อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562

ทิ้งอนาคต-เลือกดูแลแม่ นร.เตรียมทหารยอดกตัญญู

“แม่ผมสำคัญกว่าอนาคต”ลูกยอดกตัญญู นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 57 ตัดสินใจลาออกจาก “นตท.”มาดูแลแม่ที่ป่วยหนัก เผยอยู่กันเพียงลำพัง 2 คน จะทิ้งไม่ได้เพราะพระคุณมารดายิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด เสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น.


วันก่อนเห็นข่าว “นภัทร อุ่นแก้ว” หรือคิงส์ อดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 57 อดีตนักเรียนนายเรือรุ่นที่ 114 ต้องลาออกจากการเป็นนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 1 กะทันหัน เนื่องจากมีความจำเป็นต้องดูแลมารดาซึ่งป่วยเป็นโรคไตด้วยตนเองแต่เพียงผู้เดียว ส่งผลให้เวลาเรียนไม่เพียงพอจนต้องพักการเรียน ต่อมาเจ้าตัวได้แสดงเจตจำนงขอลาออกเพื่อมีเวลาดูแลมารดาอย่างเต็มที่ ซึ่งปัจจุบันมารดาของคิงส์ได้เสียชีวิตลงแล้ว

เรื่องราวที่เกิดขึ้น พล..พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร รับทราบข่าวมีความห่วงใยจึงให้นายนภัทรมาเข้าพบเพื่อพูดคุยพร้อมสอบถามความต้องการเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ซึ่ง ผบ.ทสส. เน้นย้ำว่านภัทรเปรียบเหมือนลูกหลานของกองทัพ เป็นบุคคลที่น่ายกย่อง เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคมด้านความกตัญญูต่อบุพการีผู้ให้กำเนิด สมควรได้รับการดูแลช่วยเหลือ พร้อมย้ำว่าในอนาคตหากน้องคิงส์จบปริญญามีความประสงค์จะเข้ารับราชการเพื่อรับใช้ชาติทางกองทัพยินดีพิจารณาในโอกาสต่อไป...ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่พล.อ.พรพิพัฒน์ ลงมาติดตามเรื่องดี ๆ แบบนี้ด้วยตัวเอง



หลังอ่านข่าวนี้จบ “เหยี่ยวขาว” บอกกับตัวเองทันทีว่าต้องนำเรื่องราวของน้องคิงส์มานำเสนอขยายประเด็น พร้อมกับย้ำเตือนสิ่งดี ๆ ที่เด็กคนนี้ตอบแทนพระคุณผู้หญิงที่เขาเรียกว่า “แม่” มาตีแผ่เพื่อให้เด็กและเยาวชนดูเป็นตัวอย่าง...ลองไปฟังความคิดของน้องคิงส์กันแล้วท่านจะไม่ผิดหวังแน่นอน

นภัทร บอกว่า “ผมกับแม่อยู่ด้วยกัน 2 คน เราไม่มีญาติพี่น้อง ช่วงปี 55 แม่มีอาการป่วย ตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้น ม.4 ต่อมาปี 56 ผมสอบติดโรงเรียนเตรียมทหาร แม่ภูมิใจดีใจมาก ตอนนั้นแม่ทำงานอยู่บ้านคนเดียวเปิดร้านขายของทางด้านการเกษตรที่ อ.สนามชัยเขต .ฉะเชิงเทรา แม่ต้องขับรถไปฟอกไตที่ รพ.ใน จ.นครนากยก อาทิตย์ละ 3 วัน กระทั่งปี 58 ผมเรียนชั้นปีที่ 3 แม่ป่วยหนักต่อเนื่องจนปี 59 ผมขึ้นเป็นนักเรียนนายเรือชั้น ปี 1 ผมต้องลาเรียนเพื่อมาดูแลแม่จนเวลาเรียนไม่พอ ด้วยความจำเป็นจึงต้องลาออกปี 60 เพื่อมาดูแลแม่อย่างใกล้ชิด 2 ปี จนท่านจากไปอย่างสงบ



นตท.ยอดกตัญญู บอกต่อว่า สงสารแม่มาก ๆ ช่วงที่อาการหนักขับรถไม่ไหว อีกทั้งต้องปิดกิจการ จึงต้องออกมาขับรถพาท่านไปฟอกไต และทำหน้าที่คอยดูแลท่าน ถึงแม้จะมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือดูแลเพียงแรก ๆ แล้วก็หายไป กระทั่งวันหนึ่งเมื่อจำเป็นต้องตัดสินใจก็ต้องเลือกเอาเวลาทั้งหมดให้ผู้ให้กำเนิดดูแลจนวินาทีสุดท้าย ถามว่าเสียใจหรือไม่สำหรับการทิ้งอนาคตเรื่องเรียน ตอบว่าเสียใจบ้างแต่ไม่ได้มากมายอะไร เพราะแม่ยิ่งใหญ่กว่าอนาคต ถ้าเราไม่ดูแลแล้วใครจะดูแลท่าน แม่มีเพียงคนเดียว แต่อนาคตเราหาทางไปต่อได้

ที่ผ่านมาช่วงดูแลคุณแม่ก็มีหลายฝ่ายให้การช่วยเหลือ รวมทั้งสมาคมครูและผู้ปกครองโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ เข้ามาดูแลช่วยเหลืองานศพ เนื่องจากเราไม่มีพี่น้องต้องอยู่กับแม่เพียงสองคน ปัจจุบันได้รับความช่วยเหลือจาก ... ธงชัย วงษ์บุดดา เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาคาเดท ที่รักเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ท่านให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ตั้งแต่ออกมาดูแลแม่ และตอนนี้ก็หางานให้ทำ และที่พักอาศัยที่โรงเรียนกวดวิชาฯด้วย

มีคนถามว่าเหนื่อยหรือไม่ช่วงดูแลแม่ ผมบอกไปว่าอย่าเรียกว่าเหนื่อยเลย เพราะเป็นสิ่งที่คนเป็นลูกต้องทำ ผมไม่เคยเหนื่อย หากผมไม่ทำใครจะทำเพราะนี่คือแม่ของเรา อาชีพอื่นยังมีให้เลือกทำถึงแม้ว่าต้องออกจากการเรียน ณ ตอนนั้นจำเป็นต้องเลือกขอเลือกดูแลแม่ก่อน หากไม่ออกมาดูแลแม่นั่นแหละคือสิ่งที่จะทำให้ผมเสียใจมากที่สุดในชีวิต



น้องคิงส์ “บอกด้วยว่า สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือตั้งใจเรียนให้จบปริญาตรี มหาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิชานิติศาสตร์ วางแผนไว้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วอยากสอบเนติบัณฑิต เพื่อใช้ในการประกอบวิชาชีพ เช่น ทนายความ หรือผู้พิพากษา ในส่วนเรื่องการกลับเข้าไปเรียนโรงเรียนนายเรือยังมีโอกาสหรือไม่นั้น บอกได้เลยว่าไม่สามารถกลับไปเรียนได้ เพราะหมดเวลาที่ขอพักการเรียนไปแล้ว โรงเรียนมีข้อบังคับที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม หากทางโรงเรียนรับกลับเข้าไปเรียนใหม่ด้วยกรณีดังกล่าว ในอนาคตอาจกลายเป็นข้ออ้างให้กับคนอื่น ๆ มองว่ากฎต้องเป็นกฎ หากปล่อยละเลย กฎก็จะไม่มีความศักดิ์สิทธิ์

หลังจากงานศพคุณแม่เสร็จเรียบร้อยแล้วต้องพยามยามทำตัวเองให้ยุ่ง ๆ ตลอดเวลา เพื่อจะได้ไม่คิดถึงการจากไปของท่าน เพราะเราผูกพันกันมาก เนื่องจากมีกันอยู่แค่ 2 คน ส่วนบิดาไม่เคยพบหน้าตั้งแต่เกิด แม่เลี้ยงดูผมมาเพียงลำพัง”



บางท่านอาจถามว่าทำไมตอนนี้ภาพเล่าเรื่องชีวิตน้องคิงส์กับคุณแม่มีน้อยมาก ด้วยความเคารพเด็กคนนี้บอกกับ“เหยี่ยวขาว”ว่าช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวดที่สุดในชีวิตเขาไม่สามารถเก็บภาพไว้ได้ จิตใจมีแต่ความทุกข์...ภาพความรักอันยิ่งใหญ่ที่ลูกมอบต่อผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิต-ภาพน้ำตาที่ไหลออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ต้องเห็นบุคคลอันเป็นที่รักค่อย ๆ จากไป เขาขอเก็บภาพความทรงจำความสุขสุดท้ายของแม่ไว้ในจิตใจตลอดกาล

อ่านจบแล้วบอกตรง ๆ เด็กคนนี้หัวใจ และการกระทำ ที่สำคัญคำพูดแต่ละคำช่างงดงามเหลือเกิน...บางคำมันบาดลึกเข้าไปในจิตใจ มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันเป็นความตื้นตันใจในความกตัญญูของเขาที่มีต่อแม่จนน้ำตาไหลออกมาคลอเบ้าอย่างไม่รู้ตัว…ซาบซึ้งกินใจเกินจะบรรยาย...กตัญญู นอบน้อมถ่อมตน ยอมรับ-ไม่ฝืนกฎเกณฑ์ให้เป็นตัวอย่างเรื่องเวลาเรียน...คิงส์น้องคือ...บุคคลคุณภาพที่น่ายกย่องจริง ๆ.
............................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ... อเนก-ดร.ดรัณ วันทิพพา เดลินิวส์ออนไลน์ จ.ฉะเชิงเทรา


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 146