อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

หัวใจเธอแกร่งดั่งหิน "หมอยี่หวานางฟ้าเดินดิน" 

เดินเท้าบุกป่าฝ่าดง-ข้ามภูเขากว่า 50 กม.เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยพื้นที่ทุรกันดาร “หมอยี่หวา”นางฟ้าเดินดิน เผยตั้งทีมจิตอาสา‘ใต้ร่มพระบารมี’รวมคนดีทำงานรับใช้ประชาชน สิ่งยึดเหนี่ยวหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียวคือ “ในหลวง ร.9”  เสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น.


“ถ้าเรามีอุดมการณ์ และความฝันแต่ไม่ทำให้มันเป็นความจริง อุดมการณ์ และความฝันนั้นก็ไร้ประโยชน์ เราต้องตามหาความสุขที่แท้จริงของเราให้เจอว่าความสุขของเราคือการทำประโยชน์เพื่อตัวเอง หรือทำประโยชน์เพื่อคนอื่น สำหรับฉันเชื่อในคำสอนของพระมหาชนกที่ทรงกล่าวแก่พยาบาลทุกคนว่า จงเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเป็นที่หนึ่ง และเห็นแก่ประโยชน์ของตนเป็นที่สอง เมื่อเรามอบสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่น ผู้รับย่อมมีความสุขใจ แต่คนที่สุขใจยิ่งกว่าคือผู้ให้ ถ้าสังคมรู้จักการแบ่งปัน โลกใบนี้จะมีแต่รอยยิ้ม และมีแต่ความสุขสงบ” 
 
“ถึงการทำความดีจะทำยากเหมือนการเดินตามกระแสน้ำ รทำชั่วง่ายกว่าเหมือนการไหลไปตามกระแสน้ำ แต่ถ้าเราทุกคนไหลไปตามกระแสน้ำกันทั้งหมด ชาติบ้านเมืองของเราจะเป็นเช่นไร ฉันเป็นข้าราชการคือ ผู้ทำงานรับใช้ประชาชน คือผู้ทำงานรับใช้พระเจ้าแผ่นดิน คำว่ารักของฉันที่มอบแด่ในหลวง-ที่มอบแด่แผ่นดินไทย มันจะไม่เป็นเพียงแค่คำพูด แต่มันจะเป็นการกระทำ ไม่รู้หรอกว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ฉันเชื่อว่า ทำดีย่อมได้ดีเสมอ จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด มีคุณค่าที่สุดก็พอค่ะ” 


 
ข้อความข้างต้นเป็นคำพูดของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า “มณิศรา โฮ่บรรเทา” หรือยี่หวา อายุ 37 ปี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ประจำอยู่โรงพยาบาลนครนายก ช่างเป็นคำพูดที่กินใจเหลือเกิน ซึ่งไม่ใช่แค่ลมปากเธอผู้นี้พิสูจน์ให้เห็นถึงการกระทำที่ทุ่มเท-เสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์-เพื่อผู้ป่วยได้อย่างน่าชื่นชมมาก ๆ ภาพการทำงานที่ออกมาจากจิตใจส่วนลึก-การเดินทางเข้าพื้นที่ที่แสนจะลำบาก ผู้หญิงแกร่งคนนี้ไม่เคยบ่น-ไม่เคยหวงสวย-ไม่เคยย่อท้อแม้แต่ครั้งเดียว ทุกฝีก้าวที่บุกป่าฝ่าดงเธอคิดอยู่อย่างเดียวว่า “ต้องช่วย”...ไปฟังเรื่องราวที่น่าประทับใจกันดู 


 
มณิศรา บอกว่า เป็นพยาบาลประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนครนายก เคยทำงานจิตอาสาร่วมกับทีมกู้ภัยสว่างมาหลายครั้ง กระทั่งปี 55 ได้รู้จักกับครูท่านหนึ่งทำงานอยู่ที่หมู่บ้านสาละวะ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ครูเล่าให้ฟังว่าที่นั่นขาดแคลนหลายเรื่อง ทั้งอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์การเรียน และอื่น ๆ อีกมากมาย เราจึงรวบรวมสิ่งของขึ้นไปมอบให้กับทางโรงเรียน จนไปพบว่าที่หมู่บ้านดังกล่าวขาดแคลนยารักษาโรค อีกทั้งอยู่ห่างไกลจากสถานีอนามัยหลายสิบกิโลเมตร เมื่อมีการเจ็บป่วยชาวบ้านจะช่วยกันหามลงมารักษา จึงตั้งใจที่จะสร้างห้องพยาบาลขึ้นที่นั่น





 
“แรก ๆ มีเพียงฉันคนเดียวที่แบกยา และอาหารขึ้นไปให้ชาวบ้าน ต่อมามีอาสาสมัครขอเข้ามาร่วมงานด้วย จาก 1 เป็น 2 เป็น 3 กระทั่งมีจำนวนอาสาหลายสิบคน จึงตั้งชื่อทีมของพวกเราว่า ใต้ร่มพระบารมี เพราะการทำงานของพวกเรา ได้รับแรงบันดาลใจจากในหลวง ร.9 ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 49 คน มีทั้งทหารบกรบพิเศษ ทหารเรือ ทหารอากาศ ตชด. นักวิชาการเกษตร พลเรือน เจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด เภสัชกร และฉันเป็นพยาบาลคนเดียวในทีม”




 
พยาบาลหัวใจแกร่ง บอกอีกว่า ทีมงานจะเข้าพื้นที่ทุก ๆ 3 เดือน เพื่อติดตามงานที่พวกเราร่วมกันทำไว้ และติดตามอาการของคนไข้ที่พวกเราคอยดูแล โดยเฉพาะหน้าฝนถนนหนทางถูกตัดขาดจากโลกภายนอกน้ำในลำห้วยไหลแรงมาก ทางลื่นเลอะเฉอะแฉะ ชาวบ้านที่เจ็บป่วยช่วงนั้นต้องดูแลตัวเองแบบตามมีตามเกิด ใช้หมอชาวบ้านบ้าง-สมุนไพรบ้าง คนป่วยหนักมมาก ๆ ก็ได้แต่รอการเสียชีวิต พวกเราจึงเน้นการเข้าพื้นที่ในช่วงหน้าฝนเป็นหลัก ทีมของเราจึงต้องอาศัยทหาร ตชด.และพลเรือนที่มีร่างกายแข็งแรงมาก ๆ เพราะเราต้องเดินเท้าเข้าไปจนถึงหมู่บ้าน แบกยา และอาหารไปให้ชาวบ้านด้วย
 
พวกเราทำงานนี้มา 4 ปีแล้ว ปัจจุบันดูแลชาวบ้าน 2 หมู่บ้านคือ หมู่บ้านสาละวะ และหมู่บ้านไล่โว่ 2หมู่บ้านนี้ห่างกัน 6 กิโลเมตร การเดินทางจะเริ่มออกเดินจากหน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนทองไปหมู่บ้านไล่โว่ 14 กม.ก่อนจะเดินต่อไปหมู่บ้านสาละวะ หลังเสร็จก็จะเดินกลับมาพักที่หมู่บ้านไล่โว่รวมระยะทางเดินวันแรก 26 กม.วันกลับก็จะเดินอีก 14 กม.สรุปเดินเท้าประมาณ 40 กม.ในการขึ้นไปทำภารกิจแต่ละครั้ง แต่ในช่วงฤดูฝนต้องเดินเลี่ยงเส้นทางปกติ ระยะทางจะเพิ่มมากขึ้นไปอีก 10 กม.ข้ามภูเขาไปกลับ 10 ลูก สุดท้ายเดินไป-กลับระยะทางรวม 50 กม.ใช้เวลา 2 คืน 3 วันในการทำงาน ตัวเองจะใช้วันพักร้อนมาทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่ยึดเหนี่ยวหัวใจของพวกเราให้เป็นหนึ่งเดียวได้ก็คือ ในหลวง ร.9 พวกเราสัญญากันว่าบนแผ่นดินของพ่อ ไม่ว่าจะอยู่ในที่ใดก็ตามที่นั่นก็คือบ้านของพวกเราเช่นกัน
 



 
ฟังเรื่องราว-การกระทำของผู้หญิงคนนี้แล้วอึ้งมาก เธอเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ ไม่เคยห่วงความสุขของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ชีวิตนี้เกิดมาเพื่อเป็นพยาบาลของคนป่วยทุกคน...เธอแกร่งกว่าชายอกสามศอกบางคนด้วยซ้ำไป สมควรเป็นอย่างยิ่งที่ชาวบ้านพากันรักใคร่ในตัวเธอ และเรียกเธอเต็มปากว่า “หมอยี่หวา” เพราะเธอคือนางฟ้าเดินดินของพวกเขา.
......................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ โดย “ขจร วัตรเอก” เดลินิวส์ออนไลน์ จ.นครปฐม  

ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 202