อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

จีนคิดใหญ่ มองไกล

สีจิ้นผิง นับเป็นผู้นำรุ่นที่ 5 ของจีน ตั้งแต่วันที่สถาปนาเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปีพ.ศ. 2492 ต่อจาก เหมาเจ๋อตุง เติ้งเสี่ยวผิง เจียงเจ๋อหมิน และหูจิ่นเทา ปี พ.ศ. 2556 สีจิ้นผิงขึ้นดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศ กุมใจของคนจีนได้อย่างไม่น่าเชื่อ อาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 เวลา 07.00 น.


    สีจิ้นผิง นับเป็นผู้นำรุ่นที่ 5 ของจีนนับตั้งแต่วันที่สถาปนาเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปีพ.ศ. 2492 ต่อจาก เหมาเจ๋อตุง เติ้งเสี่ยวผิง เจียงเจ๋อหมิน และหูจิ่นเทา

   นับจากต้นปี พ.ศ. 2556 ซึ่งสีจิ้นผิงขึ้นดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศ เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็สามารถกุมอำนาจ กุมการนำและกุมใจของคนจีนทั้งประเทศได้อย่างไม่น่าเชื่อ ว่ากันว่าบารมีของสีจิ้นผิงวันนี้น่าจะสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับผู้นำในอดีต นั่นก็เป็นเพราะการปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างของเขาในด้านความซื่อสัตย์สุจริต การเอาจริงเอาจังกับการปราบคนโกง ความสามารถในการบริหารประเทศและการมีวิสัยทัศน์ของเขา

   วิสัยทัศน์ที่น่าจับตามองมากที่สุดของสีจิ้นผิงในช่วงนี้ก็คือเรื่อง “ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative : BRI)” ซึ่งเมื่อตอนครั้งแรกที่สีจิ้นผิงแสดงวิสัยทัศน์เรื่องนี้ในระหว่างการเยือนคาซัคสถานในปีแรกของการเป็นประธานาธิบดี เขาใช้คำว่า “แถบเส้นทางสายไหม” ที่เราคุ้นหูกันในชื่อภาษาอังกฤษว่า One Belt One Road นั่นเอง

   รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีนที่หาคนเปรียบได้ยากคนหนึ่งของไทยได้เขียนหนังสือชื่อ “ The Rise of China จีนคิดใหญ่ มองไกล” เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจและอ่านเข้าใจง่าย ผมจึงขอสรุปบางเรื่องมาแบ่งปันกันตรงนี้ เท่าที่พื้นที่จะอำนวย

   ที่โลกสนใจ BRI ก็เพราะมีประเทศเข้ามาร่วมมากถึง 70 ประเทศและอีกหลายเขตเศรษฐกิจ รวมประชากรทั้งหมดมากถึง 4,400 ล้านคน มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งโลก ขณะที่ขนาดพื้นที่รวมสูงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของโลก และขนาดของเศรษฐกิจ GDP เกือบ 30 เปอร์เซ็นต์

   ใน BRI จะมีระเบียงเศรษฐกิจอยู่ 6 ระเบียงได้แก่ 1. ระเบียงเศรษฐกิจจีน มองโกเลีย รัสเซีย 2. ระเบียงเศรษฐกิจสะพานเชื่อมยูเรเชียใหม่ ซึ่งระเบียงนี้จะมีรถไฟเชื่อมจากจีนถึงยุโรป 3. ระเบียงเศรษฐกิจจีน เอเชียกลาง เอเชียตะวันตก ซึ่งระเบียงนี้คือแนวเส้นทางสายไหมโบราณ 4. ระเบียงเศรษฐกิจจีน ปากีสถาน 5. ระเบียงเศรษฐกิจบังกลาเทศ จีน อินเดีย เมียนมา ซึ่งจะเป็นระเบียงเศรษฐกิจสำคัญของโลกถ้าจีนและอินเดียสามารถร่วมมือกันได้อย่างจริงจัง และ 6. ระเบียงเศรษฐกิจจีน คาบสมุทรอินโดจีน
ระเบียงเศรษฐกิจจีน คาบสมุทรอินโดจีน เป็นระเบียงเศรษฐกิจที่มีไทยรวมอยู่ในนี้ เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านคือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาและเวียดนาม จะมีการเชื่อมโยงมาจากฝั่งตะวันออกของจีน เริ่มตั้งแต่เขตเศรษฐกิจพิเศษปากแม่น้ำไข่มุก มณฑลกวางตุ้ง หนานหนิง กว่างซี เวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา ไทย เลยลงไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ ระเบียงเศรษฐกิจนี้จะเน้นการเชื่อมโยงกันทางบกเป็นหลักทั้งทางรถยนต์และรถไฟ

   ในปีพ.ศ. 2565 รถไฟความเร็วสูงจาก หยุนหนานถึงบ่อหาน เมืองชายแดนจีนติด ผกับ สปป.ลาวจะเริ่มใช้งานได้ ส่วนเส้นทางที่เชื่อมต่อจากบ่อหานมาถึงบ่อเต็น หลวงพระบาง และนครเวียงจันทน์คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานก่อนในปีพ.ศ. 2564 ส่วนรถไฟความเร็วกึ่งปานกลางกึ่งสูงของไทยจะพร้อมไปเชื่อมเขาเมื่อไหร่
ก็คงเมื่อนั้น แต่ถ้าเชื่อมต่อได้และไทยเรามียุทธ ศาสตร์ชัดเจนในการลงทุนและแสวงหาผลประโยชน์ การขนของจากไทยผ่าน สปป.ลาวไปยังจีนและยุโรปก็จะเป็นอีกทางเลือกสำคัญของการขนส่ง

   ใน 6 ระเบียงเศรษฐกิจนี้ จีนตั้งเป้ามากกว่าการเชื่อมโยงเฉพาะเส้นทางรถไฟหรือถนนเท่านั้น แต่ยังคิดจะให้มีการเชื่อมโยงทั้งหมด 5 ด้านด้วยกันคือ 1. เชื่อมโยงด้านนโยบายของแต่ละชาติเข้าด้วยกัน 2. เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานถนนหนทางรางรถไฟ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ข้อมูลและโทรคมนาคม 3. เชื่อมโยงการค้า มุ่งขจัดอุปสรรคการค้าระหว่างกัน ปัจจุบันจีนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของ 25 ประเทศใน BRI ทั้ง 70 ประเทศ 4. เชื่อมโยงด้านการเงิน เพื่อสร้างเสถียรภาพสกุลเงินในเอเชีย จัดสรรเงินทุนและสินเชื่อ และพัฒนาตลาดตราสารหนี้ และ 5. เชื่อมโยงประชาชน สร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนด้านวัฒนธรรม การศึกษาและการท่องเที่ยว นอกจากการแจกทุนการศึกษาอย่างมากมายแล้ว จีนยังออกมาตั้งสถาบันขงจื๊อในประเทศต่าง ๆ รวมถึงไทยเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ข้อนี้อีกด้วย

   จีนเอาเงินจากที่ไหนมาลงทุนเยอะแยะ ประเทศไหนจะได้ประโยชน์จาก BRI มากสุด และไทยจะได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ ขอให้ไปหาหนังสือของอ.อักษรศรีอ่านกันเองนะครับ ขืนเอามาเขียนหมดเดี๋ยวหนังสือขายไม่ออกกันพอดี.

...........................................
เกษมสันต์ วีระกุล
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    90%
  • ไม่เห็นด้วย
    10%

บอกต่อ : 80