อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562

ชวนลูกไปดูฟุตบอลไทยลีก กระตุ้นรักกีฬา-เรียนรู้สปิริต

สัปดาห์นี้พาลูกชายไปดูฟุตบอลไทยลีกครั้งแรก กระตุ้นให้รักกีฬาฟุตบอล เห็นสปิริตของนักกีฬาและกองเชียร์ สิ่งเหล่านี้ไม่อาจเห็นผ่านจอโทรทัศน์ ต้องมาสัมผัสเองในสนามเท่านั้น จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น.


ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหารกลุ่มมิตรผลเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลและแปลกใจว่า ผมเห็นมีไร่อ้อยและน้ำตาลมิตรผลตามที่ต่างๆ ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคอีสาน แต่ทำไมถึงไปสร้างสนามที่จังหวัดราชบุรี ผู้บริหารเล่าให้ผมฟังว่า ตระกูลของเจ้าของอยู่ที่นี่ จึงต้องการทำอะไรเป็นการตอบแทนบ้านเกิด จะมองว่าใช้กีฬาเป็น CSR ของบริษัทก็ได้ด้วย เพราะจากสถิติพบว่า เด็กที่เล่นกีฬาจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ทางกลุ่มมิตรผลจึงยินดีที่จะให้ทีมฟุตบอลเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุหรือคนพิการ เข้าไปเยี่ยมชมสนามได้เป็นกรณีพิเศษ (โดยสามารถติดต่อมาที่เบอร์ 02-794-1000)

หลังจากนั้นผู้บริหารได้ให้ผมดูรูปสเตเดียมทีมราชบุรีมิตรผล ผมบอกว่าผมเคยไปดูที่สนามบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สนามนั้นก็สวยมากใช้โครงเหล็กทั้งหมด สนามเอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ดก็ยิ่งใหญ่ เพิ่งทราบว่ามีสนามที่สวยงามขนาดนี้ในเมืองไทยด้วย ท่านผู้บริหารเลยเชิญผมและครอบครัว รวมทั้งเพื่อนๆ ไปดูเกมการแข่งขันระหว่างราชบุรีกับทีมชลบุรี จะได้เห็นว่าสนามจริงๆ เป็นอย่างไร ผมสอบถามเรื่องความปลอดภัย ท่านผู้บริหารยิ้ม บอกว่าไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรรุนแรงเกิดขึ้นเลยตลอด 3 ปีตั้งแต่สร้างสนามมา ผมตอบตกลงเพราะจะเป็นการพาลูกชายไปดูฟุตบอลไทยลีกเป็นครั้งแรกของเขา



เกมจริงๆ เริ่มเตะราวๆ 17:45 น. ครับ แต่คณะของเราต้องไปถึงบ่าย 3 โมง เพื่อจะลงไปเดินชมและเหยียบสนามหญ้าจริง เวลา 15:30 น เราต้องขึ้นจากสนามทั้งหมด เพราะเจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอลจะมาตรวจความเรียบร้อยของสนาม ผมเห็นทีมรักษาความปลอดภัยจำนวนมาก ตรวจทั้งสนามและที่นั่งทุกแถว
ทุกสแตนด์เชียร์

ก่อน 4 โมงเล็กน้อย รถทีมเยือนมาถึงก่อน บรรดานักเตะทยอยเดินกันลงมา มีแฟนๆ มารอขอถ่ายรูปและขอลายเซ็น บรรยายกาศเหมือนเวลาดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกก่อนเกมอย่างไรอย่างนั้นเลยครับ สักพักทีมเจ้าบ้านนำรถมาจอดเทียบ แฟนๆ เจ้าถิ่นเยอะกว่าเดิม ขอถ่ายรูปจับมือ ผมถามผู้บริหารว่าถ่ายรูปกับนักฟุตบอลคนไหนดี “ฟิลิป โรลเลอร์ เป็นกัปตันทีมและติดทีมชาติไทย” เจ้าลูกชายผมเลยไปขอถ่ายรูปด้วย ถ่ายเสร็จ ผมตะโกนว่า “วันนี้ขอ 3 ลูกนะ” ฟิลิปหันมายิ้ม ก่อนเดินเข้าห้องแต่งตัว

ขณะที่นักเตะลงไปวอร์ม ผู้บริหารพาคณะเดินทัวร์สนามด้านนอก มีบูทขายตั๋ว มีร้านจำหน่ายเสื้อทีมและของที่ระลึก ผมเพิ่งเห็นว่าทีมราชบุรีมิตรผลมีเสื้อฟุตบอลหลากหลายสีสันมาก และปีนี้เป็นปีที่เปลี่ยนโลโก้ใหม่พอดี ผู้บริหารบอกว่า พยายามใส่แฟชั่นลงไปในการกีฬา เพราะแต่ละคนชอบสีไม่เหมือนกัน จึงอยากให้มีตัวเลือก เช่น ผู้หญิงที่มาเชียร์เราก็มีเสื้อทีมสีชมพูให้ด้วย รวมทั้งการเลือกเนื้อผ้าและแบบเสื้อก็ดีไซน์ใหม่ทุกปี เพราะทีมมีแฟนพันธุ์แท้พร้อมจะสนับสนุนอยู่แล้ว

ที่อดพูดถึงไม่ได้คือสเตเดียม ผมดูแล้วล้ำสมัยมาก แต่มีความหมายซ่อนอยู่ ผู้บริหารกลุ่มมิตรผลเล่าให้ผมฟังว่า กลุ่มมิตรผลลงทุนร่วมกับผู้บริหารทีมฟุตบอลราชบุรีสร้างสเตเดียมนี้ขึ้นมา ลงทุนร่วมกันราว 300 ล้านบาท สนามมีความจุ 12,000 ที่นั่ง สามารถจัดฟุตบอลระดับมาตรฐานเอเชียนคัพได้ (AFC) นอกจากจะเป็นสนามฟุตบอลแล้ว อยากให้สเตเดียมนี้เป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดราชบุรีเพื่อให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมสถานที่ด้วย



ผู้บริหารให้คณะสังเกตดูว่าสีส้มๆ ที่พาดยาวบนสเตเดียมดูเหมือนอะไร นั่นคือ “มังกร” ครับ ตามฉายาของทีมคือ “ราชันมังกร” มีความเชื่อว่ามังกรเป็นสัตว์ที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงพลัง ชาวราชบุรีมีความผูกพันกับมังกรและเป็นลวดลายที่อยู่บนโอ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดด้วย ผู้บริหารทีมฟุตบอลราชบุรีได้หาพื้นที่มาสร้างสนามได้อย่างดี มีทั้งภูเขาและแม่น้ำในตำแหน่งที่ถูกหลักฮวงจุ้ย แล้วก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ว่าเปิดสนามในบ้าน 10 นัดชนะรวดหมดเลย แต่หลังจากนั้นก็เป็นไปตามเกมของฟุตบอลที่มีแพ้ชนะและเสมอ

เราขึ้นไปประจำที่นั่งเพื่อชมฟุตบอลอยู่ด้านบน มีฝนตกลงมาก่อนเกมประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ไม่น่าเชื่อครับ น้ำที่อยู่ในสนามหายหมด ไม่เป็นแอ่งเลย ผู้บริหารได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สนามที่นี่มีระบบระบายน้ำได้เร็วมาก ไม่มีน้ำขังเวลาลงแข่งแน่นอน ผมสังเกตตำแหน่งต่างๆ ของสนาม มีอยู่มุมหนึ่งที่มีรถพยาบาลจอดและมีประตูเปิดรอไว้เลย แสดงถึงความพร้อมในการส่งนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนฝั่งตรงข้ามมุมหนึ่งเป็นสแตนด์เชียร์ของทีมเยือน ผู้บริหารให้เหตุผลว่า สนามได้ถูกออกแบบทางเข้าและทำสแตนด์เพื่อกองเชียร์ทีมเยือนโดยเฉพาะ มีทางเข้าออกให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการปะทะก่อนและหลังเกมกับกองเชียร์เจ้าบ้าน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่สร้างสนามมา ไม่เคยมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น ที่สนามใช้ทีมงานรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานที่สมาคมฟุตบอลกำหนด บางเกมเป็นแมตช์ใหญ่ๆ เราก็เพิ่มจำนวนเข้าไปอีก มีการตรวจค้นอาวุธเข้มข้นก่อนขึ้นสแตนด์ มีการ์ดคอยดูแลนักฟุตบอลและกรรมการในสนามอีกจำนวนหนึ่ง



เกมวันนั้น “ราชันมังกร” ราชบุรีมิตรผลแข่งกับ “ฉลามชล” ชลบุรีได้อย่างสูสีครับ แต่ทีมราชบุรีมิตรผลได้เปรียบที่มีผู้เล่นต่างชาติตัวใหญ่ แข็งแรง และเร็ว เบียดปะทะได้ดีกว่า แถมเล่นในบ้านด้วย กองเชียร์มีผลจริงๆ ครับ เชียร์กันไม่หยุด นักเตะก็วิ่งกันไม่หมดตลอดทั้งเกมไปด้วย ผลการแข่งขันคือราชบุรีเอาชนะชลบุรีไปได้ 2-0 ขยับจากอันดับ 9 ขึ้นมาเป็นอันดับ 7 ของตาราง ลูกชายผมจำเบอร์นักเตะที่ชอบไว้เต็มไปหมด ส่วนใหญ่เป็นนักเตะต่างชาติ แต่มีอยู่คนหนึ่งคือเบอร์ 7 (จักรพันธ์ พรใส) ตัวเล็ก คล่อง เร็ว จ่ายบอลแม่นเหมือนเมสซี่ เจ เจ้าลูกชายชอบคนนี้มากๆ ครับ

ระหว่างดูฟุตบอล ผมได้ให้ลูกชายสังเกตหน้าที่ของแต่ละคนในสนามที่นอกเหนือจากนักฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นทีมสตาฟโค้ช คนที่ดูแลนักกีฬาเวลาเข้าออกสนาม เด็กเก็บบอลที่อยู่รอบสนาม ทีมถ่ายทอดสดข้างสนามและบนสแตนด์เชียร์ หรือเวลานักฟุตบอลโดนเตะล้ม จะมีทีมแพทย์วิ่งเข้าไปรักษา อีกทางก็จะมีเด็กส่งน้ำ รีบวิ่งเอาน้ำไปให้นักฟุตบอลคนอื่นได้ดื่ม จะเห็นว่าวงการฟุตบอลใช้บุคลากรจำนวนมากกว่าที่เราเคยเห็น



หลังจากจบเกม ปกติถ้าดูทางโทรทัศน์คงตัดจบแค่นี้ แต่ผมได้เห็นภาพที่น่าประทับใจคือ นักฟุตบอลทั้งสองทีมเดินเข้าไปขอบคุณแฟนๆ ทุกสแตนด์ ไม่ว่าจะเป็นกองเชียร์ทีมเยือนหรือกองเชียร์ทีมเจ้าบ้าน ผมเลยได้โอกาสสอนลูกชายไปด้วยว่า นี่คือ สปิริตของนักกีฬา เล่นหนักและจริงจังกันในเกม พอจบเกมแล้วคือจบ เป็นเพื่อนกันเพราะพวกเขาคือนักกีฬาอาชีพ บางคนถอดเสื้อที่เพิ่งใส่เตะโยนให้กับกลุ่มกองเชียร์ บางคนยื่นเสื้อมอบให้กับเด็กๆ ที่เกาะขอบอัฒจันทร์ ส่วนสาวๆ (รวมถึงภรรยาผม) ก็ได้กรี๊ดซิกแพ็คของนักฟุตบอลส่งท้าย

วันนั้นคณะที่มาดูบอลนั่งรถกลับกรุงเทพฯ กันไปเลย ส่วนครอบครัวผมค้างคืนที่จังหวัดราชบุรี ขณะที่ลงมาผมได้พบกับอดีตประธานสโมสร คุณบุญยิ่ง นิติกาญจนา หรือบรรดากองเชียร์เรียกว่า “คุณแม่” ท่านได้พาลูกชายผมไปถ่ายรูปและขอลายเซ็นกับนักฟุตบอลที่เขาชื่นชอบบริเวณลานจอดรถ ลูกชายผมรอที่จะถ่ายรูปกับฟิลิป โรลเลอร์ท้ายเกม คุณบุญยิ่งเล่าให้ฟังว่า ตอนฟิลิปขอยิงลูกโทษเพื่อทำประตูที่ 2 คุณบุญยิ่งลุ้นมาก เพราะฟิลิปเคยยิงลูกโทษไม่เข้า แต่คราวนี้เขาทำได้ ผมเลยบอกลูกว่าถ้าอย่างนั้นเรายิ่งต้องไปแสดงความยินดีกับเขา ลูกชายผมและกองเชียร์คนอื่นยืนรอฟิลิปเกือบ 10 นาทีเพราะออกมาจากห้องแต่งตัวเป็นคนสุดท้าย ขณะที่ทุกคนกำลังถ่ายรูป ไฟในที่จอดรถก็ดับลง ทุกคนก็ใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองทำเป็นไฟฉายเพื่อให้คนอื่นได้ถ่ายรูป แต่คุณบุญยิ่งสั่งให้สนามเปิดไฟที่ลานจอดรถทันทีเพราะยังมีกองเชียร์ที่อยากถ่ายรูปนักฟุตบอลอยู่ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าประทับใจอีกเรื่องครับ ที่เจ้าของทีมลงมาดูแลนักฟุตบอลและกองเชียร์อย่างจริงจัง ผมไม่แปลกใจเลยทำไมตอนที่คุณบุญยิ่งลงไป มีแต่คนขอถ่ายเซลฟี่ด้วย

ผมถือว่าการพาลูกชายมาดูฟุตบอลไทยลีกครั้งแรกเป็นไปด้วยดี กระตุ้นให้เขารักกีฬาฟุตบอล ได้เห็นสปิริตของนักกีฬาและกองเชียร์ เห็นอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอล ได้ฟังเรื่องการสร้างสนามและการบริหารทีม สิ่งเหล่านี้ไม่อาจเห็นผ่านจอโทรทัศน์ ต้องมาสัมผัสเองในสนามเท่านั้น….ลองพาครอบครัวไปดูฟุตบอลไทยลีกสักครั้งครับ แล้วคุณจะติดใจ.
..........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 116