อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

รัฐบุรุษคู่แผ่นดิน

ช่วงที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในพ.ศ. 2523 นั้นปัญหาของบ้านเมืองเรานั้นหนักหนาสาหัสมาก แย่กว่าสมัยนี้มากเลยทีเดียว ปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน ค่าเงินบาท คอมมิวนิสต์ ผู้อพยพ และปัญหา 5 จังหวัดภาคใต้ อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 เวลา 07.00 น.


   ช่วงที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในพ.ศ. 2523 นั้นปัญหาของบ้านเมืองเรานั้นหนักหนาสาหัสมาก แย่กว่าสมัยนี้มากเลยทีเดียว ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน ค่าเงินบาท คอมมิวนิสต์ ผู้อพยพ และปัญหา 5 จังหวัดภาคใต้

   ประสบการณ์ที่มีติดตัวมาก่อนจะเป็นนายกฯนั้น ส่วนมากจะเป็นประสบการณ์ในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์และการแก้ปัญหาความไม่สงบ 5 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งทั้งสองปัญหานั้นพลเอกเปรมได้ใช้ยุทธศาสตร์การเมืองนำการทหารมาใช้แก้ไข และได้ผลดีมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

   คุณสมบัติเด่นของพลเอกเปรม 3 ประการที่ทำให้ท่านสามารถเป็นนายกฯที่ดีและประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทยคือ การเลือกใช้คนมีวิสัยทัศน์ และเป็นนักสื่อสารชั้นเซียน

   เรื่องการเลือกใช้คนนั้น มี 2 ด้านคือ หนึ่งพลเอกเปรมไม่เลือกคนโกงมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือตำแหน่งสำคัญๆในระบบราชการ ถ้ามีการพลาดพลั้งตั้งคนโกงเข้ามาหรือมีข่าวไม่ดีขึ้นมา ท่านก็จะไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงหรือปลดออก สอง “กล้า” ที่จะใช้คนเก่งกว่ามาทำงานให้ ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบทพลเอกเปรมใช้คนสภาพัฒน์ซึ่งเก่งกว่าท่านมาเป็นคนทำงาน ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ใช้คนแบบสมหมาย ฮุนตระกูล สุธี สิงห์เสน่ห์ และวีรพงษ์ รามางกูร มาใช้งาน ด้านการต่างประเทศก็เลือกใช้คนเก่งอย่างพล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา พันเอกถนัด คอมันตร์ และอรุณ ภาณุพงศ์

    การ “กล้า” เลือกใช้คนเก่งกว่านั้นเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ เพราะการเลือกใช้คนเก่งกว่าจะทำให้ผู้นำนั้นสามารถบริหารประเทศหรือองค์กรให้ประสบความสำเร็จ ที่พลเอกเปรมสามารถแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างดีก็เพราะมีคนเก่งเศรษฐกิจกว่าท่านมาทำงานให้ เช่นเดียวกับงานการต่างประเทศซึ่งในสมัยนั้นไทยเราสามารถเดินเกมการต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาผู้อพยพได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ นายกฯจะเป็นเพียงนายทหารที่เติบโตมาจากชนบทก็ตาม

   จุดเด่นประการที่ 2 คือการมีวิสัยทัศน์ของพลเอกเปรมนั้นเกิดจากประสบการณ์ในการทำงานแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหาคอมมิวนิสต์ในอดีตและ “การรับฟัง” คนเก่งที่เลือกมาใช้งาน ฟังคนเก่งข้างกายยังไม่พอ ท่านยังเลือกที่จะฟังภาคเอกชนอีกด้วย คณะกรรมการร่วมภาครัฐบาล และเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ก็เกิดขึ้นในสมัยนั้น เมื่อได้ฟังมากวิสัยทัศน์ดี ๆ เช่น โครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดจึงเกิดขึ้นในสมัยนั้นซึ่งทำให้ไทยเรามีอุตสาหกรรมหนักดี ๆ เกิดตามมาอีกมากมาย แม้แต่การแก้ปัญหาวินัยการคลัง และค่าเงินบาทก็สามารถแก้ไขได้สำเร็จ จากเศรษฐกิจตกต่ำไทยเราจึง “โชติช่วงชัชวาล”

    จุดเด่นประการที่ 3 ที่คนมักจะนึก ไม่ถึงคือ พลเอกเปรมเป็นนักสื่อสารชั้นเซียน  คนที่พูดเก่งพูดคล่องนั้นไม่ได้เป็นคนสื่อสารเก่งเสมอไป คนที่สื่อสารเก่งนั้นจะรู้ว่าอะไร
คือข้อความสำคัญและจะต้องสื่อสารอย่างไรจึงจะสื่อสารได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ เมื่อไหร่ควรจะพูดเมื่อไหร่ควรจะเงียบ เมื่อต้องพูด โดยเฉพาะในวาระสำคัญ ๆ ที่ต้องพูดกับคนทั้งประเทศ สาระสำคัญของพลเอกเปรมมีความชัดเจนมาก เช่นการพูดกับประชาชนครั้งแรกเมื่อเข้ารับตำแหน่ง

   นายกฯ พลเอกเปรมพูดชัดเลยว่า “..ปัญหาหลักของชาติที่จะต้องคิดแก้ไขอย่างจริงจังและรีบด่วนคือปัญหาความยากจนความขาดแคลนแร้นแค้นของพี่น้องประชาชนชาวไทย....”

   เมื่อยังไม่ต้องการจะสื่อสาร พลเอกเปรมจะใช้วิธีเงียบและยิ้ม ไม่พูดอะไรเลย ถ้าถูกนักข่าวซักถามมากๆ ท่านก็จะบอกสั้นๆว่า “กลับบ้านเถอะลูก” ไม่ตอบอะไร การที่นักข่าวให้ฉายาท่านว่า “เตมีย์ใบ้” สะท้อนชัดเจนว่าท่านใช้ยุทธศาสตร์การไม่พูดเก่งขนาดไหน การเรียกแทนตัวเองด้วยคำว่า “ป๋า” ซึ่งทำให้คนรอบข้างและสื่อมวลชนรู้สึกเคารพยำเกรงก็สะท้อนความเป็นนักสื่อสารชั้นเซียนของท่าน

   ไม่เฉพาะจะสื่อสารเก่งแต่ในประเทศกับคนไทยเท่านั้น แต่เมื่อต้องสื่อสารกับผู้นำนานาประเทศ พลเอกเปรมก็สามารถสื่อสารได้อย่างยอดเยี่ยม มีลีลาขอร้อง กดดัน ต่อรอง บางครั้งมีแอบขายของอีกด้วย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ บันทึกบทสนทนาสำคัญกับผู้นำต่างประเทศไว้อย่างน่าสนใจในหนังสือ “พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษคู่แผ่นดิน” หนังสือดีที่ควรหาอ่านและเก็บไว้ให้ลูกหลานอ่านเป็นอย่างยิ่ง.

........................................
เกษมสันต์ วีระกุล

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    22%
  • ไม่เห็นด้วย
    78%

บอกต่อ : 79