อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

รมว.สิ่งแวดล้อมฯลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมโครงการ"นาแห้วโมเดล"

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และคณะตรวจเยี่ยมโครงการ”นาแห้วโมเดล" สานต่อนโยบายคนอยู่กับป่าอย่างเป็นสุข จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 01.29 น.

เมื่อเร็วๆนี้ ที่วัดศรีโพธิ์ชัย บ้านแสงภา ต.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย  นายวราวุธ  ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชัญษา  อธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนหรือ คทช. ในพื้นที่ อำเภอนาแห้ว จ.เลย  โดย มีนายชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย  ข้าราชการ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเลยให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือการอนุรักษ์ผืนป่าที่เรามี แต่เมื่อเกิดกรณีที่ป่ารุกคนหรือคนรุกป่า จึงเกิดเป็นแนวทางนโยบาย คทช. ของรัฐบาลขึ้น โดยมีแนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ และที่สำคัญเมื่อเกิดสถานการณ์ในลักษณะที่จ.เลย ที่คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าต้องเรียนรู้ ที่รักษาและอนุรักษ์ป่าที่ตนเองอยู่ ไม่ใช่ทุบหม้อข้าวตัวเอง ป่าเป็นที่ที่ทำให้คุณมีกิน มีใช้ ดังนั้นต้องช่วยกันปลูกทั้งนี้ ต้องขอชื่นชม ชาวนาแห้วที่เป็นโมเดลตัวอย่างที่ดีให้กับหลายๆพื้นที่ เพราะว่าคนกับป่าต้องอยู่ร่วมกันได้ ความอุดมสมบูรณ์ของป่า และการทำการเกษตร จะต้องสามารถไปด้วยกันได้ในเชิงถ้อยทีถ้อยอาศัย เพราะพื้นที่ป่าของประเทศไทยนั้น ถูกรุกมากขึ้นจนกระทั่งเกิดอุบัติภัย น้ำท่วม น้ำแล้ง  ล้วนเกิดจากไม่มีป่าต้นน้ำ เราไม่รักษาป่าต้นน้ำ จังหวัดเลยถือเป็นป่าชั้น 1 และ 2 ถือเป็นต้นทุนของน้ำในประเทศ ดังนั้น หัวใจสำคัญเราต้องรักษาป่าแห่งนี้ และต้องหาวิธีให้ประชาชนได้ทำมาหากิน ได้อย่างมีความสุขและสมบูรณ์ นาแห้วโมเดล เป็นโครงการตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ และนำไปขยายผลต่อได้อีกในหลายๆพื้นที่   

 ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า ป่าไม้ได้รับมอบหมายจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการดำเนินการแก้ไขปัญหา นโยบาย ให้คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยได้กำหนดกรอบแนวทาง ดำเนินงานตามมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยแบ่งตามระดับชั้นลุ่มน้ำและระยะเวลาในการเข้าอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่า  กำหนดแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ คสช.ในลุ่มน้ำชั้น 1, 2 ที่มีการอยู่อาศัยทำกินมาก่อนมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 เป็นพื้นที่ที่ประชาชนจะได้รับการจัดระเบียบการใช้ที่ดินเพื่อรับรองสิทธิ์ให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้องโดยตั้งอยู่ภายใต้กรอบมาตรการที่กรมป่าไม้กำหนดทั้งนี้กรมป่าไม้จะนำร่องการปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ 13 จังหวัดได้แก่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูนลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์และจังหวัดเลย รวม 1.5 ล้านไร่ ซึ่งจะส่งเสริมให้ปลูกป่า 3 อย่าง ร้อยละ 20 ของพื้นที่เป็นเนื้อที่ปลูกป่าจำนวน 306,017 ไร่  



โดยกำหนดแนวทาง ให้ประชาชนปลูกไม้โครงสร้างซึ่งเป็นไม้ประจำถิ่นและเป็นไม้ยืนต้นเช่นต้นสัก ประดู่ ยางนา มีสัดส่วนพื้นที่ 1 ไร่ต้องปลูกต้นไม้จำนวน 200 ต้น แบ่งเป็นไม้โครงสร้างหลักไม้ประจำถิ่นไม้ยืนต้นยางนา สัก ประดู่ พยุง จำนวน 100 ต้น ไม้โครงสร้างรองซึ่งเป็นไม้ปลูกไว้สำหรับทานใบถนนเช่นขี้เหล็ก สะตอ จำนวน 50 ต้นและปลูกพืชคลุมดินพืชผลทางการเกษตรและเป็นพืชที่ไม่ต้องการแสงมากให้ผลผลิตเร็วจำพวกกาแฟ หัวข่า อีก 50 ต้นซึ่งประชาชนเป็นผู้ปลูกและดูแลรักษาตามแนวเขตพื้นที่แปลงของตนเองโดยรอบและห้ามกัดฟันเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งประชาชนต้องช่วยดูแลหากพบต้นไม้ต้นใดตายต้องมีการปลูกใหม่ทดแทนโดยกรมป่าไม้จะสนับสนุนกล้าไม้พันธุ์ดีให้กับราษฎรในพื้นที่นำไปปลูกรวมกว่า 5 ล้านต้น

การปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ คทช จ.เลยตามโครงการจัดระเบียบการใช้ที่ดินพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 และ 2 มีพื้นที่เป้าหมายจำนวน 75,734 ไร่ ได้มีราษฎรที่ร่วมโครงการที่จะได้รับการรับรองสิทธิ์จำนวนประมาณ 27,505 ราย ในการนี้รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบเอกสารโครงการป่าชุมชนในกับชาวอำเภอนาแห้ว จำนวน 5 ตำบล และมอบกล้าไม้มีค่าให้ผู้นำชุมชนอำเภอนาแห้ว จ.เลย และร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และส่วนราชการปลูกป่าเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่






ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ ผู้สื่อข่าวเวปไซต์เดลินิวส์ จ.เลย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%