อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

นิวเคลียร์ลอยน้ำ

ท่าเรือเมืองเมอร์มานสค์ทางตอนเหนือของรัสเซีย ระยะ 5,000 กม. สู่ภูมิภาคไซบีเรียในฐานะสถานีไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำหรือจะเรียกว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลอยน้ำลำแรก ของโลก นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเตือนว่าอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อพื้นที่ก็ได้ ในเรือลำนี้มีเชื้อเพลิงนิวเคลียร์อยู่ด้วย จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 07.30 น.


     ออกจากท่าเรือเมืองเมอร์มานสค์ทางตอนเหนือของรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมากับการเดินทางระยะ 5,000 กม. สู่ภูมิภาคไซบีเรียในฐานะสถานีไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำหรือจะเรียกว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลอยน้ำลำแรก ของโลกซึ่งก็เหมือนกับเรือใหญ่ลำหนึ่งชื่อของมัน   คือ อคาเดมิก โลโมโนซอฟ (Akademik Lomonosov) แม้ว่านักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเตือนว่ามันอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อพื้นที่ก็ได้ เพราะภายในเรือลำนี้มีเชื้อเพลิงนิวเคลียร์อยู่ด้วย
     
    บริษัทโรซาตอม (Rosatom) ของรัสเซียผู้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และธุรกิจพลังงานบอกว่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เป็นอีกหนึ่งพลังงาน   ทางเลือกที่จะทำหน้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับพื้นที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปีอย่างไซบีเรีย และมีเป้าหมายที่จะจำหน่ายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลอยน้ำให้กับต่างประเทศที่สนใจด้วย
       
    แต่กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้กล่าวเตือนมานานแล้วถึงอันตรายของโครงการนี้ว่าเหมือนกับเอา “เชอร์โนบิลไปตั้งอยู่บนน้ำแข็ง” และยังให้อีกชื่อว่า “นิวเคลียร์ไททานิก” นอกจากนั้นก็ยังมีเหตุระเบิดรุนแรงในช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ณ สถานที่ทดลองอาวุธเขตภาคเหนือสุดของรัสเซีย ทำให้ระดับกัมมันตรังสีขึ้นสูง ยิ่งทำให้การวิตกกังวลทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
        
     การเดินทางของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลำนี้ คาดว่าจะใช้เวลานานราว 4-6 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปริมาณน้ำแข็งที่ขวางเส้นทาง
 
     สถานีไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ “อคาเดมิก โลโมโนซอฟ” ความยาว 144 เมตร (472 ฟุต) สร้างขึ้นที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเมื่อมันเดินทางไปถึงเมืองเพเวคเมืองที่มีประชากร 5,000 คนในเขตชูคอตกาภูมิภาคไซบีเรีย มันก็จะเข้าไปทำหน้าที่แทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ท้องถิ่นและก็จะปิดโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน โดยกำหนดจะเริ่มทำงานได้ภายในสิ้นปีนี้ จุดประสงค์สำคัญคือการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับแท่นขุดเจาะน้ำมันของรัสเซียในแถบขั้วโลกเหนือและพัฒนาการสำรวจไฮโดรคาร์บอนในขั้วโลกเหนือเช่นกัน
        
    ราชิด อาลิมอฟ หัวหน้าส่วนพลังงานของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซรัสเซีย บอกว่า กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมออกโรงคัดค้านแนวคิดสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เคลื่อนที่แบบลอยน้ำมาตั้งแต่ยุค 1990 เพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ย่อมต้องปล่อยกากกัมมันตรังสี และอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้ แต่สถานีไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำแห่งนี้ก็ยิ่งอ่อนไหวหากต้องเจอกับพายุ เพราะวิธีการแล่นของมันต้องใช้เรือลากจูง ตรงนี้ก็เป็นจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดการชนกันช่วงพายุเข้า
       
    นอกจากนั้นแล้วโรซาตอมยังได้เก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ไว้บนสถานีไฟฟ้านิวเคลียร์อีก ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเชื้อเพลิงนิวเคลียร์แล้วย่อมต้องเกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อมที่เปราะบางของขั้วโลกเหนือ และยังไม่มีระบบสาธารณูปโภคใด ๆ ที่จะมาช่วยกำจัดร่องรอยความเสียหายร้ายแรง หากเกิดอุบัติเหตุด้านนิวเคลียร์ขึ้นมาในบริเวณดังกล่าว
        
      ผลจากภาวะโลกร้อนและน้ำแข็งละลายทำให้เกิดเส้นทางเดินเรือขั้วโลกหรือการเดินเรือตามเส้นทางตะวันออกเฉียงเหนือของขั้วโลกเหนือ ซึ่งจะเชื่อม  ต่อระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกกับแปซิฟิกผ่านทางชายฝั่งตอนเหนือของรัสเซีย ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่สามารถใช้เดินเรือได้มากขึ้น จากเดิมที่ใช้ได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเพราะแผ่นน้ำแข็งปกคลุมนั่นเอง
       
     ตอนที่ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีไปเยือนสถานีไฟฟ้านิวเคลียร์ อคาเดมิก โลโมโนซอฟ เมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว พบว่าเป็นสีน้ำตาลมอมแมม แต่ขณะนี้มันได้ถูกทาสีใหม่เป็นสีแดง ขาวและน้ำเงินของสีธงชาติรัสเซีย มีน้ำหนัก 21,000 ตัน มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เตา แต่ละเตาผลิตไฟฟ้าได้ 35 เมกะวัตต์ ใกล้เคียงกับเรือตัดน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์ มีลูกเรือ 69 คนและแล่นได้ด้วยความเร็ว 3.5-4.5 นอต
    
     อุตสาหกรรมนิวเคลียร์กำลังหาทางนำเสนอรูปแบบใหม่ในตลาดที่ซบเซา จึงต้องหาทางพัฒนาให้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์มีขนาดเล็กลงและราคาถูกลงมาเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ โดยอาศัยตัวอย่างจากเรือดำน้ำ เรือตัดน้ำแข็ง เรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งต่างก็ใช้พลังงานนิวเคลียร์มาช้านานแล้ว.   

......................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 66