อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

สองตำรวจต่างยศ แต่หัวใจ'มิตรภาพ'ไม่เคยเลือนหาย

สัปดาห์นี้ไปดูเรื่องของสองตำรวจ “ประทวน-สัญญาบัตร” แม้ต่างยศ ต่างหน้าที่ ต่างมีหนทางเดินในเส้นทางของใครของมัน แต่หัวใจแห่งมิตรภาพไม่เคยเลือนหาย ตราบที่ยังเป็นเพื่อนกัน พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น.


ตอนที่สิบตำรวจตรีกับร้อยตำรวจตรีพบหน้ากันครั้งแรก ทั้งสองดูเหมือนจะมึนงงว่าจากนี้จะต้องทำอย่างไรต่อ แต่เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งมา ก็ต้องปฏิบัติตาม
ทั้งสองจึงได้นั่งจยย.ออกตรวจกันเป็นครั้งแรก สิบตำรวจตรีขับ ร้อยตำรวจตรีนั่งซ้อนท้าย

ในสมัยที่กรุงเทพพระมหานครยังเป็นอดีต และปัจจุบันยังมาไม่ถึง

ทั้งสองเป็นคู่หูต่างยศกัน ครั้งแรกสิบตำรวจตรีเรียกร้อยตำรวจตรีว่า “นาย” ร้อยตำรวจตรีเรียกสิบตำรวจตรีว่า “หมู่” ยามเข้าเวรทั้งสองออกตรวจตอนกลางคืน จับผู้ร้ายได้ครั้งแรกในชีวิตพร้อมกัน ได้ควักปืนออกมาให้โจรมอบตัวเป็นครั้งแรกพร้อมๆ กัน

จากนายกับหมู่ ทั้งสองเริ่มถามอายุ จึงรู้ว่าประทวนอายุแก่ปีกว่า จากนายกับหมู่ จึงกลายเป็นพี่กับน้อง เวลาอยู่กัน 2 คน

ทำงาน ร่วมลุย ร่วมบู๊ ออกเวรแล้วมานั่งกินข้าว บางครั้งก็ไปสังสรรค์เมา จีบหญิง เที่ยวสนุก แล้วก็จบลงแยกย้ายกันไปนอนในแฟลตตำรวจ

“เจอกัน” ไม่ใครคนใดคนหนึ่งจะต้องกล่าวประโยคนี้หลังออกเวร

สิบตำรวจตรีกับร้อยตำรวจตรีเป็นเพียงยศ ลึกลงไป 2 ชายหนุ่มพบหน้ากันก่อตัวเป็นมิตรภาพ เป็นเพื่อน อายุไล่เลี่ยกัน ประสบการณ์ชีวิตผ่านมาเหมือนกัน แต่เส้นทางสองคนนั้นแตกต่างกันไป



ยศประทวนไต่ขึ้นก็ต้องถึงทางตัน ยศสัญญาบัตรไต่ไปได้เรื่อยๆ แม้จะตัน แต่ก็ตันแบบมีอำนาจ

ร้อยตำรวจตรีไต่ขึ้นไปเป็นโทและเอก ย้ายจากงานสายตรวจไปเป็นสายสืบ เช่นเดียวกับสิบตำรวจตรีหนุ่ม เขาเป็นนักสืบหนุ่มปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ไต่ไปเป็นดาบตำรวจได้สำเร็จ

ทำงานในโรงพักแห่งเดิมไม่แปรเปลี่ยน ขณะที่นายตำรวจได้โยกย้ายไปทำงานที่ต่างๆ มากมาย แล้วแต่นายจะสั่ง

ทั้งสองคนเปลี่ยนพบเจอนายบ่อย แต่เมื่อกลับมาเจอกัน ก็ยังทักทายกันเหมือนเดิม ต่อหน้าอาจเรียกว่านาย แต่ลับหลัง นายตำรวจคุยกับลูกน้องคนนี้ว่า “พี่เป็นไงบ้าง”

“สบายดี” ตำรวจประทวนพูด “นายงี่เง่า”

แล้วทั้งสองก็หัวเราะ

สังคมนั้นอุดมด้วยคนดีและไม่ดี บางครั้งคนไม่ดีก็ได้กำเริบเสิบสานก่อกระทำผิดกฎหมาย พวกเขาก่อเหตุจากการเมายาเสพติด ใช้มีดจี้แทงคนอื่น ตำรวจรับแจ้งวอ สายตรวจไปสกัดจับ แต่ถูกทำร้ายเสียชีวิต 2 นาย คนร้ายได้ปืนตำรวจไปด้วย

วอดังลั่น ระดมกำลังตำรวจทุกนาย นักสืบประทวนถูกตามตัวไป เขาชำนาญเส้นทางในพื้นที่ หลับตาก็นึกออก เขารู้ว่าคนร้ายจะต้องหนีไปเส้นทางไหน

เขาไปดักรอ ควักปืนสั่งการให้มอบตัว การต่อสู้เดือดพล่าน ทำเอานายตำรวจคู่หูสนิทรีบขับรถตามมาพร้อมอาวุธครบมือ ภาวนาในใจอย่าให้คู่หูคนแรกของเขาตาย
เสียงปืนดังสนั่น

นักสืบประทวนเลือดท่วมร่าง เขายิงคนร้ายเจ็บไป 2 คน ทั้งสองอาการร่อแร่แต่ไม่น่าจะตาย นายตำรวจไปทันเพราะรู้จักเส้นทางนี้ดีเช่นกัน ขณะกำลังรอรถพยาบาลเดินทางมา ขณะกำลังรอกำลังเสริม มันยังไม่ตาย” นักสืบประทวนนั่งลงกับพื้น เขาโดนยิงเข้าที่ไหล่ขวา อาการอาจไม่สาหัส แต่เลือดออกท่วมร่าง

เราควรจะทำอย่างไรกับมันดี นายตำรวจควักปืน เขาควรจะจบชีวิตโจรที่ปลิดชีวิตผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เสีย อย่าให้มันได้ก่อกรรมทำเข็ญใครอีก ให้มันไปชดใช้กรรมในโลกหลังความตาย



“สารวัตร” นักสืบประทวนพูดน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “ให้กฎหมายจัดการมันเถอะ เราเป็นตำรวจไม่ใช่พวกมัน ทั้งสองมันยกมือขอชีวิตแล้ว แน่นอนพวกเราตาย แต่ผมจะไม่ฆ่ามันให้เหมือนที่มันทำกับพวกเราเด็ดขาด”

นายตำรวจครุ่นคิด กำลังชั่งใจอะไรหลายอย่าง

แล้วก็ตัดสินใจได้

นักสืบประทวนรักษาตัวอยู่นาน แต่ก็กลับมาทำงานได้ตามปกติ ได้รับความยกย่องชมเชยจากผู้บังคับบัญชา ศพ 2 ตำรวจได้รับการเชิดชูเกียรติ คนร้าย 2 คนถูกนำตัวขึ้นศาล ส่งไปรับโทษในเรือนจำคาดว่าคงจะไม่ได้ออกมาจากคุกอีกตลอดชีวิต

“ทำไมไม่จัดการมันไปเลย เอามาขึ้นศาลทำไม มันยิงตำรวจ” ใครสักคนในวงกาแฟตอนเช้าพูดโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อน สารวัตรหนุ่มเม้มปาก ควักบุหรี่จุดสูบ นานๆ สูบทีก็ไม่เสียหายต่อปอดเท่าใดนัก

“เป็นไงบ้าง” นักสืบประทวนลงมานั่ง แขนยังต้องใส่สายคาด แต่โดยรวมร่างกายแข็งแรงปกติ

“พี่นะ เป็นไงบ้าง”

“สบายดี...และนายยังคงงี่เง่าเหมือนเดิม” ทั้งสองก็หัวเราะ การนัดพบเจอกันบ้างก็คงดี ต่างคนต่างมีหน้าที่ ต่างมีหนทางเดินในเส้นทางของใครของมัน แต่หัวใจแห่งมิตรภาพนั้นไม่เคยเลือนหาย ไม่มีอะไรลบมันไปได้ ตราบที่ยังเป็นเพื่อนกัน

ทั้งสองคุยกันสักพัก ก็สมควรแก่เวลาจาก ค่อยนัดพบกันใหม่

“เจอกัน”

ใช่...เจอกัน
......................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    90%
  • ไม่เห็นด้วย
    10%