อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

'ก่อกวน-ป่วนกรุง'มุ่งทำลายภาพลักษณ์ประเทศชาติ

สัปดาห์นี้ย้อนเหตุการณ์ลอบวางระเบิด “ก่อกวน-ป่วนกรุง” มุ่งทำลายภาพลักษณ์ประเทศชาติ ก่อนจับคนร้ายสอบเข้มหาความเชื่อมโยง พร้อมเฝ้าระวังจุดเสี่ยงหวั่นซ้ำรอย พฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น.


หลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 25-26 ก.ค. 62 และมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 62 บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างกระตือรือร้น ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจด้วยความแข็งขัน เนื่องจากประชาชนรอคอยการแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติและแก้ปัญหาในทุกมิติ อีกทั้งยังต้องเดินหน้าปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อขจัดรากเหง้าของปัญหาต่างๆ ในระดับโครงสร้าง จึงจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญมั่นคงและนำประชาชนไปสู่ความเจริญผาสุกตามอัตภาพของแต่ละบุคคล



คล้อยหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเพียง 2 วันในช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค. 62 พบระเบิดแสวงเครื่องที่ใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริมถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน ถัดมาอีก 1 วันตอนเช้ามืดวันที่ 2 ส.ค. 62 เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าย่านประตูน้ำ 3 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน และในช่วงเช้าวันเดียวกันมีเหตุระเบิดที่บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และยังเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณลานจอดรถหน้าอาคารมหานคร คิง พาวเวอร์ ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรีย์ รวมทั้งเกิดเหตุระเบิดที่ซอยพระราม 9 แยก 57/1

หลังการเกิดเหตุระเบิดหลายจุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งฝ่ายความมั่นคงให้เร่งจับกุมคนร้ายเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยยืนยันว่าจะไม่ประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ ความคืบหน้าของการสืบสวนคดีคนร้ายลอบวางระเบิด ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ 2 คนซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางหลบหนีไปภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร ซึ่งมีหลักฐานการกระทำความผิดจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด โดยตำรวจได้เร่งสอบสวนหามูลเหตุจูงใจในการลอบวางระเบิดและหาความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดอื่นๆ และตำรวจยังได้ควบคุมตัวเยาวชนจำนวน 4 คนซึ่งเป็นนักศึกษาอาชีวะที่นำระเบิดปิงปองไปซุกซ่อนไว้สำหรับต่อกรกับคู่อริที่ซอยพระราม 9 แยก 57/1



ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการลอบวางระเบิดมีจำนวน 5 ราย ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรีย์ 1 ราย ที่บริเวณลานจอดรถอาคารมหานคร คิง พาวเวอร์ 1 ราย และที่ซอยพระราม 9 แยก 57/1 จำนวน 3 ราย

พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและตรวจตราสถานที่สำคัญ ได้แก่ ระบบขนส่งมวลชน สถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว สถานบริการที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก พร้อมตั้งด่านจุดตรวจความมั่นคงในเส้นทางต่างๆ รวมทั้งสำรวจจุดเสี่ยงและกำหนดเป็นจุดเฝ้าระวังควบคู่กับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ให้เชื่อมโยงกันและใช้งานได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกันให้สถานีตำรวจทุกแห่งเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ออกสืบสวนหาข่าวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่รวมถึงตรวจสอบร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถนำมาก่อเหตุได้ และให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้าออกราชอาณาจักร โดยเฉพาะบุคคลเฝ้าระวังหรือบุคคลต้องห้ามในบัญชีเป้าหมาย รวมทั้งตรวจสอบยานพาหนะบริเวณด่านชายแดนอย่างจริงจัง ตลอดจนให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลและสถานที่สำคัญต่างๆ ของประเทศ



นอกจากนี้ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนติดตามคนร้ายและเตรียมชุดตรวจพิสูจน์เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดที่ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ให้มีความพร้อมสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานได้เมื่อมีเหตุหรือได้รับการร้องขอ


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีก่อเหตุความไม่ปลอดภัยหลายจุดในกรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังสืบสวนสอบสวนต่อเนื่อง จากการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน ซึ่งทราบว่ามีความเกี่ยวพันกับบุคคลต่างๆ กว่า 10 คนที่ต้องติดตามมาดำเนินคดีให้ได้ และขณะนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นของสาเหตุการก่อเหตุใดๆ ออกไป โดยเจ้าหน้าที่จะต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลและวิเคราะห์ รวมถึงการชี้แจงทำความเข้าใจกับครอบครัวผู้ต้องสงสัยว่าทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน พร้อมย้ำว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่และขอให้ประชาชนทุกคนให้ความร่วมมือกับการแจ้งเหตุผิดปกติหรือเบาะแสการกระทำความผิดที่เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยแก่เจ้าหน้าที่รัฐด้วย

การเกิดเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯ หลายจุดในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เพิ่งมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจสมบูรณ์เพียง 2 วันเท่านั้น อีกทั้งอยู่ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและรัฐมนตรีต่างประเทศคู่เจรจา 11 ประเทศที่กรุงเทพฯ คงจะสะท้อนให้เห็นถึงจิตใจอันชั่วร้ายของผู้จ้างวานและผู้บงการที่ต้องการทำลายประเทศชาติให้พังพินาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีจุดประสงค์ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ฯลฯ เป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยจะต้องลุกขึ้นมาร่วมกันปกป้องและรักษาประเทศชาติให้เป็นประเทศที่มีความเจริญมั่นคงและน่าอยู่น่าอาศัยตลอดไปตราบนานเท่านาน.

……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%