อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562

'ป๋าเปรม'ในยุคโชติช่วงชัชวาล คุณูปการเศรษฐกิจไทย

สัปดาห์นี้รำลึกถึงอดีตนายกฯ ผู้สร้างคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองมากมาย ทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม “ป๋าเปรม-พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” รัฐบุรุษ  2 แผ่นดิน พฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.


ช่วงสาย ๆ ของวันที่ 26 พ.ค. 2562 ประเทศไทยต้องสูญเสียบุคคลสำคัญเมื่อมีข่าว “ป๋าเปรม-พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรม พลเอกเปรมได้เข้ามาสู่การเมืองด้วยการเข้าร่วม ครม. ครั้งแรกในรัฐบาล พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนมี.ค. 2523 นั่งในตำแหน่งนี้ยาวนานถึง 8 ปี
 
ในห้วงเวลา 8 ปีกว่า ๆ ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย ได้สร้างคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองมากมาย ทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม อาจจะเรียกว่ามากกว่าในยุคสมัยของนายกฯ คนอื่น ๆ ก็ว่าได้ แม้ว่าจะก้าวขึ้นมาในห้วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะยากลำบาก อันเนื่องมาจากเป็นช่วงหลังจากเกิดที่เรียกว่า “ออยล์ช็อก” วิกฤตการณ์ราคาน้ำมันครั้งที่ 2 เกิดภาวะราคาน้ำมันแพง ต้นเหตุมาจากราคาน้ำมันดิบในต่างประเทศถีบตัวสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินตกต่ำ อัตราดอกเบี้ยสูง ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจซบเซาตามมา
 


เหนืออื่นสิ่งใด ช่วงปี 2524 เศรษฐกิจไทยต้องประสบปัญหาหลาย ๆ ด้าน เช่น ปัญหาการขาดดุลการค้า การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินบาทของไทยผูกติดกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งตัวขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย
 
ราคาสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง ผักผลไม้ แม้กระทั่งสินค้าอุตสาหกรรมก็ตกต่ำตามมา เกิดความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ทางออกต้องพยายามผลักดันการส่งออกให้มากขึ้นและลดการนำเข้าลง จึงต้องรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน รัฐบาลประกาศนโยบายปิดโทรทัศน์ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 5 ไฟฟ้าตามถนนหนทางต้องเปิดดวงเว้นดวง ปั๊มน้ำมันปิดให้บริการตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 5
 


อย่างไรก็ตามในวิกฤติย่อมมี “โอกาส” ท่ามกลางความซบเซาทางเศรษฐกิจอย่างหนักหนาสาหัสในเวลานั้น อีกด้านหนึ่งก็เป็น “โอกาสทองประเทศไทย” ที่ได้วางพื้นฐานทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ โชคดีที่มีการค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ทำให้ลดการนำเข้าพลังงานสามารถประหยัดเงินตราต่างประเทศได้มาก นอกจากนี้ก๊าซธรรมชาติสามารถแยกออกมาเป็นก๊าซหุงต้มและก๊าซที่ใช้เป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งนำไปผลิตต่อยอดได้ในหลาย ๆ อุตสาหกรรม ทำให้ประหยัดเงินตราต่างประเทศจากการลดการนำเข้าสินค้าจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีได้มหาศาล
 
ตรงนี้แหละ...ที่เป็นโอกาสของประเทศไทย ได้เปลี่ยนโฉมหน้าทางเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง
 
โชคดีอีกประการหนึ่งในตอนนั้น เป็นช่วงจังหวะเวลาที่ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงประสบปัญหาค่าแรงในประเทศแพง ทำให้มีนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นตัดสินใจย้ายฐานการผลิตเข้ามาลงทุนนอกประเทศมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยก็เป็นทางเลือกหนึ่ง ประกอบกับได้มีคำแนะนำจาก “ศาสตราจารย์ ดร.โอกิตะ” อดีตรัฐมนตรีคลังของประเทศญี่ปุ่น เห็นว่า...พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก เหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมหนัก
 
นี่เป็นที่มาของโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดสำหรับอุตสาหกรรมหนัก และท่าเรือแหลมฉบังรองรับอุตสาหกรรมเบา กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตเข้ามาลงทุนในประเทศไทยกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวเข้าสู่ “ยุคโชติช่วงชัชวาล” อย่างไม่เคยมีมาก่อน
 


ในสมัยของรัฐบาล พล.อ.เปรม ได้ตัดสินลดค่าเงินบาทถึง 3 ครั้ง และได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายบริหารอัตราแลกเปลี่ยนจาก “ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่” ระหว่างเงินบาทกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็น “ระบบตะกร้าเงิน” ทำให้การบริหารค่าเงินบาทมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้ภาคการส่งออกพลิกฟื้นอย่างรวดเร็ว
 
แม้ว่าโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดจะเป็นผลงานโดดเด่นเป็นที่จดจำของคนทั่วไป แต่นโยบายที่พล.อ.เปรม ให้ความสำคัญจริง ๆ กลับเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำเกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะความยากจนในภาคอีสาน เพราะท่านใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่นั่นเมื่อครั้งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 จึงเข้าใจปัญหาความอดอยาก ปัญหาความแห้งแล้งจึงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนหนทาง ไฟฟ้า น้ำประปา โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า 95% ของพื้นที่ชนบทในประเทศไทย ต้องมีไฟฟ้าใช้ ต้องมีน้ำสะอาดไว้ดื่ม ต้องได้รับบริการสาธารณสุขประจำ
 
ในห้วงเวลากว่า 8 ปี ที่พล.อ.เปรม บริหารประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะเห็นว่าท่านได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบทมากกว่า การพัฒนาอุตสาหกรรม การลงทุน ท่าเรือน้ำลึก อย่างโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดที่คนไทยคุ้นชินเสียอีก.

................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%