อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

บันทึกความจำ "ช่วยน้ำท่วมรัฐมอญ" (1)

สัปดาห์นี้ไปดูพระสงฆ์ไทยระดมสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วรัฐมอญนับแสนคน แต่ไม่ง่ายเลยกว่าสิ่งของจะไปถึง ต้องเจอสารพัดปัญหา ข้าวต้มไทยแพง ด่านเข้มข้ามยาก พุธที่ 4 กันยายน 2562 เวลา 11.00 น.


หลังจากเกิดน้ำท่วม ดินถล่ม ในรัฐมอญก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ผมและคณะนำโดย มูลนิธิรามัญรักษ์ ซึ่งเป็นองค์กรศูนย์กลางมอญเมืองไทย สมาคมการค้าไทย -เมียนมา ชมรมพระนิสิตมอญ มจร. มหาจุฬาฯ ระดมทุนและสิ่งของอยู่ประมาณ 20 วัน ได้สิ่งของบริจาคประเภทบะหมี่แห้ง น้ำ เสื้อผ้า ปลากระป๋อง ข้าวสาร หลายสิบคันรถหกล้อ อันนี้ไม่นับรวมภาคีเครือข่ายสายจังหวัดกาญจนบุรี เช่น มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ กลุ่มออฟโรดเจดีย์สามองค์ ซึ่งเดินทางเข้าไปทางเจดีย์สามองค์เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมกินพื้นที่ทั่วรัฐมอญ มีประชาชนเดือนร้อนเป็นแสนๆ คน หลายหมื่นครัวเรือน



ในวันที่ 25 ส.ค. ผมและคณะนัดหมายกันไว้ เวลา 13.00 น. รวมพลกันที่ตึก IBSC มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา แต่เนื่องจากคณะมาจากหลายจังหวัดกว่าจะได้ออกสตาร์ทจริงๆ ประมาณ 15.00 น. โดยมี พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสน์นานาชาติเป็นประธานมอบเงินส่วนหนึ่งพร้อมกับนักศึกษาโครงการสันติศึกษา ร่วมส่งคณะเรา มีทั้งพระสงฆ์และฆราวาสประมาณ 40 กว่าชีวิต เป้าหมายคือ แม่สอด จ.ตาก การเดินทางในคราวนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิรามัญรักษ์ทั้งเรื่องวีซ่า ค่าเดินทาง ที่พักและอาหาร ส่วนเรื่องรถขนส่ง การอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่ขาดเหลือมีสมาคมการค้าไทย -เมียนมา เป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น





คณะเราเดินทางถึงแม่สอดประมาณ 23.00 น. เดิมผู้ประสานงานของสมาคมการค้าไทย-เมียนมา จองโรงแรมแห่งหนึ่งไว้ แต่เมื่อไปถึงทางเจ้าหน้าที่โรงแรมแจ้งว่าพระภิกษุสงฆ์ไม่อนุญาตให้เข้าพักได้ เนื่องจากเป็นกฎระเบียบของโรงแรม พวกเราติดขัดเล็กน้อย ต้องไปหาโรงแรมอีกแห่ง หากจำไม่ผิดชื่อโรงแรม PS เมื่อไปถึงโรงแรมเราแจ้งว่ามีพระภิกษุร่วมด้วย ทางโรงแรมแจ้งว่าพระภิกษุพักได้ และอยู่ในกลุ่มคนชรา คนตั้งครรภ์คือพักฟรี เมื่อจองห้องพักเรียบร้อย นายกสมาคมการค้าไทย-เมียนมา คุณสุวรณิสา แน่งน้อย ซึ่งเป็นคนดูแลทีมงานทั้งหมด ได้พาพวกเราซึ่งเป็นฆราวาสไปทานข้าวต้ม โดยมีราคาแพงมาก แต่ไม่มีใครอยากมีเรื่องจึงยอมจ่ายไป กว่าจะกลับถึงห้องเกือบตีหนึ่ง และนัดหมายกันไว้ 07.00 น. ออกเดินทางเข้าไปอย่างฝั่งพม่า





หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จพวกเราออกจากโรงแรม แต่เกิดปัญหาเพราะคณะหนึ่งที่ประสานกันไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะตามไปด้วยมีคนประมาณ 4 -5 คน ไม่มีที่จอดรถและมีสิ่งของบริจาคติดมาด้วย พวกเราจึงต้องแยกทีมเพื่อประสานรถขนของและหาที่รับฝากรถ จึงไปบริษัทชิบปิ้งแห่งหนึ่ง ซึ่งทางนายกสมาคมการค้าไทย-เมียนมาใช้บริการประจำ เมื่อไปทำให้รู้ว่าของบริจาคอีก 2 คันหกล้อยังข้ามฝั่งไปไม่ได้ เนื่องจากศุลกากรพม่าไม่อนุญาต ส่วนอีกคณะหนึ่งของพวกเราที่เป็นคณะใหญ่มีพระทั้งพระสงฆ์และฆราวาสข้ามฝั่งไปแล้ว สุดท้ายรอเคลียร์เกือบครึ่งวันไม่จบ ผมและคณะข้ามไปฝั่งพม่า เพื่อดูแลอาหารการฉันของพระคุณเจ้า ส่วนของบริจาครอตามมาทีหลัง หลังพระฉันเสร็จ พวกเรากินข้าวกันเรียบร้อย ของบริจาคด่านพม่าก็ยังไม่ให้เอาเข้ามา อ้างมาต้องทำเรื่องอย่างน้อย 7 วัน ดูแลมันติดขัดไปหมด จนนายกสมาคมการค้าไทย-เมียนมา ต้องใช้กำลังภายในคือยกหูไปทางผู้ใหญ่เนปิดอว์ให้ช่วย แต่ก็ยังไม่ได้รับอนุมัติง่ายๆ ประมาณ 14.00 น. คณะเราขอเข้าไปคุยที่ทำงานเจ้าหน้าที่ระดับสูง เจ้าหน้าที่อ้างว่ากำลังรับประทานอาหารอยู่ไม่สะดวก สุดท้ายกว่ารถจะข้ามแดนมาได้เวลาประมาณ 16.00 น. เกือบค่ำแล้ว ตอนหลังทราบว่า เหตุผลที่เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรพม่าเข้มงวด เพราะมีพวกอาศัยจังหวะช่วงน้ำท่วมขนของแบบนี้ ขนไม้เถื่อนและยาเสพติดด้วย จึงต้องเข้มงวด



คณะเรากว่ายกของบริจาค 2 คันหกล้อจากประเทศไทย ขนขึ้นรถหกล้อของพม่ากินเวลาไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง กว่าจะได้ออกจากเมียวดี เป้าหมายเมืองเมาะลำเลิงก็ประมาณ18.30 น. คือ ค่ำแล้ว ท่ามกลางฝนตก ถนนลื่น เห็นรถบรรทุกจอดเรียงรายตลอดทาง โดยมีด่านตรวจเป็นระยะๆ เมื่อออกจากเมืองเมียวดีได้ประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นภูเขา ทางคดเคี้ยว มีเหวลึก มีอุบัติเหตุรถบรรทุกยางแตก ขวางถนนรถติดหลายกิโลเมตร รถไม่สามารถไปได้ ต้องจอดรออีกหลายนาที ท่ามกลางฝนตกพรำๆ อากาศเย็น ไม่มีไฟฟ้า มืดตลอดทาง ตลอดการเดินทางค่ำคืนนี้เจอรถติดยาวเหยียดหลายกิโลเมตรบนถนนลูกรัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุก มองออกไปข้างทางมีแต่สภาพน้ำท่วมและน้ำขัง ถนนลูกรังเหมือนบ่อพระจันทร์รถต้องหักหลบไปมาตลอดทาง

ตอนหน้าผมจะเล่าต่อ เจอเหตุการณ์ระทึก มีคนถือปืนอาก้าดักตรวจกลางทาง ท่ามกลางป่าที่มึดมิด และสภาพบ้านเรือนในพม่าที่ถูกน้ำท่วม ปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งคราวนี้เกิดเรื่องวุ่นๆ มากมายที่จะต้องแก้ปัญหา พุธหน้าเล่าต่อครับ..
..................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 143