อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

ปิดตำนาน'ตั๋วรถเมล์'กระดาษ นับหนึ่งสังคมไร้เงินสด

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่ผู้ใช้รถเมล์ ขสมก. ต้องทราบ ตั๋วล่วงหน้าทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน จะปรับราคาตั๋วล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ พร้อมพัฒนาเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์แทน และเติมเงินได้ อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ย้ำกันรัว ๆ สำหรับผู้ใช้รถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ที่เป็นแฟนคลับ(FC) ตั๋วล่วงหน้าทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน จะปรับราคาตั๋วล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้

คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอนุมัติให้ ขสมก. ปรับราคาตั๋วล่วงหน้าเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ประเภทรถโดยสารธรรมดา (รถเมล์ร้อน) ตั๋วสัปดาห์ จาก 100 บาท เป็น 120 บาท ปรับขึ้น 20 บาท ตั๋วเดือนจาก 400 บาทเป็น 480 บาท ปรับขึ้น 80 บาท และประเภทรถโดยสารปรับอากาศ (รถเมล์แอร์) ตั๋วสัปดาห์ จาก 200 บาทเป็น 255 บาท ปรับราคา 55 บาท และตั๋วเดือน จาก 800 บาทเป็น 1,020 บาท ปรับขึ้นถึง 220 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 62

ส่วนระยะที่ 2 รถเมล์ร้อน ตั๋วสัปดาห์ ปรับเป็น 150 บาท ขึ้นอีก 30 บาท รวมขึ้น 50 บาท ตั๋วเดือน ปรับเป็น 600 บาท ขึ้นอีก 120 บาท รวมเป็น 200 บาท และรถเมล์แอร์ ตั๋วสัปดาห์ ปรับเป็น 270 บาท ขึ้นอีก 15 บาท รวมเป็น 70 บาท ตั๋วเดือน ปรับเป็น 1,080 บาท ขึ้นอีก 60 บาท รวมเป็น 280 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. 63



ฟังดูแล้วเหมือน ขสมก. ใจร้าย ที่ขึ้นราคาตั๋วล่วงหน้า ทั้งที่ผู้โดยสารยอมจ่ายเงินก้อนให้ ขสมก. ได้เงินสดๆ ไปนอนเล่น เพื่อแลกกับความประหยัดในการใช้ตั๋วล่วงหน้าที่ไม่จำกัดสายและจำกัดเที่ยว ซึ่งหมายถึงขึ้นได้ทุกสายตามประเภทรถ คือตั๋วรถร้อนขึ้นได้ทุกสายของรถร้อน ไม่จำกัดเที่ยว ตั๋วรถแอร์ได้สิทธิ์พิเศษขึ้นได้ทั้งรถแอร์และรถร้อนทุกสายโดยไม่จำกัดเที่ยวเช่นกัน

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ ขสมก. บอกว่า ได้เตรียมความพร้อมเรื่องนี้แล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่ติดประกาศประชาสัมพันธ์บนรถเมล์ ขสมก. ประมาณ 3,000 คัน และจุดจำหน่ายตั๋วทุกแห่ง เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้โดยสารทราบถึงการปรับราคาป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการเกิดความสับสน คาดว่าการปรับราคาจะไม่กระทบทำให้ผู้โดยสารลดลง เพราะตั๋วสัปดาห์และตั๋วเดือน มีความคุ้มค่า ได้ส่วนลดค่าโดยสาร 30% ดีกว่าการชำระด้วยเงินสดแบบตั๋วรายวัน เพราะใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยวและขึ้นได้ทุกสายตามประเภทของบัตร



"ขสมก. จำเป็นต้องปรับราคาตั๋วสัปดาห์และตั๋วเดือนให้สอดคล้องกับการปรับค่าโดยสาร ขสมก. ตามมติคณะกรรมการฯ ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นจะเกิดส่วนต่างระหว่างราคาตั๋วรายวันกับตั๋วล่วงหน้า 50-60% จึงปรับราคาขึ้นและคงส่วนต่างที่ 30% ผู้ใช้ตั๋วล่วงหน้ายังประหยัดกว่าตั๋วรายวัน" รองผู้อำนวยการให้เหตุผลและอธิบายความจำเป็นในการปรับราคาครั้งนี้

ขสมก. อยู่ระหว่างหารือธนาคารกรุงไทย เพื่อพัฒนาตั๋วสัปดาห์ และตั๋วเดือน จากรูปแบบกระดาษแข็งและมันให้เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์แทน สามารถเติมเงินได้ อยู่ในขั้นตอนออกแบบรายละเอียด รวมทั้งกำหนดจำนวนตั๋วที่จะผลิตและออกจำหน่าย ช่องทางจำหน่าย และการเติมเงินในแต่ละครั้ง รวมทั้งกำหนดวงเงินเริ่มต้นและสูงสุดในการเติมเงินในตั๋วด้วย อนาคตสามารถพัฒนารองรับตั๋วร่วม(บัตรแมงมุมระบบ EMV (Europay, Master Card,Visa) ได้ด้วย



คาดว่าอีก 2-3 เดือนนี้จะแล้วเสร็จและวางออกจำหน่ายบริการผู้โดยสารได้ ขณะเดียวกันจะยกเลิกการใช้ตั๋วแบบกระดาษเพื่อลดต้นทุนการผลิตตั๋วรายเดือน รายสัปดาห์แบบกระดาษแต่ละปีมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เพราะใช้แล้วทิ้ง ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ถือว่าตอบโจทย์ให้ยุคสังคมไร้เงินสด และจะคงส่วนลดในมูลค่าของความประหยัดในการซื้อตั๋วล่วงหน้าแก่ผู้โดยสารด้วย

นอกจาก ขสมก. ต้องยกเลิกกระเป๋ารถเมล์ตามฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ซึ่งใช้เวลา 5 ปี นับจากนี้ เพื่อสะสางหนี้กว่าแสนล้านบาทแล้ว โดยหนึ่งในแผนฟื้นฟู คือ การปรับขึ้นค่าโดยสาร ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แลกกับการได้นั่งรถเมล์ใหม่ที่ ขสมก. จะจัดหาให้ 3 พันคัน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้แทนคน อาทิ ระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (อีทิคเก็ต) การชำระค่าโดยสารผ่านคิวอาร์โค้ด ด้วยสมาร์ทโฟน จึงต้องปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดกระชับลง ให้พนักงานสมัครใจเข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลี่) รวม 5,051 คน ตั้งแต่ปี 63 จำนวน 635 คน ปี 64 จำนวน 2,198 คน และปี 65 จำนวน 2,198 คน เพื่อลดจำนวนพนักงานประจำรถจากเฉลี่ย 5.14 คนต่อรถ 1 คัน เหลือ 2.7 คนต่อรถ 1 คัน กระเป๋ารถเมล์จะค่อยๆ หมดไปในที่สุด

ทั้งคนทั้งกระดาษ ถูกยกเลิกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ ( Artificial  Intelligence) หรือ เอไอ ความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิตในโลกดิจิทัล ทุกคนทุกองค์กรต้องปรับตัว
...............................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย “เทียนหยด”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    52%
  • ไม่เห็นด้วย
    48%

บอกต่อ : 118