อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

กมธ.หลากหลายทางเพศ เคลื่อนไหวเข้มแข็งพอหรือยัง

สัปดาห์นี้มองไปที่กรรมาธิการหลากหลายทางเพศ กับการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหาความเท่าเทียมระหว่างเพศ แต่ดูเหมือนจะยังไม่เข้มแข็งพอ พฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2562 เวลา 12.00 น.


เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มีประเด็นข่าวสารในแวดวง LGBT (กลุ่มหลากหลายทางเพศ) ไทยที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือ การที่ ส.ส.ฝั่งพรรคอนาคตใหม่ (ที่ประกาศตัวมี ส.ส.LGBT เปิดเผยตัวอยู่ 4 คน) ได้พยายามเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญของสภาผู้แทนราษฎรอีกคณะ คือ "กรรมาธิการเพื่อสิทธิบุคคลหลากหลายทางเพศ" แต่สุดท้ายก็แพ้โหวตไปด้วยคะแนนเสียง 365 ต่อ 101 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง ก็ตั้ง กมธ.สามัญไม่ได้

ก่อนอื่น ก็ต้องมาอธิบายเรื่องการตั้ง กมธ. กันสักเล็กน้อย คือองค์กรภายในสภาที่ประกอบด้วยคณะบุคคลที่ได้รับเลือกจาก ส.ส. , ส.ว. หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภา สภาแต่งตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดๆ ตามที่สภามอบหมาย กมธ.จะเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานต่างๆ ของสภาฯ พิจารณาปัญหากฎหมายที่หลากหลาย ให้รัฐสภาจะต้องรับทราบข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการพิจารณาและการตัดสินใจ



กมธ.ที่เราได้ยินชื่อกันบ่อยๆ คือ กมธ.สามัญประจำสภา คือ กรรมาธิการที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเลือกหรือแต่งตั้งจากบุคคลผู้เป็นสมาชิกของแต่ละสภาประกอบเป็น กมธ. และตั้งไว้เป็นการถาวรตลอดอายุของสภา และ กมธ.วิสามัญ คือ กมธ.ที่แต่งตั้งจากบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสภาได้ ตามจำนวนที่แต่ละสภากำหนด เพื่อทำหน้าที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.หรือพิจารณาศึกษาและสอบสวนเรื่องใดๆ ที่แต่ละสภาเห็นว่ามีความจำเป็น

ถ้าเป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับขอบข่ายความรับผิดชอบของ กมธ.สามัญหลายคณะ ควรได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีความรู้และผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย เมื่อ กมธ.วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว จะสิ้นสภาพไป ถ้าให้ยกตัวอย่าง กมธ.วิสามัญที่เขาพยายามจะตั้งกันในขณะนี้ก็คือ กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่เคลื่อนไหวเรื่องนี้อยู่ และกวักมือเรียกพรรคร่วมรัฐบาลที่เคยหาเสียงไว้ให้มาร่วมตั้ง

ย้อนกลับมาเรื่อง กมธ.ความหลากหลายทางเพศ เมื่อตั้งไม่ได้ ก็คงจะไปพ่วงเป็นส่วนหนึ่งของ กมธ.กิจการสตรี เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ ซึ่งมันก็มีฝั่ง LGBT สายนักรณรงค์ที่ไม่พอใจอีกล่ะที่ไม่มองว่าเรื่องความหลากหลายทางเพศมันมีมากพอที่จะให้ความสำคัญพอจะตั้ง กมธ.สามัญขึ้นมาดูแล ปัจจุบันมีการคาดว่ากลุ่มหลากหลายทางเพศในประเทศไทยก็มีหลายล้านคน และประสบปัญหาต่างๆ กัน ประสบปัญหาตั้งแต่วัยเยาวชนด้วย



พอตั้ง กมธ.ไม่ได้ นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้ลงมาแถลงข่าวทั้งน้ำตาว่า "ทางกลุ่มได้พยายามที่สุดแล้วที่จะให้ทุกคนเห็นคุณค่าของคนหลากหลายทางเพศ เราพยายามไปคุยกับ ส.ส.พรรคอื่นที่เคยหาเสียงไว้ ซึ่งหวังว่าจะได้เสียงมากกว่านี้ หน้าที่หลักของตนและเพื่อนสมาชิกคนหลากหลายทางเพศ คือการสร้างความเข้าใจกับสังคมว่าคนหลากหลายทางเพศถูกโกงความเป็นมนุษย์ตลอดจนฆ่าตัดตอนความฝัน

เรื่องของคนหลากหลายทางเพศถือเป็นปัญหาปากท้องของประชาชน 7 ล้านคนเหล่านี้ ไม่ใช่คนหรือ ไม่มีสิทธิในการดำเนินชีวิตหรืออย่างไร เชื่อมั่นว่าหากรัฐปลดปล่อยเสรีภาพให้กลุ่มคนเหล่านี้ ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ เศรษฐกิจก็จะดีขึ้นแน่นอน” ซึ่งการแถลงนี้ถ้าไม่ใช่กลุ่มหลากหลายทางเพศ ฟังแล้วก็อาจงงๆ ไม่อินว่า "รัฐจำกัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพกลุ่มหลากหลายทางเพศตรงไหนเหรอ ปิดกั้นเสรีภาพตรงไหนเหรอ?"


เคยคุยๆ กับกลุ่มหลากหลายทางเพศในประเทศไทย เขาเห็นตรงกันว่าประเทศไทยนี่ LGBT ถือว่าสบายเกือบจะที่สุดในเอเชียแล้วด้วยซ้ำ คือการเป็นเกย์ใช้ชีวิตเปิดตัวได้สบายๆ และใช้ความเป็น LGBT เป็นสีสัน เป็นจุดขายในการเป็นคนดัง เป็น influencer ในอินเทอร์เนตก็ยังได้  แต่ถ้าพูดถึงเรื่องโอกาสก็ยังมี “บางพื้นที่” ในการประกอบอาชีพที่เขายังไม่ค่อยยอมรับอย่างเช่นทหาร ตำรวจ หรือวงการกฎหมาย หรือวงการกีฬาบางประเภท

เขาว่าสังคมไทย มีลักษณะคือ รับรู้ว่ามีเกย์ รับรู้ว่าเกย์มีสีสันตรงตลก (และมีอะไรให้พูดถึงเรื่องพฤติกรรมทางเพศ) แต่การรับรู้ตัวตน มันกลายเป็นการรับรู้เชิงเงื่อนไข อย่างใครจะยอมรับ LGBT สักคน ก็ต้องมีเงื่อนไขกำกับว่า “เป็นอะไรก็ได้ขอให้เป็นคนดี” หรือไม่ก็การรับรู้ว่ามีตัวตนก็คือการปล่อยให้อยู่ในพื้นที่ของ LGBT โดยไม่ส่งเสริมบทบาทให้โดดเด่นในด้านต่างๆ อย่างเพียงพอ นี่อาจเป็นความหมายของ “โกงความเป็นมนุษย์” ที่ว่า



“ไม่ส่งเสริมบทบาท” อย่างไร อันนี้ขอเล่าเรื่องคนรู้จักรายหนึ่งซึ่งเป็นเกย์ เขาเป็นคนเงียบๆ อย่างที่เรียกว่า introvert ไม่ใช่คนเกย์ตามภาพจำของใครต่อใครว่าต้องตลก แต่พอเข้าทำงาน เพื่อนร่วมงานรู้ว่าเป็นเกย์ ก็มาหยอก ผู้หญิงทำทีเรียก “ตัวเอง” เป็นเพื่อนสาวให้อับอาย รายนี้เขาค่อนข้างเชื่อว่า ที่เขาไม่เจริญเติบโตในหน้าที่การงานเพราะเรื่องเพศสภาพ หัวหน้าอาจคิดว่า เอามาแล้วลูกน้องไม่ให้ความเคารพ หรือหาเรื่องทำให้เป็นตัวตลก

แต่จะฟ้องอะไรได้ แม้ประเทศไทยมี พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ แต่ถ้ามันไม่มีหลักฐานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรว่า “เหตุที่คุณโดนเลือกปฏิบัติมันเป็นนโยบาย” (เช่นติดป้ายห้ามกะเทยเข้าผับ) ประเทศไทยรับรู้ว่า LGBT มีอยู่ “ภาพจำ” ที่คนมีต่อ LGBT คือ ตัวแปลก ตัวตลก เลยไม่ให้ความเคารพสิทธิ์ เพราะเห็นว่ามีความสุขอยู่แล้วนี่ ...เรื่องนี้ดูจะเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คนยังไม่เห็นความสำคัญของการตั้ง กมธ.สามัญเพื่อความหลากหลายทางเพศเท่าที่ควร

ได้ยินเสียงเมาท์เข้าหูว่า ขนาดตัว ส.ส.กะเทย แทนที่จะทำภาพลักษณ์ LGBT ให้ดูเป็นการเป็นงาน บางทีเข้าสภาไปทำท่ายังกะนางโชว์ ใส่สูทเหลืองลายดอกหรือไปยืนโพสต์ท่าเก๋ๆ ให้สื่อถ่ายรูป สายอนุรักษ์นิยมบางคนเขาถึงกับว่า “เรียกร้องให้คนอื่นเคารพ แต่ตัวเองไม่ทำตัวให้น่าเคารพ” เขายังว่าลามไปถึง LGBT รายอื่นด้วยว่า “ก็เห็นสนใจแต่เรื่องความบันเทิง เรื่องเซกส์ ที่เรียกร้องกันนี่จำเป็นจริงๆ หรือแค่อยากได้กฎหมายตามกระแสต่างประเทศ”




LGBT ประเทศไทยเอาจริงก็มีลักษณะต่างคนต่างอยู่ มีความสุข สนุกกว่า ออกไปรวมตัวต่อสู้อะไร บางทีรวมๆ กันสักพักหมั่นไส้กันเองเพราะคนอื่นเด่นกว่า หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่เดือดร้อนในเรื่องการที่ต้องไปเรียกร้องสิทธินั่น ก็ไม่อยากจะรวมตัวเป็น community ให้เสียงมันแข็งแรง อย่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต คนไม่อยากแต่งงานก็ไม่เดือดร้อน หรือ พ.ร.บ.รับรองสิทธิคนข้ามเพศ พวกที่ไม่ใช่สาวทรานส์เขาก็ไม่เห็นว่าเขาจำเป็นต้องไปช่วยเรียกร้อง

พวกสายเคลื่อนไหวก็เคลื่อนไหวไป พวกสายอยากทำอะไรก็ทำก็อยู่ไป ที่สำคัญคือ คนไทยก็ยังมีความอนุรักษ์นิยม โดยเฉพาะในต่างจังหวัดยังเชื่อว่าความเป็น LGBT คือความผิดปกติก็มีสูงอยู่ แล้วถ้าคนที่เป็น LGBT ที่จะเป็นแกนนำเรียกร้อง ไม่ทำตัวให้ดูเป็นการเป็นงาน อ้างเอาสิทธิในร่างกายจะแสดงออกอย่างไรก็ได้ อนุรักษ์นิยมก็ประเมินตั้งแต่ปราดแรกว่าไม่อยากรับฟัง ไร้สาระ แทนที่จะได้เปิดใจพูดกันถึงเรื่องปัญหาความเท่าเทียมกัน

การรวมตัว การแสดงตัวของ LGBT ไทยยังมีปัญหาต่อการขับเคลื่อนทางสังคมหรือเปล่า ลองคิดดู ? 
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง” 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    60%
  • ไม่เห็นด้วย
    40%

บอกต่อ : 180