อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

ระวัง'ปานแดง'บนใบหน้า เด็กก็เสี่ยงเป็น'โรคต้อหิน'

สัปดาห์นี้แพทย์เผยข้อมูลล่าสุด เด็กเล็กเสี่ยงเกิดโรคต้อหิน ชี้อาจพบตั้งแต่แรกเกิด หรือมีภาวะแทรกซ้อน มีปานแดง ปานดำ ขนาดใหญ่บนใบหน้าและพาดผ่านดวงตา อย่านิ่งนอนใจควรรีบพบหมอ เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 เวลา 12.00 น.


ส่วนใหญ่แล้วโรคที่เกี่ยวกับดวงตาอย่าง “โรคต้อหิน” เป็นที่ทราบกันดีว่ามักจะพบในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ แต่ทราบหรือไม่ว่า...ทุกวันนี้แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อหินได้เช่นกัน ซึ่งความร้ายแรงของโรคนี้คือถ้าปล่อยไว้จนลุกลามกระทั่งมองไม่เห็น จะรักษาให้หายขาดไม่ได้ ฉะนั้นผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ที่อาจเกิดกับดวงตาของเด็ก ๆ ในบ้านไว้ด้วยก็จะดี

เราไปทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคนี้ให้มากขึ้นดีกว่า โดยมี พญ.สายจินต์ อิสีประดิฐ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ให้ข้อมูลว่า “ต้อหิน” เป็นโรคที่สัมพันธ์กับความดันในลูกตาสูงขึ้น จนประสาทตาซึ่งเป็นตัวนำการมองเห็นไปสู่สมองถูกทำลาย ทำให้สูญเสียลานสายตา

โดยจุดที่สำคัญคือในระยะเริ่มต้นจะไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น การมองเห็นจะเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย บางคนอาจไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง คือการมองจะยังคงเห็นวัตถุข้างหน้าได้ชัดเจนดี แต่จะเริ่มมองวัตถุรอบ ๆ ไม่เห็น ลานสายตาแคบลงเหมือนมองผ่านกล้องส่องทางไกลอยู่ตลอดเวลา และจะแคบลงเรื่อย ๆ จนสูญเสียการมองเห็นในที่สุด



สำหรับโรคต้อหินที่พบในเด็กนั้น สามารถพบได้ตั้งแต่แรกเกิด เนื่องจากพัฒนาการที่ผิดปกติตั้งแต่ในครรภ์ คุณแม่สามารถสังเกตความผิดปกติได้จากลูกน้อยมีอาการน้ำตาไหล ไม่สู้แสง ตาดำโต เป็นฝ้าขาว หรืออาจมีตาดำเล็กกว่าปกติ และต้อหินที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น การใช้ยาหยอดตาเป็นเวลานาน เด็กที่เป็นภูมิแพ้ มีอาการตาแดงมาก คันตา ผู้ปกครองซื้อยาหยอดตาใช้เองโดยไม่ปรึกษาจักษุแพทย์และใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ความดันตาสูงขึ้น ขั้วประสาทตาถูกทำลายจนสูญเสียการมองเห็นในที่สุด

นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่มี “ปานแดง-ปานดำ” บนใบหน้า ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน...หากพบว่าปานมีขนาดใหญ่และมีพื้นที่พาดผ่านดวงตา จัดว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง !!



โดยมีเหตุผล คือ เด็กที่มีปานแดง เส้นเลือดบนใบหน้าเกิดความผิดปกติ มีเนื้องอกมาอุดตัน ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงในดวงตาไม่สามารถระบายออกได้ ความดันในลูกตาจึงสูงขึ้น ส่วนปานดำ เกิดจากมีเม็ดสีดำเข้ามาอยู่ที่ผิวหนัง อุดตันท่อระบายน้ำในตา จึงทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้น

ฉะนั้นเด็กที่เป็น “ปานดำ” พบว่าอาจเป็นโรคต้อหินเมื่อเป็นผู้ใหญ่ แต่เด็กที่เป็น “ปานแดง” อาจเป็นต้อหินได้ตั้งแต่ยังเล็ก

อย่างไรก็ตาม ถ้าพ่อแม่คนไหนพบได้เร็วว่า ลูกมีความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา เช่น ไม่มอง ไม่จับวัตถุสิ่งของ เหมือนมองไม่เห็น ควรรีบพาไปพบคุณหมอทางด้านสายตาโดยเฉพาะเพื่อตรวจหาความผิดปกติ ซึ่งวิธีการรักษาโรคต้อหินในเด็กอาจรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด โดยจักษุแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม.
.....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง” 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay , sweetnumnin

คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 300