อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 11 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 11 ธันวาคม 2562

จัดการกับขยะพลาสติก รักษ์สิ่งแวดล้อมง่ายๆใกล้ตัว

สัปดาห์นี้ไปดูวิธีจัดการพลาสติกของห้างฯ ใหญ่ ๆ จะช่วยกระตุ้นให้คนทั่วไปตระหนักได้อย่างไร เพราะพลาสติกอยู่รอบตัวเราและควรจะหันมาใส่ใจกันได้แล้ว จันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562 เวลา 14.00 น.


องค์การสหประชาชาติให้วันที่ 5 มิ.ย. ของทุกปีเป็น วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ผมเริ่มเห็นว่าทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ ข่าวสารข้อมูลและสื่อสังคมออนไลน์ทำให้เราได้เห็นหลอดพลาสติกไปติดอยู่ในรูจมูกของเต่า นกทะเล และปลากินขยะพลาสติก มีโครงการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมที่ขยับเข้ามาใกล้ตัว บางอย่างเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา เริ่มให้เราตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ถ้าเป็นภาครัฐก็จะมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รณรงค์ไม่ใช้ถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของเดือน (เลือกวันที่ 4 เพราะว่าวันที่ 4 ธ.ค. เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย) หรือถ้าเป็นภาคเอกชนก็จะทำได้รวดเร็วและดังกว่า เช่น พี่ตูนและน้อง ๆ BNK48 รณรงค์ไม่รับถุงในร้านสะดวกซื้อ 7-11 นอกจากจะไม่รับถุงพลาสติกแล้ว เราจะเห็นหลาย ๆ คนเริ่มถือถุงผ้า มีภาชนะ ช้อนส้อม กระติกน้ำ แก้วน้ำ หลอดโลหะ ที่มีไว้ติดตัวมากขึ้น แสดงว่าคนไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมกันแล้ว
 
ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เพราะผมอยากจะทราบว่า ห้างสรรพสินค้าจะช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง เนื่องจากการเดินห้างแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทยไปแล้ว คุณพิชัยได้ให้ข้อมูลว่า การรณรงค์ของกลุ่มเซ็นทรัล ไม่ใช่แค่ในห้างสรรพสินค้า แต่คือทุกธุรกิจในเครือ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจศูนย์การค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านหนังสือ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า โรงแรม และอื่น ๆ จะทำด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังไปพร้อม ๆ กัน



คุณพิชัยเล่าให้ผมฟัง กลุ่มเซ็นทรัลได้ร่วมลงนามกับ Private Public Partnership (PPP) for Sustainable Plastic & Waste Management เพื่อจะช่วยกันลดขยะทางทะเล ประเทศไทยมีขยะพลาสติกในทะเลเป็นอันดับที่ 6 ของโลก และขยะที่พบมากที่สุดได้แก่ ถุงพลาสติก (สถิติบอกว่าคนไทยใช้ถุงพลาสติก 8 ถุงต่อวัน) หลอดพลาสติก และฝาพลาสติก
 


คุณพิชัย เล่าเพิ่มเติมในส่วนของ Central Group ที่กำลังรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม ผ่านแคมเปญ Central Group Love the Earth โดยแบ่งออกเป็น 3 เรื่องใหญ่ ๆ คือ
 
1.Journey to Zero การลดขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ตัวเรา
2.Central Green การปรับภูมิทัศน์โดยรอบศูนย์การค้าให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
3.Forest Restoration สนับสนุนการปลูกป่ารวมพื้นที่กว่า 700 ไร่ เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์และคืนออกซิเจนให้กับโลก
 
ผมสนใจเรื่อง Journey to Zero มากกว่าเรื่องอื่น จึงให้คุณพิชัยช่วยขยายความ คุณพิชัยบอกว่าการเริ่มต้นต้องเริ่มจากพนักงานในกลุ่มเซ็นทรัล บริษัทในทุกเครือข่ายต้องเห็นความสำคัญของเรื่องนี้และทำอย่างจริงจังก่อน ในขณะเดียวกันก็จะส่งถึงลูกค้าด้วย ต่อไปการมาห้างฯ จะไม่ใช่แค่มาชอปปิงเพียงอย่างเดียว แต่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกค้ารักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว อาทิเช่น
 
1.การเปิดตัวแคมเปญ CENTRAL Love The Earth : Say no to Plastic Bags ห้างค้าปลีกรายแรกของไทยที่ปลอดถุงพลาสติกตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา ห้างสรรพสินค้าเซน ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส ออฟฟิศเมท ร้านค้าในเครือซีเอ็มจี เพาเวอร์บาย ไทวัสดุ บ้านแอนด์บียอนด์ และออโต้วัน โดยลูกค้าที่ปฏิเสธการรับถุงจะได้รับคะแนนเดอะวัน 10 คะแนน
 
2.โดยในส่วนของเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ มาร์เก็ต ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ ท็อปส์ เดลี่ และร้านมัตสึโมโตะ คิโยชิ จะงดการให้ถุงพลาสติกทุกวันอังคาร และทุกวันที่ 4 ของเดือน โดยลูกค้าจะได้รับคะแนนสะสมเดอะวันพิเศษ 8 คะแนน หลังเปิดตัวแคมเปญนี้ตั้งเป้าภายในสิ้นปี 62 จะลดถุงพลาสติกได้มากกว่า 150 ล้านใบ
 
3.เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ยกเลิกการจำหน่ายสำลีก้านพลาสติก โดยจำหน่ายเป็นสำลีก้านกระดาษที่สามารถย่อยสลายได้ 100% ลดใช้ถุงพลาสติกทุกวันอังคารและทุกวันที่ 4 ของทุกเดือน ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ลดได้มากกว่า 30 ล้านชิ้น และในปีนี้คาดว่าจะสามารถลดได้มากกว่าเดิม นอกจากนั้น ตั้งแต่มิ.ย.นี้เป็นต้นไป เปลี่ยนชนิดของถุงพลาสติกจาก OXO-Degradable ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ เปลี่ยนมาเป็นวัสดุรีไซเคิล 50% และถุงนี้ก็ยังสามารถนำมารีไซเคิลได้อีกด้วย
 
4.ร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท จะลดไซส์ถุงจาก 4 ขนาด เหลือเพียง 2 ขนาด ปีนี้จะตัดถุงขนาดเล็กทิ้งไป โดยงดแจกถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของเดือน ยกเว้นแฟมิลี่มาร์ท 3 สาขาที่งดให้ถุงพลาสติกอย่างถาวร ได้แก่ สาขามหาวิทยาลัยมหิดล สาขากรมอนามัย และสาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ชั้น 21 โดยตั้งเป้าในปี 62 จะงดให้ถุงพลาสติกอย่างถาวรเพิ่มเป็น 10 สาขา
 
5.ปลูกฝังความรู้เรื่องการแยกขยะให้กับพนักงานในองค์กรและเยาวชน โดยจะมีการแยกขยะเป็น 4 ประเภทตามหลักสากล ได้แก่ ขยะอินทรีย์ (ถังสีเขียว), ขยะรีไซเคิล (ถังสีเหลือง), ขยะทั่วไป (ถังสีน้ำเงิน) ,ขยะอันตราย (ถังสีแดง)
 
6.ขยะส่วนใหญ่ 60-80% ในบ้านหรือในห้างจะเป็นอาหาร (Food Waste) ดังนั้นกลุ่มเซ็นทรัล จึงจัดการเรื่องอาหารที่จะกลายเป็นขยะ โดยอาหารที่ยังรับประทานได้ จะนำไปสร้างมื้ออาหารให้ผู้ขาดโอกาส เช่น โรงแรมเซ็นทารา 3 แห่งและเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ที่สาขาเซ็นทรัล ชิดลม ได้เริ่มทำร่วมกับ SOS เพื่อส่งต่อมื้ออาหารกว่า 100,000 มื้อ มอบให้แก่ผู้ที่ขาดแคลนโอกาส
 
7.สำหรับอาหารที่คนไม่สามารถรับประทานได้ ส่วนหนึ่งจะนำไปขายทำเป็นอาหารสัตว์ และอีกส่วนหนึ่งร่วมกับพันธมิตรในการทำก๊าซชีวภาพและปุ๋ยหมักทางการเกษตร
 
8.บริการ EV Charger สำหรับรถพลังงานไฟฟ้า 12 สาขา 20 จุดทั่วประเทศ เพื่อลดมลพิษบนท้องถนน
 
9.ใช้ Solar Rooftop ใน 11 ศูนย์การค้าทั่วประเทศ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 5,800 เมกะวัตต์ ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก 3,300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์



คุณพิชัย ยังบอกถึง สิ่งที่ทางธุรกิจในเครือได้เริ่มดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างและศูนย์การค้าเซ็นทรัลใช้ใบตองมารองและห่ออาหารแทนการใช้ภาชนะโฟม ทุกกลุ่มธุรกิจในบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ในจังหวัดเชียงใหม่ภายใต้ โครงการของ “เซ็นทรัล ทำ” ได้ทำถุงผ้าจากขวดพลาสติกมอบให้กับโรงพยาบาลเพื่อแจกจ่ายให้ผู้ป่วยใส่ยาและลดขยะถุงพลาสติก ด้านสินค้าที่สั่งออนไลน์ก็ไม่ควรมองข้าม โดยกลุ่มเซ็นทรัลมีแผนในการลดขนาดของกล่องบรรจุ พวกวัสดุกันกระแทกควรจะลดพลาสติกลง อาจจะเปลี่ยนเป็นกระดาษหรือวัสดุจากธรรมชาติแทน
 
หลังจากพูดคุยกับคุณพิชัยเสร็จ ทางทีมงานฝ่ายกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัลได้พาผมเดินไปดูเครื่องรับขวดพลาสติกรีไซเคิลแบบสแกนบาร์โค้ด ซึ่งผู้นำขวดมาใส่ตู้นี้ก็จะได้รับคะแนนเพื่อไปเป็นส่วนลดต่าง ๆ ในร้านค้าต่าง ๆ ในกลุ่มเซ็นทรัล เดินต่อไปอีกนิดมีร้านสะดวกซื้อ Family Mart ทีมงานฯ ได้หยิบถุงพลาสติกขนาดเล็กออกมาและบอกว่าต่อไปจะไม่มีถุงพลาสติกไซส์นี้แล้ว จะเหลือแต่ไซส์กลางและไซส์ใหญ่ คนซื้อสินค้าเล็ก ๆ ก็นำใส่กระเป๋าของตัวเองไป ไม่ต้องใข้ถุงพลาสติก



นอกจากนี้ยังบอกว่าในอนาคต กลุ่มเซ็นทรัลกำลังศึกษาการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) เพราะมีร้านอย่าง Power Buy สามารถทำเป็นศูนย์กลางการรวบรวมและกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ ส่วนถังขยะ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นถังขยะแบบแยกขยะ โดยอิงสีถังแยกขยะของ กทม. สีฟ้าเป็นขยะทั่วไป สีเขียวเป็นขยะเปียก สีแดงเป็นขยะอันตราย และสีเหลืองเป็นขยะที่รีไซเคิลได้ โดยกลุ่มเซ็นทรัลมุ่งเน้นที่จะสอนเด็ก ๆ ในโรงเรียน ให้รู้จักและคุ้นเคยกับ 3R : Reduce Reuse Recycle เด็ก ๆ อาจจะเคยเรียนและแยกขยะที่โรงเรียนมาแล้ว เมื่อมาที่ห้างก็ต้องแยกขยะก่อนทิ้งเช่นกัน

พร้อมทิ้งท้ายเชิญชวนว่า วันที่ 5-7 มิ.ย. 62 มีงาน World Environment Day 2019 คนที่สนใจเริ่มดูงานที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยธีมงานเป็นนี้จะเน้นเรื่องหมอกควัน มลพิษทางอากาศ โดยร่วมกับกรุงเทพมหานคร และ United Nations Environment
 
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมกำลังดำเนินการช่วยกันยกเลิกพลาสติก 7 ชนิด มีเป้าหมายในปี พ.ศ.2568

1.
ยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มฝากขวด (Cap Seal) พลาสติกประเภทนี้มีน้ำหนักเบา ขนาดเล็ก เก็บยาก ไม่ย่อยสลาย นำมารีไซเคิลไม่คุ้ม ถ้ายกเลิกได้หมด สามารถลดขยะพลาสติกประเภทนี้ 2,600 ล้านชิ้นต่อปี

2.
ยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกประเภท OXO เพราะพลาสติกประเภทนี้ แม้จะย่อยสลายแล้ว แต่ก็ยังทิ้ง Micro Plastic ไว้อยู่ เมื่อไปอยู่ในทะเลปลาก็จะไปกิน แล้วเราก็กินปลาอีกที

3.
ไมโครบีดส์จากพลาสติก ยกตัวอย่างเช่น บีทในโฟมล้างหน้า หรือ เม็ดเล็ก ๆ ในผงซักฟอกต่อไปต้องเลิกใช้เพราะเกิด Micro Plastic ที่ตกค้าง ย่อยสลายไม่ได้เช่นกัน

4.
ถุงพลาสติกหูหิ้วหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน ในต่างประเทศไม่มีถุงบางขนาดนี้ แต่ในเมืองไทยยังมีอยู่ ต้องยกเลิกเช่นกัน

5.
กล่องโฟมบรรจุอาหาร ยกเลิกในปี 2565 แต่เราไม่ต้องรอให้ถึงวันนั้น ยกเลิกเองได้เลย นำภาชนะใช้ซ้ำมาใส่อาหารแทน

6.
แก้วน้ำพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตอนนี้หลายคนมีแก้วน้ำประจำตัวถือไปทุกทีเหมือนเด็กมีกระติกน้ำประจำตัว เมื่อไปซื้อกาแฟ ถ้านำแก้วไปเองก็ได้รับส่วนลดอีกด้วย

7.
หลอดพลาสติก ยกเลิกในปี 2568 อีกนานเลย แต่เราสามารถยกเลิกด้วยตัวเองตั้งแต่วันนี้ ดื่มน้ำโดยไม่ต้องใช้หลอด หรือนำหลอดโลหะ (ที่อยู่กับแก้วน้ำส่วนตัว) ไปด้วยทุกครั้ง 

เมื่อทราบข้อมูลแบบนี้แล้ว จะเห็นว่าการใช้ชีวิตประจำวันของเราเกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกและสิ่งแวดล้อมทั้งนั้น เริ่มปรับที่ตัวเราจากในบ้านก่อน เมื่อออกไปภายนอก ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แรก ๆ อาจจะรู้สึกไม่คุ้นชินและไม่สะดวกบ้าง แต่ถ้าเราทำอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย การช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมให้กับโลกของเราไม่ได้ยากจนเกินไปครับ.
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://www.facebook.com/cloudbookfanpage  
ขอบคุณรูปภาพหน้าปก : https://issafrica.org 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 304