อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

ประชาธิปไตยช่วงเปลี่ยนผ่าน บ้านเมืองเหนือสิ่งอื่นใด

สัปดาห์นี้เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านประเทศ เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ สมัยที่ 2 จะต้องสานงานต่อจากรัฐบาลรัฐประหาร ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น.


การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 ผ่านพ้นไปแล้ว “พรรคพลังประชารัฐ” ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งจากประชาชนมากที่สุด 8.43 ล้านเสียง รองลงมาพรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนเสียง 7.92 ล้านเสียง ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐมีที่นั่งของ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร 116 คน ส่วนพรรคเพื่อไทยมีที่นั่ง ส.ส ในสภาผู้แทนราษฎร 136 คน



เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 62 การประชุมร่วมรัฐสภาซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎร 498 คนและวุฒิสภา 250 คน รวม 748 คน ได้มีการพิจารณาลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากพรรคพลังประชารัฐเป็นนายกรัฐมนตรี ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงจากสภาผู้แทนราษฎร 251 เสียงและวุฒิสภา 249 เสียง รวม 500 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ซึ่งมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงได้เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 สมัยที่ 2 ของประเทศไทย

พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยกล่าวขอบคุณประชาชนสำหรับการเลือกตั้ง ขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทั้งฝ่ายสนับสนุนและไม่สนับสนุนสำหรับคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอย่างดีที่สุด อยากให้ทุกคนร่วมกันทำงานด้วยเจตนารมณ์คำนึงถึงประเทศชาติและประชาชนซึ่งยังมีปัญหาอีกมากที่รอการแก้ไข รวมทั้งนำบทเรียนในอดีตมาเป็นแนวทางในปัจจุบัน ส่วนพี่น้องประชาชนนั้นขอให้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนอย่างแท้จริง



ในวันรุ่งขึ้นหลังการประชุมรัฐสภาที่มีการเลือกนายรัฐมนตรีเสร็จสิ้นลงแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติได้เริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่ทันที เพื่อพิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุมของสภาทั้งสอง ช่วงเช้าของวันที่ 6 มิ.ย. 62 มีการประชุมวุฒิสภา ซึ่งมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม ที่ประชุมมอบให้ประธานวุฒิสภาและรองประธานฯ ไปหารือในการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา1ชุด เพื่อทำหน้าที่พิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุม เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วให้นำกลับมาสู่การพิจารณาในที่ประชุมต่อไป

ต่อมาช่วงบ่ายของวันที่ 6 มิ.ย.62 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาเกี่ยวกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมมีมติให้ มีการประชุมสัปดาห์ละ 2 วัน วันพุธเริ่มเวลา 13.00-21.00 . วันพฤหัสบดีเริ่มเวลา 09.00-18.00 . โดยกำหนดให้ก่อนเวลาการประชุม 30 นาทีของทั้ง 2 วัน ให้มีการหารือของ ส.ส. ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และได้กำหนดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-18 ก.ย. 62 และสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 62-28 ก.พ. 63 หลังจากนั้นที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 38 คน สัดส่วนประกอบด้วยตัวแทนจากพรรคการเมืองต่าง ๆ พร้อมกำหนดระยะเวลาภายใน 20วัน เมื่อพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วให้นำกลับมาสู่ที่ประชุมอีกครั้ง



เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังพิธีรับพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า ...นับเป็นเกียรติยศและสิริมงคลสูงสุดแก่ชีวิตอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมปฏิบัติงานสนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ โดยยืนยันจะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และจะมุ่งมั่นทำงานพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศในทุกด้าน นำพาประเทศไทยให้มีความสงบร่มเย็น มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตลอดไป”

จากนี้ไปฝ่ายบริหารซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาลได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว ก็จะนำไปสู่การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีต่อไป เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ก็จะนำไปสู่การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา รัฐบาลจึงจะสามารถบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์



การเปลี่ยนผ่านประเทศจากการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบจอมปลอม ซึ่งมีรัฐบาลเผด็จการทางรัฐสภาบริหารประเทศได้สร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงานผิดพลาดล้มเหลว การฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างมโหฬาร การสร้างความแตกแยกในสังคมไทยอย่างร้าวลึก ฯลฯ เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องสานงานต่อจากรัฐบาลรัฐประหาร โดยมีการเดินหน้าปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ความจริงใจและความตั้งใจจริงรวมถึงการรู้จักใช้คนโดย put the right man on the right job at the right time” จะเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการนำพารัฐนาวาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปสู่ฝั่งฝันได้ ประชาชนจะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับรัฐบาลที่ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง.
………………………
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 276