อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562

ครม.เศรษฐกิจฉบับ3ก๊ก จุดเสี่ยงในยุคเปราะบาง

สัปดาห์นี้ส่องนโยบายเศรษฐกิจทีมรัฐบาลชุดใหม่ ส่วนผสมของ “ปลาร้าเก่าในไหใหม่” กับ “มือสมัครเล่น” ว่ากันว่าแบ่งเป็น 3 ก๊ก และเป็นจุดเสี่ยงที่รัฐบาลใหม่ต้องพิสูจน์ในยุคเปราะบาง พฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.


คงไม่ต้องแปลกใจสิ่งที่ประชาชนรอคอย ครม.ใหม่หลังเลือกตั้งต้องการให้ทำอะไรมากที่สุด จากผลการสำรวจความคิดเห็น พบว่าต้องการให้แก้...ปัญหาเศรษฐกิจ มากที่สุด คิดเป็น 64.52% แต่เมื่อดูโฉมหน้า ครม. เศรษฐกิจชุดใหม่ ที่แพลมออกมาตามสื่อแล้วหนักใจแทนว่าจะรับมือกับภาวะเศรษฐกิจ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศกำลังเผชิญกับความผันผวน เพราะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ ไหวหรือไม่ ประกอบกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรต่ำลงไปด้วย

ทีมเศรษฐกิจชุดนี้ต้องบอกว่าเป็นทีมเศรษฐกิจฉบับ 3 ก๊ก มีทั้ง “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ประชาธิปัตย์ ที่ดูแลกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ภูมิใจไทยที่คุมกระทรวงคมนาคม กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา ส่วนพลังประชารัฐมีกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคลังและกระทรวงพลังงาน กระแสข่าวกระทรวงพลังงานอาจจะอยู่ในมือกลุ่มสามมิตร



โครงสร้างทีมเศรษฐกิจจึงไม่เหมือนชุดที่แล้วที่อำนาจการดูแลอยู่ที่ “รองนายกฝ่ายเศรษฐกิจ” โดย “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ดูแลแต่เพียงผู้เดียวเมื่อไม่สามารถสั่งการได้เต็มไม้เต็มมือโอกาสที่จะผลักดันนโยบายที่เกี่ยวกับปากท้องชาวบ้านให้เป็นรูปธรรมคงลำบาก ระบบการบริหารนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่จะกลายเป็นการแบ่งเป็นก๊ก ที่มีรองนายกฯ ของแต่ละพรรคเป็นคนกำกับดูแล แล้วรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรีคนเดียว

หากเป็นเช่นนี้ “การบูรณาการ” นโยบายเศรษฐกิจจะเป็นปัญหา เพราะแต่ละพรรคจะมี “อาณาจักร” ของตัวเอง ย่อมไม่มีใครไปก้าวก่ายใครบรรยากาศก็จะเป็นแบบต่างคนต่างทำไม่ประสานงานกัน บางครั้งอาจจะมีปัดแข้งปัดขาประสานงาเหมือนรัฐบาลผสมในอดีต

ครั้นไล่เลียงคุณสมบัติรัฐมนตรีในทีม ครม.เศรษฐกิจชุดนี้ ก็เป็นส่วนผสมของ “ปลาร้าเก่าในไหใหม่” รวมกับ “มือสมัครเล่น” พวกบรรดาคนเก่าที่กลับมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีก็รู้ ๆ ฝีมือและพฤติกรรมกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร ส่วนพวกมือสมัครเล่นเมื่อดูประวัติการทำงานประวัติส่วนตัวแล้ว ก็ต้องบอกว่า น่าห่วงจริง ๆ

ยิ่งต้องมาบริหารท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจระดับโลกและระดับชาติกำลังจะเพิ่มความผันผวนและแปรปรวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และจะรับมือกับปัญหาที่กำลังถาโถมเข้ามาหลาย ๆ ด้านพร้อมกันได้อย่างไร จะมีกี่คนจะมีประสบการณ์มากพอและเข้าใจปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกใบนี้



ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดจากสงครามการค้าระดับโลก รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงนั้น มันหนักหน่วงเกินกว่าที่กระทรวงหนึ่งกระทรวงใดจะแบกรับไว้ได้อย่างแน่นอน ตามสูตรการบริหารบรรดามือใหม่คงจะต้องฟังเสียงข้าราชการ ฟังเสียงภาคธุรกิจเอกชนเชียร์ให้ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบประชานิยม นั่นหมายความว่า หากยังทำตามเสียงเรียกร้องเอกชนก็จะเข้าทางนายทุนอีกตามเคย เศรษฐกิจตกต่ำอย่างนี้ขืนใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเดียวก็มีแต่หายนะเท่านั้น

ต้องยอมรับว่าระบบเศรษฐกิจไทยยังต้องยืมจมูกชาวบ้านหายใจ ยังต้องพึ่งเงินทุนจากต่างชาติซึ่งไม่มีความแน่นอน เพราะนิสัยนักลงทุนต่างชาติตรงไหนที่ให้ประโยชน์มากกว่า เขาก็จะไปตรงนั้น ส่วนการส่งออกตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงไตรมาสแรกปีนี้ตกต่ำอย่างน่าใจหาย ส่วนท่องเที่ยวแม้จะพอพึ่งได้ แต่ต่อไปคงลำบากเมื่อเศรษฐกิจโลกไม่ดี แต่ละประเทศก็พยายามรณรงค์ให้เที่ยวในประเทศตัวเองเป็นหลัก มีแต่คนไทยที่เห่อขนเงินไปเที่ยวต่างประเทศ

สถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนปั่นป่วนอย่างนี้ ต้องอาศัยความเป็นเอกภาพเป็นหลัก ลำพังกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งจะรับมือคงไม่ไหว และแม้ว่า “พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะเป็นหัวหน้ารัฐบาลและมีประสบการณ์เคยผ่านการบริหารประเทศมาแล้ว 5 ปีก็ตาม แต่สถานการณ์รัฐบาลปริ่มน้ำและสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนไม่รู้ว่าจะรับมือไหวหรือไม่



ฉะนั้นก่อนจะเดินหน้าบริหารประเทศ ครม.ชุดใหม่ควรจะมานั่งทบทวนนโยบายหลัก ๆ ว่า จะต้องทำอะไรบ้างที่ต้องเร่งดำเนินการก่อนเลย คือ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมให้พึ่งตนเองอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไปนี้ต้องเข้มงวดกับการลงทุนโครงการใหญ่ ๆ ที่เหลือให้คุ้มค่าจริง ๆ ไม่ใช่ลงทุนไปโดยไม่รู้ว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ คุ้มหรือไม่คุ้ม อย่างรถไฟความเร็วสูงหรือแม้แต่อภิมหาโปรเจกต์อย่างอีอีซี ถึงตอนนี้ไม่รู้ว่ามีต่างชาติสนใจมากน้อยแค่ไหน

เหนือสิ่งใดต้องคิดเรื่องการปรับแผนการลงทุนต่าง ๆ เพื่อรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเตรียมแผนประหยัดไว้บ้าง ในยามเศรษฐกิจตกต่ำ หากคิดแต่กระตุ้นกันท่าเดียวเหมือนที่ผ่านมา เท่ากับเร่งพาประเทศไปสู่หายนะเร็วขึ้นเท่านั้นเอง.
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%