อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562

เศรษฐกิจไทยโตด้วยหนี้ แต่สัญญาณชำระถดถอย

สัปดาห์นี้ไขสงสัยทำไมเศรษฐกิจไทยโตด้วยหนี้ ทั้งหนี้ครัวเรือน-หนี้สาธารณะพุ่งปรี๊ด น่าตกใจผู้กู้ยังมีอายุน้อยลงต่ำกว่า 25 ปี แต่ความสามารถในการชำระหนี้ถดถอย พฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น.


เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เผยตัวเลขหนี้ครัวเรือนของไทยว่า มีอัตราการขยายตัวเร็วกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยเห็นได้จากสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทย ณ สิ้นปี 61 อยู่ที่ 78.6% ซึ่งปรับขึ้นจากปีที่แล้ว และจากข้อมูลของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ยังพบว่า อัตราการขยายตัวของหนี้ครัวเรือนของไทย อยู่ในระดับ 3 ของเอเชีย รองจากเกาหลีและออสเตรเลียเท่านั้น

เห็นตัวเลขแล้ว...ก็น่าตกตะลึงไม่น้อยเลย

ที่น่าเศร้าใจจากการวิจัยของสถาบันฯ ก็คือ พฤติกรรมของผู้กู้มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยมากกว่า 50% ของผู้กู้ใหม่ในแต่ละปีมีอายุน้อย และมีสัดส่วนผู้กู้อายุต่ำกว่า 25 ปี นับวันยิ่งจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งมีการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนของผู้กู้สูงอายุในกลุ่มผู้กู้เดิม มีหลายบัญชี

สะท้อนให้เห็นว่า...คนไทยมีหนี้เร็วขึ้นและนานขึ้น และมีโอกาสเสี่ยงเป็นหนี้เสียสูงขึ้น

ยิ่งถ้ามองย้อนกลับไปดูการขยายตัวของหนี้ครัวเรือนไทยในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่มาจากผู้กู้รายเดิม แต่มีสัดส่วน 1 ใน 5 ที่มาจากการขยายตัวของผู้กู้รายใหม่ ซึ่งกู้ซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์และเป็นหนี้เสียมากที่สุด รองลงไปเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิต ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผู้กู้เดิม



ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยยอดคงค้างเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือน หรือ “หนี้ครัวเรือนไทย” ขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 12.827 ล้านล้านบาทในไตรมาส 4/2561 สอดคล้องกับการเร่งตัวขึ้นของสินเชื่อรายย่อยหลาย ๆ ประเภท ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ รวมถึงสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลและสอดคล้องกับสถาบันวิจัยป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ระบุว่า ภาพรวมหนี้ครัวเรือนในปี 61 เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ขยับขึ้นที่ 78.6% ในปี 61 จาก 78.3% ในปี 60

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถือว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เกาะติดเรื่องหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะมาอย่างใกล้ชิด ได้อรรถาธิบายกึ่ง ๆ เตือนมาหลายครั้งว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันคือ “เศรษฐกิจมีการเติบโต แต่รายได้ของประชาชนไม่เพิ่มขึ้น”

หากพลิกข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 56-61 ยืนยันว่าดัชนีเศรษฐกิจยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง แต่รายได้ประชากรเติบโตต่ำกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจมาตลอด และเมื่อหักเงินเฟ้อ “รายได้แทบไม่มีการเติบโต” โดยเฉพาะรายได้ประชากรในภาคเกษตร

เมื่อรายได้ไม่เพิ่ม ขณะที่มีความต้องการบริโภค จึงต้องกู้ ต้องก่อหนี้ ทำให้สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับสูง และแนวโน้มก็ไม่ลดลง เพราะประชาชนก่อหนี้เพื่อการบริโภคมากขึ้น ไม่ว่าหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อรถ สินเชื่อบ้านขยายตัวต่อเนื่อง



โดยปีที่ผ่านมาสินเชื่อรถยนต์มีอัตราเติบโตสูงสุดของสินเชื่ออุปโภคบริโภค 12.6% สูงสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 55 ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น “เศรษฐกิจที่เติบโตด้วยหนี้” หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นแต่ความสามารถในการชำระหนี้ถดถอย สัญญาณหนี้เสียเพิ่มมากขึ้น

คำถามที่หลายคนสงสัยต้นตอหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้นจนติดท็อปทรี ของเอเชียนั้น มาจากไหน???

คำตอบ คือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่กระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจซบเซา การกู้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากภัยน้ำท่วมใหญ่ การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบมากขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งระดับครัวเรือนและเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งการออกมาตรการเพื่อแก้ไขหนี้ต่าง ๆ นานาของภาครัฐไม่ได้ผลหากแต่ครัวเรือนยังขาดวินัยทางการเงิน

นอกจากนี้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ ส่วนใหญ่ใช้งบประมาณจำนวนมากกับนโยบายรัฐสวัสดิการ และการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เน้นนโยบายรัฐสวัสดิการที่จะจ่ายให้มากกว่าเพื่อสร้างคะแนนนิยม



นอกจาก “หนี้ครัวเรือน” แล้ว ดร.เศรษฐพุฒิ ยังกังวลต่อสถานการณ์ “หนี้สาธารณะ” ของประเทศไทย โดยฝากถึงรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต้องให้ความสำคัญกับ “วินัยการคลัง” ไม่ก่อหนี้แบบที่ไม่คุ้มค่าแม้ว่าหนี้สาธารณะของไทยยังต่ำกว่ากรอบวินัยการคลังคือไม่เกิน 60% ของจีดีพี แต่อย่าชะล่าใจ เพราะตัวเลขหนี้สาธารณะดังกล่าวไม่ได้รวมภาระหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะหนี้รัฐวิสาหกิจที่ยังมีปัญหาขาดทุนอยู่อีกหลายแห่ง

ข้อมูลจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เมื่อเดือนพ.ย.61 ไทยมีหนี้สาธารณะ 6.81 ล้านล้านบาท คิดเป็น 41.82% ต่อจีดีพี และประเมินว่าในปี 62 จะปรับเพิ่มเป็น 43.3% ต่อจีดีพี ขณะที่ภาพการลงทุนทั้งของภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศอยู่ในระดับต่ำ แม้หลายปีที่ผ่านมาอาจเห็นการโหมโรงเรื่องลงทุนเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐมากมาย แต่เอาเข้าจริงจนถึงวันนี้การลงทุนภาครัฐก็ยังอยู่ในระดับต่ำ

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเศรษฐกิจของประเทศที่ขยายตัวในวันนี้มาจาก “ภาระหนี้” ที่เพิ่มขึ้นทั้ง “หนี้ครัวเรือน” และ “หนี้สาธารณะ” นี่ก็คือปัญหาที่กำลังก่อตัวเป็นห่วงอนาคตเศรษฐกิจไทยจริง ๆ หากยังโตด้วยการก่อหนี้อย่างทุกวันนี้.
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 126