อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

แม้ตัวป่วยก็ยังรับจ้างเพื่อลูก ไร้บ้าน'อาศัยเล้าหมู'พักพิง

สัปดาห์นี้เปิดชีวิต “ป้าจำเนียร” หญิงวัย 64 ปี จ.สุพรรณบุรี แม่ใจแกร่งสู้เพื่อลูกชายตาบอด แม้ป่วยมารพัดโรครุมแต่ไม่ท้อออกรับจ้างหาค่ายา และไม่เคยอายขอข้าววัดอาศัยเล้าหมูเป็นที่พักพิง อาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น.


บ่อยครั้งที่นำเสนอความรักของ “ผู้เป็นแม่” เช่นเดียวกับในครั้งนี้ เป็นความรักของหญิงวัย 64 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ที่ต้องลุกขึ้นมาฝ่าฟันสู้กับวิบากชีวิต แม้จะรู้ดีว่าทุกวันนี้ร่างกายถูกคุกคามด้วยสารพัดโรค แต่หัวอกคนเป็นแม่ไม่เคยทอดทิ้งลูกชายที่พิการตาบอดทั้งสองข้าง ยังคงออกไปรับจ้างเพื่อให้ได้เงินมาจุลเจือครอบครัว


 
“คุณป้าจำเนียร หอมจันทร์” หญิงแกร่งผู้นี้ แต่เดิมเธอก็มีชีวิตครอบครัวที่ราบรื่น มีลูก 2 คน กระทั่งสามีเสียชีวิต และทำให้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวดูแย่ลงเรื่อย ๆ ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง บางครั้งเหนื่อย บางครั้งท้อ หันหน้าไปทางไหนก็มีเพียงแต่รอยยิ้มของลูก ๆ ที่ยังคอยเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป จวบจนเธอตัดสินใจมีครอบครัวใหม่อีกครั้ง แต่เมื่อ 10 ก่อนหน้านี้ความรักก็ถูกพรากซ้ำอีกหน เธอต้องไร้คู่ชีวิต เพราะสามีของเธอจากเธอไปเสียแล้ว
 
ในขณะที่ลูกคนโตก็อายุ 44 ปีแล้ว ไปทำงานมีครอบครัวอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่กลับไม่เคยมาหา หรือติดต่อมาหาแม่เลยสักครั้ง ส่วนคนเล็กอายุ 43 ปี ซึ่งป่วยพิการทางสายตา ทำให้ทุกวันนี้ป้าจำเนียรและลูกชายคนเล็กต้องอาศัยอยู่ใน “เล้าหมู” ที่เพื่อนบ้านแบ่งที่ดินให้ใช้เป็นเพิงหลบแดดหลบฝน
 


ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ความสูงไม่มาก ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ต.สระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งก่อด้วยอิฐและใช้สังกะสีเก่า ๆ เป็นฝาบ้าน ส่วนหลังคามุงไว้ตั้งแต่ใช้เลี้ยงหมู ทั้งหมดจึงกลายเป็นห้องที่เอาไว้ให้คน 2 คนได้อยู่อาศัย ใครจะไปคิดว่าชีวิตจะต้องมานอนแทนที่หมู แต่แม่ลูกคู่นี้ก็ไม่เคยปริปากบ่น เพราะรู้ดีว่าไม่มีทรัพย์สินและที่ดินเป็นของตัวเอง เธอจึงคิดว่าโชคดีแล้วที่เพื่อนบ้านสงสาร
 
ย้อนกลับไปหากเป็นสมัยก่อนที่ยังมีเรี่ยวแรง “ตัดอ้อย-ขุดมัน-ถางหญ้า” เป็นอาชีพที่หาเลี้ยงปากท้องคนในบ้าน แต่ในวันนี้ป้าจำเนียรวัย 64 ปี ไม่สามารถทำงานรับจ้างหนัก ๆ ได้เหมือนเดิม หลังจากล้มป่วยไม่สบายเป็นโรคหัวใจ ความดัน ไขมัน และไทรอยด์ผิดปกติ
 
แต่ทว่าป้าจำเนียรก็ไม่ลดละยังคงพยายามหารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ อาทิ ถอนผมหงอก ดูแลผู้สูงอายุ และอาศัยรายได้จากเบี้ยคนชรา 600 บาท รวมกับเบี้ยผู้พิการของลูกชาย 800 บาท พอได้ประทังชีวิตสองแม่ลูกให้ผ่านพ้นไปในแต่ละเดือน


 
ยามเจ็บยามป่วยก็ต้องเจียดเงินซื้อกับข้าวไปจ้างรถของชาวบ้าน ให้พาไปโรงพยาบาล หรือหากขัดสนจริง ๆ เธอก็จะไหว้วานขอติดรถชาวบ้านเข้าเมืองพาลูกชายไปหาหมอ บางครั้งไม่มีเงินซื้อข้าวก็จะไปช่วยงานที่วัด อาศัยห่อข้าวและอาหารใส่ปิ่นโตหิ้วกลับมาให้ลูกชายได้กินอิ่มท้อง
 
พระครูวิรุฬห์วรธรรม เจ้าคณะตำบลสระกระโจม เขต 2 เจ้าอาวาสวัดหนองสลักได บอกว่า โยมจำเนียรเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่งานบ้านงานบุญโยมแกไม่เคยขาดเลยนะ จะรีบมาช่วยงานวัดทุกครั้ง จึงได้พูดคุยและทราบถึงความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก ซึ่งอาตมาพอมีนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายของวัด ก็จะช่วยเหลือเป็นค่ายาค่าหมอได้บ้าง ห่วงแต่ในอนาคตถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับโยมจำเนียร แล้วอีกชีวิตจะอยู่อย่างไร
 
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้หน่วยงานราชการในพื้นที่ โดยคำสั่งของผู้ใหญ่บ้าน และเงินช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนตำบลสระกระโจม ได้ส่งเจ้าหน้าที่ปรับปรุงต่อเติมเล้าหมูแห่งนี้ให้กลายเป็นบ้านพักอยู่อาศัยของสองแม่ลูก


 
โดยป้าจำเนียร ได้ขอบคุณที่เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ แต่ที่ป้าจำเนียรกลัวมากที่สุด...ก็คือ ถ้าวันหน้าป้าตายไปใครจะดูแลลูกชาย ตอนนี้ยังมีแรงจะดูแลลูกชายให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะทำได้ เวลาไหว้พระก็จะอธิษฐานในใจตลอดว่า “หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้ถ้าแม่คนนี้ตายไป ขอฝากสิ่งศักดิ์ช่วยปกปักรักษาช่วยดูแลลูกของแม่ด้วยเถิด...”
 
นี่แหละครับ...ความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่ที่มีให้ลูกชาย แม้อนาคตตัวเองจะไร้ลมหายใจ แต่ก็ยังรักยังห่วงลูกเสมอ ยามที่ลูกเจ็บป่วยหรือมีปัญหา คนเป็นแม่นี่แหละครับที่จะอยู่เคียงข้างเราจนกว่าจะหมดลมหายใจกันไป.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : Poramet misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย)
 

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 270