อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

Amico…กรีฑา กาแฟ และความเป็นเพื่อน

สัปดาห์นี้นำเรื่องราวของกลุ่มคนที่มาสร้างชุมชน “ทีมวิ่ง Amico” สอนวิ่งฟรีให้คนรักสุขภาพแบบไม่ต้องเสียเงิน โดยมีที่มาที่ไปของจุดเริ่มต้นกิจกรรมดี ๆ แบบนี้หลังเปิดร้านกาแฟ จันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 14.00 น.


เมื่อปีที่แล้ว ผมพยายามให้ลูกซ้อมวิ่งเพราะเห็นว่าการวิ่งเป็นพื้นฐานของกีฬาหลายประเภท ถ้าวิ่งดี มีกำลังขา เขาจะเล่นกีฬาอะไรก็เล่นง่าย แต่ผมเห็นลูกซ้อมวิ่งไปบ่นไป ดูเขาไม่ชอบเอาเสียเลย ผมจึงเปลี่ยนบรรยากาศ แทนที่จะวิ่งวน ๆ รอบหมู่บ้าน เราออกไปวิ่งบนลู่อย่างดีที่สนามอินทรีจันทรสถิตย์ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กันดีกว่า ผมจำได้ว่าวันนั้นเป็นเย็นวันพุธ จะมีบุคลากรของมหาวิทยาลัยวิ่งในช่วงเวลา 17.00–18.00 น. ผมกับลูกวิ่งเสร็จกำลังจะกลับบ้านอยู่แล้วเชียว มีรุ่นน้องบอกว่าตอน 18.30 น. จะมีทีมวิ่ง Amico มาสอนวิ่งให้ฟรี ผมจึงให้ลูกไปลองแล้วเขาก็ติดใจ เจ้าลูกชายไปซ้อมทุกเย็นวันพุธ ฝึกเพียง 3 เดือน จากที่เคยวิ่งรั้งท้ายกลายเป็นวิ่งได้ที่ 2 ของห้อง ผมคิดว่าคงเหมือนกับการให้คนในครอบครัวสอนขับรถ มันช่างไม่สนุกเอาเสียเลย พอเปลี่ยนคนสอน (และสอนดี) ทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องง่ายและสนุก ทำทุกอย่างได้สบาย ๆ
 
Amico ชื่อนี้ไม่ได้เป็นชื่อของทีมวิ่งเพียงอย่างเดียวครับ ผมได้มาที่ร้านกาแฟ Amico Factory อยู่ในซอยเสนานิคม ผมได้พูดคุยกับหุ้นส่วนผู้ก่อตั้งร้านกาแฟนี้ โดยหลัก ๆ จะคุยกับ “โค้ชกัน–ชรินทร์ ตระการสกุล”



โค้ชกันเล่าว่า ร้านกาแฟ Amico Factory เกิดขึ้นมาก่อน เปิดปลายปี พ.ศ. 2560 มีหุ้นส่วนอยู่ 7 คน (กัน อ๊อฟ คิว บอย เกรียง ซุป หนึ่ง) ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยม รวมกับเพื่อนมหาวิทยาลัยและรุ่นพี่ หลังจากเรียนจบต่างคนต่างมีงานประจำของตัวเอง แยกย้ายไปทำงานบริษัท เป็นนักบิน นักออกแบบภายใน ขายผลไม้ แต่มีจุดที่ชื่นชอบคล้าย ๆ กัน อย่างโค้ชกัน อ๊อฟ หนึ่ง ชอบออกกำลังกายเล่นไตรกีฬา ก็มักจะนัดไปขี่จักรยานกันบ่อย ๆ ฝั่งคิว บอย เกรียง ซุป ชอบกาแฟก็ไปเรียนด้านกาแฟ แล้วมีอยู่วันหนึ่งทุกคนคุยกัน อยากทำอะไรร่วมกันจึงเปิดร้านกาแฟที่รับเซอร์วิสจักรยานได้ด้วย เพราะโค้ชกันและอ๊อฟไปเรียนด้านการถอดประกอบจักรยานมา ส่วนเกรียงและซุปก็ชงกาแฟและดูแลร้านได้ ร้าน Amico Factory เกิดขึ้นมาได้เพราะความเป็นเพื่อน
 
เกรียงเล่าให้ผมฟังว่า เริ่มแรกเขาไม่ได้ชอบดื่มกาแฟ แต่เพราะตามแฟน (เก่า) ไปเรียนทำกาแฟ พอเริ่มเรียนก็เริ่มดื่ม ลงลึกและศึกษาจริงจัง เมื่อเปิดร้านกาแฟ เขาก็ไปเลือกเมล็ดกาแฟจาก อ.ท่าวังผา จ.น่าน (กาแฟจากน่านกำลังมาแรงในขณะนี้) ได้ไปคุยกับคนปลูกและคนคั่วเมล็ดกาแฟด้วยตัวเอง วันนั้นเกรียงชง “Lady Myst” ให้ผมดื่ม โดยบอกว่าแก้วนี้เปรียบได้กับผู้หญิง เห็นจากภายนอกเหมือนจะธรรมดาดูคุ้นเคย แต่เราอาจจะไม่รู้จักเธอครบทุกมุม เพราะทุกคนมีมุมลับ ๆ ซ่อนอยู่ (โอ้ว…ช่างเปรียบเปรย) เกรียงใช้เมล็ดกาแฟน่านผสมกับไซรัปสูตรพิเศษที่ทำเองตกแต่งด้วยชาดอกกุหลาบ ดูภายนอกเห็นเครื่องดื่มด้านบนเป็นกาแฟเข้ม ๆ ส่วนด้านล่างใส ๆ อมชมพูหวานแหวว แต่ผมชิมแล้วเปรี้ยวซ่าสดชื่นตื่นตัวมาก ๆ ครับ คุยจบเกรียงก็เดินไปชงกาแฟให้ลูกค้าคนถัดไป



ผมถามโค้ชกันว่า อย่างวันพุธตอนเย็น ๆ มีสอนวิ่งที่ ม.เกษตรฯ ต้องสลับกันเฝ้าร้านหรือเปล่า โค้ชกันบอกว่าร้านกาแฟเปิด 8.30 น. และปิด 17.30 น. เริ่มสอนวิ่งตอน 18.30 น. ไปทันพอดี และหุ้นส่วนทุกคนก็จะไปวิ่งด้วยกันได้
 
โค้ชกันกล่าวต่อว่า การสร้างทีมวิ่ง Amico เป็นการคุยกันไว้ตั้งแต่เริ่มทำร้านกาแฟแล้ว เราอยากสร้างชุมชนที่มีคนชอบอะไรคล้าย ๆ กัน การวิ่งทำได้ง่ายที่สุดและกำลังเป็นที่นิยม หนึ่งเสริมว่าตอนเริ่มเล่นไตรกีฬา ถ้าไม่ได้เพื่อนที่มาเล่นด้วยกัน คงไม่เล่นต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้ เขาก็คิดถึงคนเริ่มวิ่งใหม่ ๆ ถ้าไม่มีเพื่อนวิ่ง คงวิ่งได้แป๊บเดียวแล้วคงเลิกไป พอมีเพื่อนและมีเป้าหมายร่วมกัน จะทำให้การวิ่งสนุกขึ้น เลยเซตไว้ว่าเย็นวันพุธเรามาวิ่งด้วยกัน เริ่มจากวิ่งกันเองก่อน อย่างเกรียงและซุปไม่เคยวิ่งเลยก็มาวิ่งกับเพื่อน ๆ ชวนกันเองแบบปากต่อปากจาก 10 คน ปัจจุบันมีสมาชิกเฉลี่ยวิ่ง 30-40 คน/ครั้ง มีทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่คนที่มาวิ่งจะอายุราว ๆ 25-35 ปี



โค้ชกันเห็นว่าคนที่มาวิ่งต่างมีเป้าหมายต่างกัน บางคนอยากวิ่งให้ดีขึ้นวิ่งเร็วขึ้น บางคนแค่อยากมาวิ่งลดน้ำหนัก บางคนอยากมาออกกำลังกายเฉย ๆ โค้ชกันบอกว่า เขาได้รับการเทรนการฝึกวิ่งจากทีม BEYOND มาตั้งแต่ต้น มีโค้ชคมและ อ.นิวัธน์ อดีตนักวิ่งทีมชาติเป็นผู้สอน หลังจากได้แนวทางการสอนแล้ว เขาลงคอร์สศึกษาเพิ่มเติมและมาปรับโปรแกรมการฝึกวิ่งของตัวเอง เพราะโดยทั่วไป การซ้อมวิ่งจะแบ่งออกเป็น 3 อย่างคือ 1.Interval  2.Tempo และ 3.Endurance อย่าง Endurance วิ่งทนทานระยะยาวแบบ long run ชั่วโมงถึงสองชั่วโมง ทุกคนไปฝึกของตัวเองได้ แต่ทีม Amico จะเน้น Interval และ Tempo เพราะฝึกซ้อมด้วยตัวเองไม่ง่ายนัก เพราะมันจะเหนื่อยมาก โดยการฝึก Interval วิ่งเป็นเซตหนักเบาสลับกันไป 3-5 นาที จะเพิ่มค่า VO2Max เป็นการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ส่วน Tempo จะวิ่งโดยให้การเต้นของหัวใจอยู่ปลาย ๆ Zone 3 เป็นการฝึกวิ่งให้เร็วกว่า pace ปกติแบบต่อเนื่อง เป็นการขยายเพดานความอึด
 
ทุกเย็นวันพุธเวลา 18.30 น. โค้ชกันจะมีแพทเทิร์นให้นักวิ่งทุกคนเริ่มต้นด้วยกายบริหารให้มีการเคลื่อนไหวและยืดเหยียดหรือ Dynamic Stretching เพื่อสร้างความพร้อมให้กับกล้ามเนื้อ แล้วก็ปล่อยให้ทุกคนไปวิ่ง Jogging วอร์มเบา ๆ กลับมาก็จะฝึก Drill คือการถอดท่าวิ่งออกมาเน้นเป็นส่วน ๆ ทำให้ฟอร์มในการวิ่งดีขึ้น มีการ Stride ให้วิ่งเร่งความเร็วระยะสั้นแล้วผ่อนลงมา ฝึกเพื่อเพิ่มความเร็วในการวิ่ง บางวันจะทำ Leg Circuit เพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขาโดยให้วิ่งขึ้นอัฒจันทร์ เมื่อร่างกายมีเหงื่อซึม ๆ แล้ว ก็จะเข้าโปรแกรมโดยให้โจทย์แต่ละอาทิตย์ที่ไม่เหมือนกัน จะวิ่งเร็วกว่าปกติแล้วพักเป็นช่วง ๆ หรือวิ่งปกติแต่ระยะยาวขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มตามที่ตัวเองไหว เช่น กลุ่ม 1 จะเป็นพวกขาแรง พร้อมจะไปแข่งชิงถ้วยขึ้นโพเดียมกันได้เลย วิ่งราว pace 4-5 กลุ่ม 2 มีเป้าหมายจะวิ่ง 10 กม. ในเวลาต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง กลุ่ม 3 และ 4 จะเป็นนักวิ่งหน้าใหม่ เพิ่งหัดวิ่ง ความเร็วและจำนวนรอบจะไม่มากและเร็วเมื่อเทียบกับ 2 กลุ่มแรก หลังจากวิ่งตามโปรแกรมแล้ว ตอนท้ายจะ Cool Down ยืดเหยียดคลายกล้ามเนื้ออีกครั้ง ทุก ๆ 3 เดือนจะมีการเก็บสถิติการวิ่ง 5 กม. ไว้จัดกลุ่มและดูพัฒนาการวิ่งของแต่ละคน



ช่วงสุดสัปดาห์อาจจะมีกิจกรรมเสริม โดยการนัดวิ่ง City Run บ้าง นัดวิ่งหรือไปขี่จักรยานตามต่างจังหวัดบ้าง ใครจะไปก็มาลงชื่อ ผมเคยชวนรุ่นพี่ผู้หญิงมาวิ่งด้วยกัน รุ่นพี่บอกว่า “อืมมม...โค้ชงานดี เฮ้ย...สอนดีเป็นกันเอง อยากมาเทรนอีกเรื่อย ๆ” ทำให้ตอนนี้กลุ่มวิ่ง Amico เริ่มมีสมาชิกประจำที่มาสม่ำเสมอแล้ว จึงมีการทำเสื้อกลุ่ม ไปสมัครวิ่งรายการไหนก็ยื่นรวมรายชื่อไปทั้งกลุ่ม เริ่มมีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุนบ้าง
 
ใครที่สนใจอยากจะมีเพื่อนวิ่ง ลองมาหัดวิ่งกับทีม Amico หรือไปจิบกาแฟที่ร้าน Amico Factory  (เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์) ลองเข้าไปสอบถามได้ที่ https://www.facebook.com/amicofactory ครับ
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://www.facebook.com/cloudbookfanpage 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 281