อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

เตือนผู้สูงวัยใช้สื่อโซเชียล

ปัจจุบันผู้สูงวัยใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงภัยร้ายโลกออนไลน์ Fake news คนใกล้ตัวควรให้ความรู้ เพื่อความปลอดภัย ชัวร์ก่อนไลค์ ต้องใช่ก่อนแชร์ ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น.

นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต กรรมการผู้จัดการบริษัท สปอตไลท์ ครีเอชั่น จำกัดและผู้บริหารเพจ Start ให้ Up  กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสาร รับส่งข้อมูลข่าวสารแบบเรียลไทม์ จากข้อมูลการใช้งานสื่อออนไลน์ พบว่ามีผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียมากกว่า 50 ล้านคน และอยู่ในทุกระดับของสังคมไทย  โดยเฉพาะ Facebook  ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากเป็นอันดับ 8 ของโลก  และเข้าใช้งานทุกวัน (Daily active users)  มากกว่า 37 ล้านคน   และในปีที่แล้วคนไทยมีการใส่ข้อความลงในสื่อโซเชียลมีเดียมากกว่า 5.3 พันล้านข้อความ  และเป็นรูปภาพกว่า 230 ล้านภาพ    



โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่เริ่มมีการใช้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนและลูกหลานได้ง่ายขึ้น  ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ Line, Facebook และ Youtube ตามลำดับ  โดย Line ใช้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับญาติมิตร และมีพฤติกรรมเข้าใช้งานเป็นประจำ ส่วนช่องทาง Facebook จะใช้ในการอ่านข้อมูลข่าวสารและเรื่องทั่วไป ส่วน Youtube มีผู้สูงวัยบางกลุ่มเข้าใช้ Youtube เป็นระยะเวลานานกว่าสื่ออื่น   โดยใช้เพื่อการหาความบันเทิง และความรู้ที่ตนเองสนใจเป็นพิเศษ   ทำให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์จากสื่อออนไลน์ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อ โดยเฉพาะข่าวปลอม หรือ Fake news โดยในช่วงแรก Fake news จะปรากฎให้เห็นในรูปแบบของการหลอกลวงเพื่อให้เชื่อและซื้อสินค้า แต่ในระยะหลังเริ่มมีการใช้ Fake news ขยายสู่วงกว้างเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ แม้ Fake news จะมีมานานควบคู่กับการเติบโตของสื่อโซเชียลมีเดีย  ตามที่ปรากฎเห็นในหน้าสื่ออย่างต่อเนื่อง   และเป็นสาเหตุสำคัญของหลายคดีความ ทั้งนี้การห้ามปรามเป็นไปได้ยาก แม้จะมีการออกกฎหมายเพื่อควบคุมและระบุโทษที่ชัดเจน แต่การห้ามปรามก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก



แม้ปัจจุบันผู้สูงวัยเริ่มมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการรับข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น  แต่การแชร์ข่าวปลอมในกลุ่มผู้สูงวัยยังคงมีให้เห็นอยู่บ้าง ทั้งในรูปแบบที่เป็นข่าวเก่า, ข่าวที่ถูกสร้างขึ้น และข่าวที่หลอกให้เชื่อเพื่อจะขายสินค้า ช่องทางการรับข่าวสารจะเป็นลักษณะของการแชร์ต่อ ๆ กันจากกลุ่มสู่กลุ่ม จากเพื่อนสู่เพื่อน ทำให้การคัดกรองข่าวมีน้อยลง เนื่องจากข่าวดังกล่าวมาจากคนใกล้ชิด  ทั้งนี้จากงานวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาที่จัดทำขึ้นในปี 2016 โดย Andrew Guess ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Princeton ร่วมกับ Jonathan Nagler และ Joshua Tucker นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ พบว่าผู้สูงวัยมีโอกาสในการแชร์ข่าวปลอมสูงกว่าคนในช่วงวัยอื่นถึง 7 เท่า  แม้จะยังไม่มีการจัดทำสถิติที่น่าเชื่อถือในไทย  แต่การระมัดระวังภัยที่มาจากสื่อออนไลน์ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความใส่ใจ เพื่อไม่ให้มีใครต้องตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี  การให้ความรู้ที่เพียงพอจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อรู้เท่าทันสื่อที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในรูปแบบที่หลากหลาย



นอกจากนี้ ผู้บริหารเพจ Start ให้ Up  ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าสื่อโซเชียลมีเดียมีประโยชน์อย่างมาก  เป็นเครื่องมือในการทำให้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น  สามารถสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ ขณะเดียวกันก็มีภัยร้ายแฝงอยู่ไม่น้อย  ดังนั้นการใช้สื่อโซเชียลมีเดีจึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง ทั้งในการกล่าวถึงบุคคลอื่น การละเมิดลิขสิทธิ์ การแชร์ข่าว หรือแม้กระทั่งการกด Like ต้องไม่ลืมว่าปัจจุบันเรามี พรบ. คอมพิวเตอร์ ที่สามารถเอาผิดผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียในทางที่ไม่ถูกต้องได้ และที่สำคัญ การแชร์บนความปรารถนาดีของคุณ ก็อาจจะส่งผลร้ายต่อคนที่คุณรักได้แบบที่คุณไม่คาดคิด ...เช็กให้ใช่ ชัวร์ก่อนไลค์ก่อนแชร์
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18