อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

แม้ตัวป่วยก็ยังรับจ้างเพื่อลูก ไร้บ้าน'อาศัยเล้าหมู'พักพิง

สัปดาห์นี้เปิดชีวิต “ป้าจำเนียร” หญิงวัย 64 ปี จ.สุพรรณบุรี แม่ใจแกร่งสู้เพื่อลูกชายตาบอด แม้ป่วยมารพัดโรครุมแต่ไม่ท้อออกรับจ้างหาค่ายา และไม่เคยอายขอข้าววัดอาศัยเล้าหมูเป็นที่พักพิง อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น.


บ่อยครั้งที่นำเสนอความรักของ “ผู้เป็นแม่” เช่นเดียวกับในครั้งนี้ เป็นความรักของหญิงวัย 64 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ที่ต้องลุกขึ้นมาฝ่าฟันสู้กับวิบากชีวิต แม้จะรู้ดีว่าทุกวันนี้ร่างกายถูกคุกคามด้วยสารพัดโรค แต่หัวอกคนเป็นแม่ไม่เคยทอดทิ้งลูกชายที่พิการตาบอดทั้งสองข้าง ยังคงออกไปรับจ้างเพื่อให้ได้เงินมาจุลเจือครอบครัว


 
“คุณป้าจำเนียร หอมจันทร์” หญิงแกร่งผู้นี้ แต่เดิมเธอก็มีชีวิตครอบครัวที่ราบรื่น มีลูก 2 คน กระทั่งสามีเสียชีวิต และทำให้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวดูแย่ลงเรื่อย ๆ ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง บางครั้งเหนื่อย บางครั้งท้อ หันหน้าไปทางไหนก็มีเพียงแต่รอยยิ้มของลูก ๆ ที่ยังคอยเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป จวบจนเธอตัดสินใจมีครอบครัวใหม่อีกครั้ง แต่เมื่อ 10 ก่อนหน้านี้ความรักก็ถูกพรากซ้ำอีกหน เธอต้องไร้คู่ชีวิต เพราะสามีของเธอจากเธอไปเสียแล้ว
 
ในขณะที่ลูกคนโตก็อายุ 44 ปีแล้ว ไปทำงานมีครอบครัวอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่กลับไม่เคยมาหา หรือติดต่อมาหาแม่เลยสักครั้ง ส่วนคนเล็กอายุ 43 ปี ซึ่งป่วยพิการทางสายตา ทำให้ทุกวันนี้ป้าจำเนียรและลูกชายคนเล็กต้องอาศัยอยู่ใน “เล้าหมู” ที่เพื่อนบ้านแบ่งที่ดินให้ใช้เป็นเพิงหลบแดดหลบฝน
 


ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ความสูงไม่มาก ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ต.สระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งก่อด้วยอิฐและใช้สังกะสีเก่า ๆ เป็นฝาบ้าน ส่วนหลังคามุงไว้ตั้งแต่ใช้เลี้ยงหมู ทั้งหมดจึงกลายเป็นห้องที่เอาไว้ให้คน 2 คนได้อยู่อาศัย ใครจะไปคิดว่าชีวิตจะต้องมานอนแทนที่หมู แต่แม่ลูกคู่นี้ก็ไม่เคยปริปากบ่น เพราะรู้ดีว่าไม่มีทรัพย์สินและที่ดินเป็นของตัวเอง เธอจึงคิดว่าโชคดีแล้วที่เพื่อนบ้านสงสาร
 
ย้อนกลับไปหากเป็นสมัยก่อนที่ยังมีเรี่ยวแรง “ตัดอ้อย-ขุดมัน-ถางหญ้า” เป็นอาชีพที่หาเลี้ยงปากท้องคนในบ้าน แต่ในวันนี้ป้าจำเนียรวัย 64 ปี ไม่สามารถทำงานรับจ้างหนัก ๆ ได้เหมือนเดิม หลังจากล้มป่วยไม่สบายเป็นโรคหัวใจ ความดัน ไขมัน และไทรอยด์ผิดปกติ
 
แต่ทว่าป้าจำเนียรก็ไม่ลดละยังคงพยายามหารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ อาทิ ถอนผมหงอก ดูแลผู้สูงอายุ และอาศัยรายได้จากเบี้ยคนชรา 600 บาท รวมกับเบี้ยผู้พิการของลูกชาย 800 บาท พอได้ประทังชีวิตสองแม่ลูกให้ผ่านพ้นไปในแต่ละเดือน


 
ยามเจ็บยามป่วยก็ต้องเจียดเงินซื้อกับข้าวไปจ้างรถของชาวบ้าน ให้พาไปโรงพยาบาล หรือหากขัดสนจริง ๆ เธอก็จะไหว้วานขอติดรถชาวบ้านเข้าเมืองพาลูกชายไปหาหมอ บางครั้งไม่มีเงินซื้อข้าวก็จะไปช่วยงานที่วัด อาศัยห่อข้าวและอาหารใส่ปิ่นโตหิ้วกลับมาให้ลูกชายได้กินอิ่มท้อง
 
พระครูวิรุฬห์วรธรรม เจ้าคณะตำบลสระกระโจม เขต 2 เจ้าอาวาสวัดหนองสลักได บอกว่า โยมจำเนียรเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่งานบ้านงานบุญโยมแกไม่เคยขาดเลยนะ จะรีบมาช่วยงานวัดทุกครั้ง จึงได้พูดคุยและทราบถึงความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก ซึ่งอาตมาพอมีนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายของวัด ก็จะช่วยเหลือเป็นค่ายาค่าหมอได้บ้าง ห่วงแต่ในอนาคตถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับโยมจำเนียร แล้วอีกชีวิตจะอยู่อย่างไร
 
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้หน่วยงานราชการในพื้นที่ โดยคำสั่งของผู้ใหญ่บ้าน และเงินช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนตำบลสระกระโจม ได้ส่งเจ้าหน้าที่ปรับปรุงต่อเติมเล้าหมูแห่งนี้ให้กลายเป็นบ้านพักอยู่อาศัยของสองแม่ลูก


 
โดยป้าจำเนียร ได้ขอบคุณที่เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ แต่ที่ป้าจำเนียรกลัวมากที่สุด...ก็คือ ถ้าวันหน้าป้าตายไปใครจะดูแลลูกชาย ตอนนี้ยังมีแรงจะดูแลลูกชายให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะทำได้ เวลาไหว้พระก็จะอธิษฐานในใจตลอดว่า “หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้ถ้าแม่คนนี้ตายไป ขอฝากสิ่งศักดิ์ช่วยปกปักรักษาช่วยดูแลลูกของแม่ด้วยเถิด...”
 
นี่แหละครับ...ความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่ที่มีให้ลูกชาย แม้อนาคตตัวเองจะไร้ลมหายใจ แต่ก็ยังรักยังห่วงลูกเสมอ ยามที่ลูกเจ็บป่วยหรือมีปัญหา คนเป็นแม่นี่แหละครับที่จะอยู่เคียงข้างเราจนกว่าจะหมดลมหายใจกันไป.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : Poramet misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย)
 

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 297