อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 11 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 11 ธันวาคม 2562

ถวายกับข้าวรสจัดพระป่วย คิดก่อนปรุงทำบุญหรือบาป

สุขภาพพระสงฆ์...คุณกำหนดได้! สัปดาห์นี้กระตุกคิดก่อนปรุง “กับข้าวใส่บาตร” ฆราวาสทำบุญถวายอาหารรสจัด แต่พระสงฆ์เสี่ยง 6 โรครุมเหตุเลี่ยงฉันไม่ได้ ซ้ำรัฐเสียค่าดูแล “ภิกษุอาพาธ” มากถึงปีละพันล้านบาท เสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00 น.


การทำบุญถวายภัตตาหารที่เกิดจากความศรัทธา แต่อาจลืมคำนึงถึง “สุขภาพของพระสงฆ์” อาจกลายเป็นทำบาปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งคนไทยมากกว่า 95% นับถือศาสนาพุทธ และเชื่อว่าการทำบุญตักบาตรถวายอาหารแด่พระสงฆ์นั้น นอกจากเพื่อบุญกุศลแก่ตัวเองแล้ว อีกนัยคือการส่งอาหารผ่านพระสงฆ์ไปสู่คนรักหรือคนในครอบครัวที่ล่วงลับ



นี่จึงกลายเป็นปัจจัยหนึ่ง...ที่ญาติ ๆ มักเลือกอาหารที่ “ผู้ล่วงลับชอบ” มาใส่บาตรเป็นหลัก และลืมคำนึงถึงสุขภาพของพระสงฆ์ ทำให้อาหารเหล่านั้นมีไขมันสูง รสจัด และปริมาณผงชูรสสูง

ฉะนั้นสิ่งสําคัญที่จะช่วยดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ จึงไม่ได้อยู่ที่เพียงแค่หมอหรือพยาบาล แต่อยู่ที่ฆราวาสทุกคน

นพ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผอ.รพ.สงฆ์ หัวหอกใหญ่ของแคมเปญ “ทำบุญหรือทำบาป” บอกให้ฟังว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนพระสงฆ์อาพาธด้วยโรคภัยที่เกิดจากการฉันอาหารเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ส่งผลให้หน่วยงานของภาครัฐมีภาระค่ารักษาพยาบาลของพระสงฆ์สูงถึงปีละกว่า 1,000 ล้านบาท



เหตุการณ์ที่พระสงฆ์บางรูปต้องตัดขาเนื่องจากเบาหวาน บางรูปต้องใช้ชีวิตลำบาก ทนทรมานกับโรคที่เกิดจากระดับไขมันในเลือดสูง และผมเชื่อว่านี่คือความทุกข์ที่ไม่ว่าญาติโยมคนไหนได้ทราบ ก็คงสะเทือนใจเช่นกัน” ผอ.รพ.สงฆ์ เผยปัญหาสุขภาวะโภชนาการของพระสงฆ์ที่ขณะนี้สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤติ

ดังนั้นจึงต้องหาทางแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่งทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ที่ตัวเอง ด้วยการปรุงเมนูอาหารสำหรับใส่บาตรที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ หรือเลือกซื้อเฉพาะอาหารจำพวกไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย จากร้านค้าเพื่อนำไปถวายพระ

เพราะแน่นอนว่าถ้าอาหารไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ผลร้ายต่อสุขภาพจึงไม่ได้ตกที่ใครอื่นนอกจากพระสงฆ์ และเนื่องจากกฎของสงฆ์ ระบุ ห้ามมิให้ปฏิเสธอาหาร อีกทั้งสถานะที่ไม่เอื้อต่อการออกกำลังกาย ส่งผลให้ 70% ของพระสงฆ์ทั่วประเทศ กว่า 300,000 รูปต้องเผชิญปัญหาน้ำหนักเกินมาตรฐาน ป่วยเป็นโรคอ้วน เบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง ไขมันอุดตัน ความดันสูง หลอดเลือดหัวใจอุดตัน และข้อเข่าเสื่อม สร้างความทุกข์ทรมาน และยังทำให้หน่วยงานรัฐมีค่าใช้จ่ายดูแลถึงปีละ 1,000 ล้านบาท นับเป็นปัญหาสำคัญที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี



1.โรคเบาหวาน เกิดจากอาหารที่มีแป้ง น้ำตาลและไขมันมากเกินไป ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง อินซูลินผิดปกติ หากปล่อยให้อยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานาน อวัยวะต่าง ๆ จะเริ่มเสื่อม เกิดโรคแทรกซ้อน ไต สมองและหัวใจถูกทำลาย ดังนั้นเลือกอาหารจำพวกไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย แต่มีเส้นใยสูง เช่น น้ำพริกอ่อง ผักต้ม แกงเลียงผักรวม แตงไทย แตงโม และกล้วยน้ำว้า ฯลฯ

2.โรคความดันโลหิตสูง เกิดจากการฉันอาหารที่ไขมันสูง รสจัด หรือมีน้ำมัน และโซเดียมมากเกินไป ทำให้ระดับความดันโลหิตสูง ตาพร่ามัว เจ็บหน้าอก กล้ามเนื้อหัวใจเสียหาย อาจถึงไตวาย และหัวใจล้มเหลวในที่สุด ดังนั้นเลือกอาหารที่รสไม่จัด ไขมันต่ำ เส้นใยสูง ได้แก่ แกงจืดวุ้นเส้น แกงเลียงผักรวม ส้มโอ หรือฟักทอง ฯลฯ



3.โรคไขมันอุดตัน เกิดจากการฉันอาหารที่มีไขมันและน้ำตาล สูง โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์ หรือจำพวก แกงกะทิ หนังไก่ ของทอด และเนื้อติดมัน ทำให้ระดับไขมันในเส้นเลือดสูงเกินไป เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตามมา โรคหัวใจขาดเลือด ดังนั้นหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกเครื่องในสัตว์ ไข่แดง ปลาหมึก และเลือกอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ ได้แก่ ยำส้มโอ น้ำพริกกะปิ แกงจืดรวมมิตร ผักต้ม ฯลฯ

4.โรคไขมันพอกตับ เกิดจากการฉันอาหารที่มีไขมัน และของทอดมากเกินไป ทำให้ไขมันในเลือดประเภทไตรกลีเซอไรด์ เข้าไปอยู่ในเซลล์ตับเกินปกติ ทำให้อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย อ้วนลงพุง นำพาไปสู่โรคต่าง ๆ ดังนั้นเลือกอาหารที่ไม่มีไขมัน ได้แก่ ต้มยำหัวปลี น้ำพริกมะขามสด ต้มส้มปลากะพง ฯลฯ



5.โรคหัวใจ เกิดจากอาหารที่มีคอเลสเตอรอล น้ำตาลและไขมันสูง ทำให้สะสมในหลอดเลือดหัวใจ ยิ่งมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการพัฒนาของโรคมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเลือกอาหารจำพวกไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ ได้แก่ แกงจืดวุ้นเส้น ยำญวน แกงเหลือง กะปิคั่ว แตงไทย แตงโม กล้วยน้ำว้า ฯลฯ

6.โรคไขมันสะสมในช่องท้อง เกิดจากการฉันอาหารประเภทไขมันมากเกินไป และร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมดในแต่ละวัน ทำให้ไปเกาะอยู่ตามบริเวณ ระหว่างกล้ามเนื้อท้องกับอวัยวะภายในช่อง ส่งผลให้อ้วนลงพุงเกิดโรคไขมันในหลอดเลือด ดังนั้นเลือกอาหารที่ไม่มีไขมัน น้ำตาลน้อย และรสไม่จัด ได้แก่ ยำส้มโอ แกงจืดรวมมิตร แกงเลียงผักรวม และอาหารจำพวกผักต้มต่าง ๆ

เพื่อให้พุทธศาสนิกชนตื่นรู้ถึงภัยเงียบที่อาจจะเป็นตัวคุณเองกำลังมอบให้แก่พระสงฆ์ รพ.บาลสงฆ์ จึงร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ จัดแคมเปญ “ทำบุญหรือทำบาป” เพื่อตีแผ่ปัญหา “ภิกษุอาพาธ” ผ่านประติมากรรมที่สะท้อนให้สังคมเห็นอันตรายโรคภัยไข้เจ็บในหมู่พระสงฆ์ อันมีสาเหตุมาจากการฉันอาหารที่ได้รับถวายจากฆราวาส



.วัชระ ประยูรคํา ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม “พระสงฆ์อ้วน” เผยข้อมูลว่า ในฐานะพุทธศาสนิกชน ตนไม่อยากเห็นพระสงฆ์ซึ่งเป็นเสาหลักในการธำรงพระพุทธศาสนาต้องเจ็บป่วยและทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บ จึงได้สร้างประติมากรรมพระสงฆ์จําลองขึ้นมา เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นผลเสียจากการที่พระสงฆ์ฉันอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการออกมาอย่างเป็นรูปธรรม

โดยตัวประติมากรรมแฝงความหมายตามจุดต่าง ๆ เช่น บาดแผลที่สื่อถึงความทุกข์ทรมานจากโรคเบาหวาน พื้นผิวของรูปปั้นที่ขรุขระเนื่องจากไขมันส่วนเกิน และสีทองที่สื่อถึงความศรัทธาการถวายอาหาร แต่กลับย้อนมาทําร้ายพระสงฆ์ทางอ้อม หวังว่าประติมากรรมชุดนี้จะช่วยกระตุ้นให้เหล่าพุทธศาสนิกชนตื่นรู้และเห็นความสำคัญของการเลือกสรรอาหารถวายพระสงฆ์มากขึ้น และช่วยป้องกันปัญหาภิกษุอาพาธให้ลดลงได้ในระยะยาว

ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันปลุกจิตสำนึก เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ถูกต้อง มาร่วมมือกันใส่ใจก่อนใส่บาตรทุกครั้ง เลือกอาหารที่มีคุณค่าถูกหลักโภชนาการถวายแก่พระสงฆ์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวทางสังคม นำไปสู่การปรับเปลี่ยนค่านิยมของชาวพุทธให้สอดรับกับสุขภาพของพระสงฆ์มากยิ่งขึ้น

เพราะสุขภาพของพระสงฆ์ คุณคือคนกําหนด.


.......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean 
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่  







คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 318