อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562

แฉศักยภาพภาคธุรกิจทรุด หนี้ครัวเรือนเพิ่ม-ทุจริตพุ่ง

สัปดาห์นี้ตามดูผลการจัดอันดับโลก แม้ไทยประสิทธิภาพภาครัฐจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกด้าน แต่ศักยภาพภาคธุรกิจลดลง ร่วงไปอยู่อันดับที่ 43 ซ้ำหนี้ครัวเรือนเพิ่ม-ทุจริตพุ่ง ตัวถ่วงประเทศ พฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.


สัปดาห์ก่อน สถาบันไอเอ็มดี ในสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศผลการจัดอันดับประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันดีที่สุดในโลก หรือที่เรียกว่า IMD World Competitiveness Rankings ประจำปี 2019 ปรากฏว่า “สิงคโปร์” คว้าแชมป์ไปครองอีกแล้ว โดยขยับขึ้นมาสองอันดับแซงหน้า สหรัฐฯ แชมป์เก่าขึ้นไปครอง อันดับ 1 ของโลก ที่น่าแปลกใจขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยขยับขึ้นมาถึง 5 อันดับ จากอันดับที่ 30 ปีที่แล้ว ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 25 สูงสุดในรอบ 15 ปีเลยทีเดียว

สำหรับการจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขัน ไอเอ็มดีใช้ดัชนีชี้วัดถึง 253 ตัว เรียกว่าวัดกันละเอียดยิบ เช่น สถิติการจ้างงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) การลงทุนภาครัฐในด้านสุขภาพและการศึกษา ไปจนถึงซอฟต์ดาต้า เช่น การสำรวจความคิดเห็น ผู้บริหารในภาคธุรกิจ การทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้น ข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาแบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ ผลงานด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานประสิทธิภาพของภาครัฐและประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ



ส่วนที่ไทยทำได้ดีขึ้นแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นเรื่องของประสิทธิภาพภาครัฐ ที่เพิ่มขึ้นเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะ กฎหมายธุรกิจ ที่ทำให้การทำธุรกิจในไทยง่ายขึ้น ดีขึ้นมา 4 อันดับจากอันดับที่ 36 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 32 แต่ประสิทธิภาพธุรกิจกลับลดลงจากอันดับที่ 40 ไปอยู่อันดับที่ 43 และด้านทัศนคติของภาคธุรกิจในการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีลดลงจากอันดับ 17 ลงมาอยู่อันดับ 26 ร่วงไปถึง 9 อันดับ

พอมาดูไส้ในช็อกพอสมควร ที่ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ ต่ำกว่าประสิทธิภาพของระบบราชการเสียอีก แม้แต่เรื่องเทคโนโลยีที่อันดับร่วงลงอย่างน่าตกใจ

การจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันมีความหมายกับประเทศอย่างไร ต้องบอกว่ามีความหมายอย่างมากตราบใดที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เวลานักลงทุนจากต่างชาติจะเลือกลงทุนประเทศไหนก็จะพิจารณาจากขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนั้น ๆ

เมื่อผลการจัดอันดับของไทยดีขึ้นในเชิงภาพรวมก็เป็นผลดี เพราะจะทำให้นักลงทุนจากต่างชาติเกิดความเชื่อมั่น มั่นใจ กล้าที่จะเข้ามาลงทุนในบ้านเรามากขึ้น ก็ต้องชมรัฐบาลที่แล้วที่พยายามขันน็อตข้าราชการแก้ไขปัญหาความล่าช้าและปฏิรูปกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการลงทุนเพื่อลดขั้นตอนต่าง ๆ ให้น้อยลงและมีความคล่องตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้การที่ขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น แต่ผลจริง ๆ กลับไปตกอยู่กับนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศมากกว่า เพราะทุกวันนี้ปัญหาใหญ่ของไทยคือ “หนี้ครัวเรือน” ยังพุ่งสูงจนน่าเป็นห่วง สะท้อนว่าที่ผ่านมาแม้ว่าการลงทุนจะขยายตัวขึ้น แต่เม็ดเงินการลงทุนก็ยังกระจุกอยู่กับธุรกิจขนาดใหญ่ไม่กระจายลงมายังคนที่อยู่ข้างล่าง ทำให้ไม่มีรายได้จนเกิดปัญหาหนี้ครัวเรือน เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ



ล่าสุด นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสหนึ่งปี 62 ซึ่งมีความเคลื่อนไหวทางสังคมที่สำคัญ โดยประเด็นที่ต้องให้ความสนใจคือ หนี้สินครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยไตรมาสสี่ปี 61 หนี้สินครัวเรือนเท่ากับ 12.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% และคิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP เท่ากับ 78.6% เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน

เมื่อเทียบกับต่างประเทศ พบว่าประเทศไทยมีสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP อยู่ในอันดับที่ 10 จาก 89 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 3 จาก 29 ประเทศในเอเชีย

ปัญหาหนี้ครัวเรือนแสดงถึงรายได้ของชาวบ้านไม่พอใช้ชักหน้าไม่ถึงหลัง และมีการจับจ่ายใช้สอยเกินตัวจนต้องก่อหนี้ สถานการณ์เกือบจะเรียกว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ เศรษฐกิจประเทศไทยทุกวันนี้โตขึ้นด้วยหนี้ ยืมเงินในอนาคตมาจับจ่ายใช้สอย



ขณะที่สถานการณ์คอร์รัปชันของไทยในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมาปรับแย่ลง ดัชนีมาตรฐานการควบคุมคอร์รัปชัน ที่จัดทำโดย World Bankบ่งชี้ว่าในปี 2017 ไทยได้คะแนน อยู่อันดับที่ 120 จากทั้งหมด 209 ประเทศ ปรับตัวแย่ลงจากปี 1996 ที่ไทย อยู่อันดับที่ 103 จากทั้งหมด 187 ประเทศคะแนนคอร์รัปชันไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก

นอกจากนี้การจัดอันดับโดยองค์กร Transparency International ยังพบว่า ภาพลักษณ์ด้านคอร์รัปชันของไทยก็ปรับแย่ลงเช่นกัน โดยในปี 2018 ไทยได้ 36 คะแนน อยู่อันดับที่ 99 จากทั้งหมด 180 ประเทศลดลงจากในปี 2012 ที่ไทยได้ 37 คะแนน อยู่อันดับที่ 90 จากทั้งหมด 175 ประเทศ

ปัญหาด้านคอร์รัปชันส่งผลเสียต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำในประเทศ ดังนั้นการลดปัญหาคอร์รัปชัน จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่งในการพัฒนาไปสู่ประเทศรายได้สูง

ดังนั้นอย่ามัวแต่หลงใหลได้ปลื้มกับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันจนละเลยปัญหาหนี้ครัวเรือนและปัญหาคอรัปชันที่คอยฉุดรั้งประเทศ.
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”
ขอบคุณภาพประกอบจาก Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%