อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

"ปั๊มน้ำ"รีบดูแล ก่อนหมดอายุไข

"ปั๊มน้ำ" ส่วนประกอบสำคัญในการระบายความร้อนของรถยนต์ ควรเร่งหมั่นดูแล ก่อนต้องโบกมือลา ศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ปั๊มนํ้า (Water Pump) เป็นส่วนสำคัญของระบบระบายความร้อนในรถยนต์ โดยจะทำหน้าที่หมุนเวียนน้ำจากเครื่องไปยังหม้อน้ำแล้วไหลกลับเข้าเครื่อง การทำงานของปั๊มน้ำ จะอาศัยแรงจาก เครื่องยนต์มาหมุนผ่านสายพาน โดยมีลูกปืนมารองรับในการหมุน โดยข้อมูลจากผู้ผลิตระบุไว้ว่า ปั๊มน้ำหนึ่งตัวจะต้องทำหน้าที่หมุนเวียนน้ำถึง 1.7 ล้านลิตรในการขับขี่ 1 แสนกิโลเมตร เมื่อรู้เช่นนี้แล้วเราจึงควรหมั่นดูแลสุขภาพปั้มน้ำอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทาง

สาเหตุทำปั๊มน้ำเสียหาย-ไม่ทำงาน
-ปั๊มน้ำรั่ว ส่วนใหญ่จะรั่วใน 2 จุดหลัก ๆ คือบริเวณซีลแกนปั๊มน้ำ และ ช่องระบายอากาศ (รูหายใจ)
-สายพานขาด เมื่อสายพานขาดปั๊มน้ำก็จะไม่หมุน การไหลเวียนของน้ำก็จะหยุดลง ส่งผลให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงสะสม
-ลูกปืนแตก/สึกหรอ ทำให้ปั๊มน้ำหมุนแบบแกว่งตัวไม่ได้ศูนย์ ทั้งนี้อาจส่งผลให้ชิ้นส่วนอื่น ๆ ของเครื่องยนต์เสียหายตามไปด้วย

วิธีดูแลปั๊มน้ำ
-หมั่นตรวจสอบสายพาน ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ ไม่ฉีกขาดหรือแตกร้าว และควรเปลี่ยนใหม่ทุก 4-6 หมื่นกิโลเมตร ไม่ควรตั้งสายพานตึงจนเกินไปเพราะจะส่งผลให้ลูกปืนปั๊มน้ำรับภาระหนักและเสียหายก่อนเวลาอันควร
-เมื่อปั๊มน้ำเกิดเสียงดังแสดงว่าลูกปืนตายหรือสึกหรอ ให้รีบเปลี่ยนปั๊มน้ำทันทีแม้น้ำจะยังไม่รั่วซึมก็ตาม
-เมื่อพบว่าระดับน้ำหม้อน้ำ-หม้อพัก หล่อเย็นลดลงอย่างผิดปกติ ให้ติดและเร่งเครื่องยนต์ แล้วสังเกตบริเวณซีลแกนปั๊มน้ำ และ ช่องระบายอากาศ หากมีน้ำไหลออกมาแสดงว่าปั๊มน้ำของท่านกลับบ้านเก่าไปแล้วให้รีบเปลี่ยนทันที่
-อายุของปั๊มน้ำ ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเมื่อรั่วซึม ชำรุดเสียหายหรือเกิดเสียงดัง แต่ผู้ผลิตส่วนใหญ่แนะนำให้ให้ตรวจเช็คเมื่อเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่ง และควรเปลี่ยนปั๊มน้ำทุก ๆ 2 - 2.5 แสนกิโลเมตร แม้จะยังใช้งานได้ปกติก็ตาม...

..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 262