัง จงรีบกลับมามีจิตใจเข้มแข็งดังเดิมเพื่อดำเนินชีวิตต่อไป ด้วยการดึงสติกลับมาไตร่ตรอง ว่าเรากำลังเผชิญกับอะไร ค่อย ๆ คิดแก้ปัญหาทีละนิด นึกถึงตอนที่ตัวเองเข้มแข็งมาก ๆ เราผ่านจุดนั้นมาได้อย่างไร นึกถึงคนที่คอยสนับสนุน แล้วคุณจะรับรู้ว่าแรงสนับสนุนทำให้คุณเข้มแข็งมากขนาดไหน

กระทั่งเที่ยงวันของวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา มีข้อความแจ้งเตือนจากแฟนเพจของหมอเมย์ แต่ไม่มีใครคาดคิด...สามีของหมอเมย์โพสต์ว่า “วันนี้หมอเมย์ได้เดินทางสู่โลกใหม่ที่สว่างสดใส หลังจากผ่านวันและค่ำคืนอันยาวนานกว่า4เดือน ในช่วงเวลาเหล่านั้นหมอเมย์ได้ให้มุมมองและความคิดเชิงบวก ให้กำลังใจทุกคนที่พบเจออุปสรรคในชีวิตโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง ให้มีความหวัง รู้จักคุณค่าของชีวิต หลับให้สบายนะจ๊ะคนดี ภรรยาที่สุดแสนวิเศษ น้องเมย์ยังคงอยู่ในใจพี่ตั้มเสมอ และครึ่งหนึ่งยังอยู่ในตัวลูกทั้ง 2 คน ความรักของเราจะคงอยู่ตลอดไป” เป็นข้อความในใจของผู้ชายที่ดูแลและอยู่เคียงข้างหมอเมย์ตลอดมา





พิธีบรรจุร่างได้จัดขึ้นตามศาสนาคริสต์ และมีพิธีเคลื่อนร่างไปยังสุสานคริสจักรเด่นดำรงธรรม จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยแขกที่มาร่วมพิธีแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีขาว-ดำ พร้อมใจกันส่ง “หมอเมย์” สู่ภพภูมิที่ดี และยกเป็นหญิงแกร่งผู้ไม่เคยยอมแพ้ให้แก่โรคมะเร็งร้าย และพยายามต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 241