อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

ยุทธศาสตร์พัง

แม้ตามจริง โอกาสที่จะเป็นไปได้ “มีน้อยมาก” แต่ผลการศึกษาวิจัยล่าสุด ประเมินสถานการณ์สงครามสู้รบ ระหว่าง สหรัฐ-จีน ใน “สมรภูมิเอเชีย” บ่งชี้ว่า ณ ตอนนี้ สหรัฐน่าจะสู้จีนไม่ได้ ขีปนาวุธของกองทัพจีน ที่กำลังพัฒนาขีดขั้นอย่างรวดเร็ว ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 07.30 น.

      
    แม้ตามจริง โอกาสที่จะเป็นไปได้ “มีน้อยมาก” แต่ผลการศึกษาวิจัยล่าสุด ประเมินสถานการณ์สงครามสู้รบ ระหว่าง สหรัฐ-จีน ใน “สมรภูมิเอเชีย” บ่งชี้ว่า ณ ตอนนี้ สหรัฐน่าจะสู้จีนไม่ได้ ขีปนาวุธของกองทัพจีน ที่กำลังพัฒนาขีดขั้นอย่างรวดเร็ว จะยิงถล่มฐานทัพสหรัฐที่มีอยู่ทั่วภูมิภาคเป็นห่าฝน จนรับมือไม่ไหว และเกมจบลงภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง
  
    รายงานของศูนย์ศึกษาสหรัฐอเมริกา (United States Study Center) หรือ ยูเอสเอสซี ที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย กล่าวเตือนว่า ยุทธศาสตร์กลาโหมของอเมริกาในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย-แปซิฟิก “กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ แบบไม่เคยปรากฏมาก่อน” และคงต้องดิ้นรนอย่างหนัก หากต้องปกป้องกลุ่มประเทศพันธมิตร จากการโจมตีของจีน
        
   นั่นหมายความว่า ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และประเทศหุ้นส่วนอื่น ๆ ของสหรัฐ ต้องเสริมแสนยานุภาพกองทัพ รวมทั้งหันกลับมาให้ความสำคัญกับการจัดวางกำลังในภูมิภาค และพิจารณาเพิ่มขีดความร่วมมือกับสหรัฐ เพื่อรับประกันความมั่นคงของตนเอง
       
     รายงานระบุประเภทอาวุธ ที่กองทัพปลดปล่อยประชาชน (พีแอลเอ) ของจีน มีความเหนือกว่ามาก เมื่อเทียบกับของสหรัฐและกลุ่มประเทศพันธมิตร-หุ้นส่วน ในเอเชีย โดดเด่นสุดเห็นจะเป็นขีปนาวุธ
        
   พีแอลเอติดตั้งระบบขีปนาวุธนำวิถี และระบบต่อต้านการแทรกแซงอื่น ๆ รวมถึงเทคโนโลยีความเร็วเหนือเสียง และระบบป้องกันภัยทางอากาศล้ำยุค เพื่อทำลายแสนยา นุภาพกองทัพที่เหนือกว่าของสหรัฐ ขีปนาวุธเหล่านี้มีหลายพันลูก
        
   ฐานทัพสหรัฐเกือบทั้งหมดในแปซิ ฟิกตะวันตก รวมทั้งฐานของกลุ่มประเทศพันธมิตร-หุ้นส่วน จะถูกตรึงจนอยู่หมัด ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก หลังสงครามเปิดฉาก นี่คือมุมมองของทีมผู้เชี่ยวชาญ ยูเอสเอสซี ที่บันทึกเป็นรายงาน
        
     กระทรวงการต่างประเทศจีน ในกรุงปักกิ่ง บอกว่า ยังไม่เห็นรายงานฉบับนี้ แต่นายเก็ง ส่วง โฆษกของกระทรวงฯ กล่าวย้ำว่า นโยบายด้านกองทัพของจีน ยังคงเป็นแบบ “ป้องกัน” โดยธรรมชาติ
        
   ความหมายก็คือ จีนจะไม่โจมตีใครก่อน
       
    นายเก็ง กล่าวว่า จีนกำลังแน่วแน่อยู่บนเส้นทางการพัฒนาอย่างสันติ และนโยบายกลาโหมแห่งชาติคือ การป้องกัน ไม่ใช่รุกราน
       
     รายงานผลการศึกษาของออสเตรเลีย ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับเพนตากอน หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐ รายงานของคณะกรรมาธิการยุทธศาสตร์กลาโหมแห่งชาติ
สหรัฐ หรือ เอ็นดีเอสซี (National Defense Strategy Commission) ที่นำเสนอต่อสภา คองเกรส เมื่อเดือน พ.ย. 2561 มีเนื้อหาสรุปว่า “กองทัพสหรัฐจะเกิดความสูญเสียอย่างหนัก ถึงขั้นยอมรับไม่ได้” และ “ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะ หรืออาจจะแพ้ ในสงครามสู้รบกับจีนหรือกับรัสเซียในขณะนี้”
     
      6 เดือนต่อมา รายงานผลการประเมินแสนยานุภาพกองทัพจีนประจำปี ของเพนตากอน ระบุว่า ปักกิ่งกำลังมุ่งมั่นพัฒนากองทัพระดับโลก และกำลังกลายเป็น “มหาอำนาจอันดับ 1” ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
     
      พีแอลเอมีขีปนาวุธอย่างน้อย 2,000 ลูก ทั้งพิสัยใกล้-กลางและไกล ที่สามารถโจมตีเป้าหมายทั้งบนบกและในทะเล ได้หลายเป้าหมายพร้อม ๆ กัน
       
      รายงานของยูเอสเอสซี ตั้งข้อสงสัย ศักยภาพกองทัพสหรัฐตอนนี้ จะสมดุลกับความล้ำหน้าของพีแอลเอหรือไม่ พร้อมกับเตือนว่า วอชิงตันกำลังเผชิญกับวิกฤติการล้ม ละลายทางยุทธศาสตร์ (strategic insolvency) โดยรายงานยกตัวอย่าง จำนวนเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐกำลังลดลง ในขณะที่กองทัพต้องการให้มีมากกว่าเดิม
        
     พล.ร.อ.ฟิล เดวิดสัน ผู้บัญชาการกองเรืออินโด-แปซิฟิก กองทัพเรือสหรัฐ เผยต่อสภาคองเกรสในกรุงวอชิงตัน ในเดือน มี.ค.ปีนี้ว่า กองเรือในสังกัดของเขาได้เรือดำน้ำเพียงครึ่งเดียว ของจำนวนที่จำเป็นต้องใช้งานรายวัน ในน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก
    
     รายงานฯ กล่าวว่า ออสเตรเลีย และประเทศหุ้นส่วนความมั่นคงอื่น ๆ ของสหรัฐ เช่น ญี่ปุ่น จำเป็นต้องเข้ามาอุดช่องว่างในส่วนนี้โดยเร็ว.

.....................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16