อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

อดีตฝังใจปัจจุบันตอกย้ำ สาวข้ามความกลัวจัดการหื่น

สัปดาห์นี้ไปดูเรื่องราวของหญิงสาวที่อดีตและปัจจุบันถูกกระทำลวนลามโดยโรคจิตจนหวาดผวา ก่อนรวบรวมความกล้าแจ้งความ บอกเล่าการถูกคุกคามทางเพศ เพื่อจัดการจอมหื่น พุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น.


เธอเคยนั่งรถโดยสารตอนเด็ก นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นอวัยวะเพศของผู้ชาย

มันมาจากชายหนุ่มที่ใส่เสื้อแขนยาว ไม่เห็นหน้าค่าตา เขารูดซิปแล้วเผยไอ้นั่นออกมา พยายามจะเอาสิ่งนั้นถูไถกับแขนของเธอระหว่างเดินทางกลับบ้าน เธอตื่นตะลึงทำอะไรไม่ถูก จวบจนชายที่นั่งข้างเธอตะโกนด่า “ทำอะไรนะ!!!”

เสียงตะโกนของเขาหยุดคนโรคจิตได้สำเร็จ ไอ้นั่นรีบควักของกลับคืน แล้วพอรถชะลอ ก็รีบลงรถจากไปทันที

“เป็นอะไรไหม” ชายหนุ่มถามเธอ ซึ่งตื่นตกใจทำอะไรไม่ถูก แต่แล้วก้อนความทรงจำแห่งเหตุการณ์นี้ก็ฝังลึกในใจเธอ

แม้ชีวิตจะผันผ่านจบมาทำงาน เธอตื่นกลัวทุกครั้งกับเหตุการณ์นั้น ความกลัวทำให้เธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายที่ย่ำแย่ ซอกหลืบแห่งตัวตน หญิงสาวกลัวว่าผู้ชายที่เธอคบหาเป็นชายโรคจิตคนนั้นทุกที



หญิงสาวผ่านวันคืนมาอย่างสับสน ในยุคที่จิตแพทย์ไม่ได้เป็นที่นิยมดังสมัยปัจจุบัน เธอกลัวว่าความคิดของเธอจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความบ้า จึงพยายามกดมันไว้ในซอกหลืบแห่งตัวตน

เมื่อมาทำงานกรุงเทพพระมหานคร เธอประสบพบเจอเรื่องราวเหตุการณ์นี้อีกครั้ง ชายคนหนึ่งลูบบั้นท้ายของเธอบนรถไฟฟ้า ทีแรกเธอคิดว่าเป็นการเบียดเสียด แต่นานไป เธอตกใจ ผละออก เมื่อชายหนุ่มย่ามใจควักอวัยวะเพศชายเพื่อมาถูไถสีกับบั้นท้ายของเธอ

หญิงสาวกรีดร้อง ชายหนุ่มทำเสียงคราง ท่ามกลางผู้คนมากมาย รถไฟฟ้าจอด ชายโรคจิตรีบจากไป หญิงสาวมือไม้สั่น นี่คือความกลัวที่เธอไม่อยากให้ต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก

เมื่อเล่าให้ใครหลายคนฟัง เธอจึงไปแจ้งความ ร้อยตำรวจโทถามเธอเพียงพอสมควร เดิมทีหญิงสาวกลัวว่าการไปแจ้งความเธอจะต้องเจอกับผู้ชายมากหน้าหลายตาที่ไม่รู้จัก ไม่พออาจจะต้องเล่าเรื่องแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ไม่ได้โดนข่มขืนเสียหน่อย จะกลัวอะไรไป” ผู้ชายที่ทำงานพยายามพูดลอยๆ ให้เธอได้ยิน หญิงสาวเจ็บปวด พวกเขาไม่เข้าใจและไม่พยายามเข้าใจ

มันคือการคุกคามทางเพศ เธอกลัว เธออ่อนแอ เธอครุ่นคิด ตัวเองเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ เธอแต่งตัวโป๊ไปหรือเปล่า พยายามยั่วยุ ใส่ชุดรัดรูปไปไหม



แต่เพื่อนสนิทแนะนำว่า “ไปแจ้งความเถอะ อย่างน้อยอย่าให้ไอ้โรคจิตนั่นไปทำอะไรกับใครอีกเลย วันนี้มันแค่ลวนลาม ถ้ามันย่ามใจ วันต่อไปอาจข่มขืนใครสักคนก็ได้ เธอต้องกล้าหาญนะ เพื่อคนอื่นๆ ฉันจะไปเป็นเพื่อนด้วย”

ร้อยตำรวจโทฟังคำให้การ แล้วจดบันทึกเขาประสานสายสืบให้ พวกเขาไล่ล่ากล้องวงจรปิด ร้อยตำรวจโทสอบถามว่า “เป็นอะไรไหม” ถ้อยคำเหมือนชายหนุ่มที่ถามเธอบนรถโดยสารในอดีต

“มันอาจจะมีความเจ็บปวดในใจ หรือความกลัวในใจ ผมแนะนำว่าถ้ามีปัญหาให้พบจิตแพทย์จะดีกว่าครับ ร่างกายบาดเจ็บเรายังต้องให้หมอตรวจ จิตใจมีปัญหาการพบจิตแพทย์ก็ถือว่าเป็นการตรวจเช่นกัน”

หญิงสาวมองหน้าร้อยตำรวจโท เขาไม่ได้ยิ้มหรือมีทีท่าจะจีบเธอ เขาพูดเหมือนกับบอกคนปกติ

“อีกอย่างผมถือว่าคุณกล้าหาญมากนะครับ พวกคุณคือผู้ถูกกระทำในการคุกคามทางเพศ พวกคุณไม่ควรจะต้องปิดปากเงียบกับเรื่องแบบนี้ ต้องเปิดปากจัดการคนที่ทำแย่ๆ แบบนี้”

“ทำไมหมวดถึงพูดแตกต่างจากคนอื่น ฉันคิดว่ามาโรงพักแล้วจะเจออะไรที่แย่จนไม่อยากจะมาแจ้งความอีก”

“ก็ยังไม่ทุกคนที่เท่าทันเรื่องแบบนี้ แต่คุณรู้จัก #Metoo เปล่าครับ” หญิงสาวครุ่นคิดพลางสงสัย “เป็นขบวนการที่ผู้หญิงหรือแม้กระทั่งผู้ชายในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ออกมาพูดแฉหลังถูกคุกคามทางเพศ โดยบุคคลที่เป็นคนระดับใหญ่โตในวงการต่างๆ ทั้งภาพยนตร์ สื่อมวลชน แพทย์ประจำทีมชาติ กองทัพ นักศึกษา ปัญญาชน ดารา หรือแม้กระทั่งคณะกรรมการโนเบล พวกคนเหล่านี้คือนักล่าจอมข่มขืนตัวยง เมื่อผู้ถูกกระทำออกมาพูด ทำให้คนใหญ่โตเหล่านี้ถูกดำเนินคดี ถูกไล่ออกจากงาน และทำให้คนอีกเป็นจำนวนมากไม่ต้องตกเป็นเหยื่อ”

เธอหาข้อมูลรับรู้ในเวลาต่อมาว่า ในประเทศไทยยังมีผู้ถูกคุกคามทางเพศอีกเป็นจำนวนมาก บางคนถูกข่มขืนโดยเพื่อนผู้ชายที่เธอคิดว่าสนิทหลังจากไปเที่ยวกันมา เรื่องราวต่างๆ สังคมกลับชี้ไปที่ผู้หญิง มันสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ถูกกระทำ



“ทั้งๆ ที่ผู้ชายเป็นคนผิด พวกเขาต่างหากที่ต้องโทษไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ” ร้อยตำรวจโทบอกเธอหลังจากเขาแจ้งว่า ตำรวจจับคนร้ายโรคจิตได้แล้ว อยากมาดูตัวไหม พวกเขาพาเธอไปห้องชี้ตัว การชี้ตัว 3 ครั้งเธอชี้ถูกหมด จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ผู้ชายไทยหลายคนยังมองผู้ถูกกระทำผิดว่าสมยอมสมควรจะโดน แต่ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น”

“คุณตำรวจ ฉันถามได้ไหมค่ะว่า ทำไมคุณถึงไม่เป็นแบบใครอื่นในสังคม”

“เพราะบางครั้งผมอาจรู้จักผู้ถูกกระทำ หรืออาจเป็นผู้ถูกกระทำเสียเอง บางทีเราอาจเป็น #Metoo ดังนั้นในคุณค่าของความเป็นคน เราต้องให้เกียรติและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ใครล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นคน ไม่ว่าจะใหญ่โตแค่ไหนก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” หมวดหนุ่มพูด

“ว่าแต่...เป็นอะไรไหมครับ”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ หลับสนิทมาหลายคืนแล้ว”

“ขอบคุณในความกล้าหาญนะครับ” หมวดหนุ่มบอกเธอ มันทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาและหวังใจว่าเรื่องราวการกล้าออกมาพูด กล้าออกมาเล่าเรื่องการถูกคุกคามทางเพศ จะจัดการจอมข่มขืนทั้งหลาย และจะทำให้โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม.
.....................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%