อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562

ศก.ขยายตัวต่ำสุดรอบ4ปี ส่งสัญญาณอนาคตมืดมน

สัปดาห์นี้ไปดูผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ “เศรษฐกิจไทย” ขยายตัวต่ำสุดรอบ 4 ปี มองอนาคตถ้าจะดีขึ้นอาจอยู่กับ “การส่งออก-การท่องเที่ยว” 2 เครื่องยนต์หลักโกยเงินเข้าประเทศ พฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น.


รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งรัฐบาล คสช. ยิ่งอยู่นานเศรษฐกิจนับวันจะสาละวันเตี้ยลง แต่ก็คิดไม่ถึงว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้จะต่ำเรี่ยดินจนน่าตกใจ “คุณทศพร ศิริสัมพันธ์” เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทย 3 เดือนแรกของปี 62 ว่า ขยายตัวเพียง 2.8% ต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส หรือในรอบ 4 ปีกว่า นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 57 หลังจากที่ รัฐบาล คสช. ของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาบริหารประเทศ ตัวเลขจีดีพี 2.8% นับว่าเติบโตน้อยกว่าที่คาดไว้มาก คาดว่าจีดีพีในปี 62 ทั้งปีจะขยายตัว 3.6% -4%

คุณทศพร บอกว่า ที่เป็นเช่นนี้เป็นผลจากการลงทุนภาครัฐที่ยังทรงตัวเท่าเดิม การใช้จ่ายของรัฐวิสาหกิจก็ยังไม่กระเตื้อง ปัจจัยเสี่ยงช่วงเลือกตั้ง ทำให้การตัดสินใจเชิงธุรกิจต้องรอความนิ่งจากการเมืองก่อน หากการเมืองนิ่ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ คิดว่าบรรยากาศต่าง ๆ จะกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะงบประมาณปี 63 ที่จะเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา และประกาศใช้ในเดือนต.ค. 62



คุณทศพร กล่าวอีกว่า สภาพัฒน์เชื่อมั่นว่า เมื่อฟอร์มรัฐบาลเสร็จ ความนิ่งทางการเมืองจะเกิดขึ้น รัฐบาลปริ่มน้ำหรือไม่ปริ่มน้ำ ก็เป็นเรื่องที่ประเทศไทยเคยผ่านมาแล้วหลายครั้ง คิดว่าน่าจะสามารถบริหารนโยบายต่าง ๆ ไปได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อยากให้มีรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่ความชัดเจนในการขับเคลื่อนนโยบาย พร้อมตอกย้ำว่า ปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ คือ การส่งออก การท่องเที่ยว และ ความนิ่งทางการเมือง เพราะตัวเลขอื่น ๆ ของไทยยังดีอยู่ ทั้งเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน การบริโภค การลงทุนภาคเอกชนที่ยังแข็งแกร่ง

ถอดรหัสถ้อยแถลงของ คุณทศพร ก็น่าจะได้ความว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยดีแทบทุกตัว ยกเว้นการส่งออกที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจโลกและการเมืองโลก อย่างกรณีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่ปัจจัยอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ อัตราแลกเปลี่ยนที่นิ่ง การบริโภคในประเทศยังขยายตัวในเกณฑ์สูงถึงร้อยละ 4.6 การลงทุนของภาคเอกชนก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีการขยายตัวร้อยละ 4.4

แย่ที่สุดก็คือการลงทุนภาครัฐติดลบ ร้อยละ0.1 คงต้องยอมรับว่าตลอด ปีที่ผ่านมารัฐบาลมัวแต่ตีปี๊บ โครงการ อีอีซี. ทั้งที่ยังไปไม่ถึงไหน ขณะเดียวกันก็มัวแต่มุ่งนโยบาย ลด แลก แจก แถม ขณะที่ภาคเอกชนแม้การลงทุนเป็นบวกก็จริง แต่เกือบทั้งหมดเป็นการลงทุนด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ เช่น คอนโดฯ ห้างสรรพสินค้า ให้คนจับจ่ายใช้สอย แต่ไม่ได้สร้างผลผลิตให้กับประเทศ



อย่างไรก็ตาม คุณทศพร มองเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังว่า มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก ถ้ารัฐบาลใหม่มีนโยบายที่ชัดเจน และปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง จะขึ้นอยู่กับ “การส่งออก” และ “การท่องเที่ยว” เพียง 2 เครื่องยนต์เท่านั้น โดยระบุว่าการส่งออกปี 62 ให้กลับมาขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 ให้ได้ และขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวให้มีรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 2.21 ล้านบาท ซึ่งรัฐต้องให้ความสำคัญดูแลเความสงบเรียบร้อย การรักษาความปลอดภัย การฟื้นฟูภาพลักษณ์จากมลภาวะฝุ่นพิษ การอำนวยความสะดวก ลดความแออัด กระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชน หากปล่อยให้ 2 เครื่องยนต์นี้ชะลอตัว จะมีผลย้อนกลับไปสู่ “รายได้ครัวเรือน” ที่อาจมีการใช้จ่ายต่ำกว่าที่คาด

ฟังแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า...จะฝันหวานเกินไป เพราะยังไม่เห็นปัจจัยอะไรที่จะเป็นบวกช่วยดันให้เศรษฐกิจไทยโงหัวขึ้นดีกว่านี้ เฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยการเมืองที่มีรัฐบาลผสมร้อยพ่อพันแม่ กว่า 20 พรรค ขนาด คสช. มีเอกภาพ มีอำนาจมากมาย ยังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน การส่งออกยิ่งน่าห่วงเพราะเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ แถมอาจจะโดนหางเลขจากสงครามการค้าจีนกับสหรัฐฯ รอบใหม่ หากรัฐบาลใหม่ไม่ตั้งรับไม่ทัน คงมีแต่ท่องเที่ยวที่จะพอกล้อมแกล้มแต่ก็วางใจไม่ได้ เพราะลูกค้าหลักคือทัวร์จีน แต่พอมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันทัวร์จีนก็หายไปพริบตา



ครั้นจะหวังพึ่งการบริโภคภายในประเทศก็คงลำบาก ตอนนี้ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจ การเมืองไม่น่าไว้ใจ ยิ่งมีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 13 ล้านล้านบาท จะเอาเงินที่ไหนไปบริโภคคงจะมีคนรวยกลุ่มเล็ก ๆ แค่หยิบมือเท่านั้นที่พอจะมีกำลังซื้อบ้าง แต่กลุ่มนี้ก็จะใช้ของแบรนด์เนมนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ตอบโจทย์การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ตราบใดที่ยัง “รวยกระจุกจนกระจาย” จะหวังให้การบริโภคกระตุ้นเศรษฐกิจคงไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยสักเท่าไหร่

มองหนทางข้างหน้าทั้งเศรษฐกิจและการเมืองบ้านเรา ยิ่งมืดมนอย่างน่าเป็นห่วงจริง ๆ.
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%