อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

'มหาจุฬาฯ'รุกคืบพัฒนาการศึกษาคณะสงฆ์รามัญ

สัปดาห์นี้ไปดูมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ไม่ติดขัดรับข้อเสนอคณะสงฆ์รามัญนิกาย เมียนมา ร่วมกันจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญงอกงามในโลกใบนี้ พุธที่ 21 สิงหาคม 2562 เวลา 11.00 น.


มีคนพยายามให้ผมเขียนบทวิเคราะห์กรณี พระพรหมสิทธิ และพวกได้รับอนุญาตให้ประกันตัว มีคนพยายามให้วิเคราะห์ทำไมพระพรหมดิลก ยังไม่ได้รับการประกันตัว เรื่องพระเถระระดับรองสมเด็จทั้งสามรูปที่ถูกจับเข้าคุก บางรูปต้องหนีไปอยู่ต่างแดนนั้น เท่าที่คุณผู้อ่านติดตามบทความผมจะเห็นว่า ผมไม่ค่อยแตะเท่าไร เพราะผมคิดว่ากระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง “อจินไตย” คือ ไม่ควรคิด คิดไปก็เท่านั้น คิดไปก็หาทางออกไม่เจอ 

เอาเป็นว่าผมจะไม่เขียนหรือวิเคราะห์ทั้งก่อนและหลัง ตอนนี้ปล่อยให้ท่าน “เสวยวิบากกรรม” ในเรือนจำ ในต่างประเทศไปก่อน ส่วนพระคุณเจ้าที่หลุดออกมาแล้วตอนนี้ท่านบอกแล้วว่า “ขอปลีกวิเวก”



เรื่องที่จะเขียนวันนี้เป็นเรื่องขอความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นำโดย พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสน์นานาชาติ (IBSC) กับมหาวิทยาลัยรามัญญะรัฎฐะ แห่งคณะสงฆ์รามัญนิกาย ประเทศเมียนมา

เรื่องนี้มีการพูดคุยกันมานานพอสมควรหลายปี เนื่องด้วยมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารทั้งสองมหาวิทยาลัย ความต่อเนื่อง การเชื่อมโยงมันก็เลยสะดุด จนเมื่อเร็วๆ นี้คณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยรามัญะรัฎฐะเดินทางมาพบ พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ในฐานะผู้บริหาร IBSC ได้รับมอบหมายจากอธิการบดีเป็นผู้รับผิดชอบให้เป็นประธานในการพูดคุย ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยดี เนื่องจากหากจะว่าตามความจริงแล้ว ผู้บริหารมหาจุฬาฯ ตั้งขบวนเป็นเจ้าสาวรอเจ้าบ่าวมาสู่ขอนานแล้ว แต่รอแล้วรอเล่าจนแทบจะขึ้นคาน ทางคณะสงฆ์รามัญนิกายก็ไม่มาสู่ขอสักที ทั้งๆ ที่ไม่มีค่าสินสอด ไม่มีค่าจัดงาน ฝ่ายเจ้าสาวออกให้แทบทั้งสิ้นด้วยซ้ำไป





เมื่อเริ่มประชุมฝ่ายตัวแทนคณะสงฆ์รามัญนิกาย พระคุณเจ้าก็เล่าความเป็นมาของมหาวิทยาลัย บทบาทของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน หลักสูตรการที่สอน ตบท้ายด้วยขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ 4 หัวข้อใหญ่ๆ คือ ประการแรก ขอสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อส่งพระนิสิตทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆราวาสมาศึกษาต่อที่ มจร. ประการที่สอง มหาวิทยาลัยรามัญญะรัฎฐะ จะขอทำข้อตกลงร่วม (MOU) กับ มหาจุฬาฯ ประการที่สาม คณะสงฆ์รามัญนิกาย มีพระภิกษุอยู่ประมาณ 10,000 รูป ต้องการให้มหาจุฬาฯ มอบโควต้า เพื่อมอบดุษฎีบัณฑิตให้ทางคณะสงฆ์รามัญนิกายด้วย และประการสุดท้าย..เนื่องจากคณะสงฆ์รามัญนิกายได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้มาร่วมในฐานะผู้สังเกตุการณ์งานวิสาขบูชาโลกมาหลายปีแล้ว อยากมีบทบาทบนเวทีนี้ด้วย



หลังจากฟังเรื่องที่คณะสงฆ์รามัญนิกายแล้ว พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิการบดีให้เป็นหัวหน้าตัวแทนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในการพูดคุย ยอมรับข้อร้องขอจากคณะสงฆ์รามัญนิกายทั้ง 4 ประเด็น แต่มีบางประเด็นต้องปรึกษาและเสนอผู้บริหารเป็นลำดับต่อไป

ส่วนบางเรื่องที่เป็นอำนาจของ IBSC (วิทยาลัยพุทธศาสน์นานาชาติ) ก็สามารถทำได้เลย เช่น การเซ็นMOU ระหว่างทั้ง 2 สถาบัน การให้คณะสงฆ์รามัญนิกายมาร่วมมีบทบาทในการประชุมงานวิสาขบูชาโลก เช่น มาร่วมประชุม มาร่วมวางแผน





บทบาทของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในเวทีโลก ในเวทีศาสนา ในเวทีคณะสงฆ์นานาชาติ ผมว่าปัจจุบันเปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรที่สถาบันนานาชาติต้องการขอความร่วมมือ ขอเข้ามาสนับสนุนแบบคณะสงฆ์รามัญนิกายขอมานี้มากมายหลายประเทศ ผู้บริหารมหาจุฬาฯ ต้องใส่ใจ ต้องมีนโยบาย ต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มคณะสงฆ์ที่ล้าหลังด้านองค์ความรู้โลกสมัยใหม่บ้าง เพื่อร่วมการจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญงอกงามในโลกใบนี้ แบบ “พี่ช่วยเหลือน้อง น้องช่วยเหลือพี่” มิใช่มุ่งหรือตั้งเป้าไปเยี่ยมไปเยือนไปร่วมกิจกรรม แต่ประเทศที่มีทุนหนาอย่างเดียว.
..................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 310