อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

MOU : ความเชื่อของคนมอญในพม่า

สัปดาห์นี้ไปดู มจร.และ มหา'ลัยสงฆ์มอญ เซ็น MOU ปัญหาวิกฤติด้านศักยภาพคงได้รับการพัฒนาขึ้น เสมือนอดีตกลับมาช่วยเหลือฟื้นฟูแผ่นดินบรรพบุรุษ พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น.


ผมมีความพยายามมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2557 คือ ประมาณ 5 ปีมาแล้วว่า จะสานสัมพันธ์ระหว่างคณะสงฆ์มอญกับคณะสงฆ์ไทยผ่านมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยสงฆ์มอญ ประเทศเมียนมา เพราะในชีวิตจากประสบการณ์ผ่านการบวชเรียนและเป็นคนวงในพอสมควรในคณะสงฆ์ไทยเชื่ออย่างสนิทใจว่า “พระพุทธศาสนาเจริญมั่งคง ประชาชนจะมั่งคั่งความสุข” ได้ การพัฒนาทรัพยากรบุคคลคือ “พระสงฆ์” เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด

สถานการณ์วิกฤติองค์กรสงฆ์ในพม่า ไม่ต่างจากคณะสงฆ์ไทยนั่นคือ “วิกฤติศักยภาพบุคคล” ผู้สืบทอดศาสนทายาท เดิมที่ผ่านมาคณะสงฆ์ไทยเน้น “สร้างศาสนวัตถุ” ปัจจุบันแม้คณะสงฆ์ไทยจะหันไปเน้น “การพัฒนาศาสนบุคคล” แต่ก็เกือบสาย เพราะคน “บวชเรียนน้อย” ลดไปอย่างน่าใจหาย วัดร้างเพิ่มขึ้น บางวัดมีพระภิกษุจำพรรษาไม่ถึง 3 รูป ในชนบทห่างไกลบางวัดมีแต่พระภิกษุสูงวัยเฝ้าวัดเพียงรูปเดียว..ซ้ำบางวัดเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอต้องจ้างพระภิกษุไปจำพรรษาเพื่อมิให้วัดร้าง..





คณะสงฆ์มอญในพม่าปัจจุบันกำลังเดินรอยคณะสงฆ์ไทย คือ คนบวชน้อยลง จำนวนพระภิกษุ สามเณรลดลงเป็นจนแทบวิกฤติ..และที่วิกฤติที่สุดคือ คณะสงฆ์มอญปรับตัวไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ กำลังจะกลายเป็น “กลุ่มคนล้าหลัง” ในสังคมพม่าที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว

หลังการเซ็น MOU เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมาระหว่างมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง ปัญหาวิกฤติด้านศักยภาพคงได้รับการพัฒนาขึ้น โดยนำศาสตร์สมัยใหม่จากวิทยาลัยพุทธศาสน์นานาชาติ(IBSC) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเข้าไปเติมเต็ม, มหาวิทยาสงฆ์มอญมีแผนการพัฒนาแบบระยะสั้น ระยะยาวที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อกรอบทำงานชัดการเดินทางไปสู่เป้าหมาย..คงหวังได้มากยิ่งขึ้น



บางคนอาจจะมีคำถามว่าทำไมแค่การเซ็น MOU จึงมีความพยายามมาตั้ง 5 ปี หากต้องเล่าเป็นเรื่องยาวหากต้องการรู้ท่านผู้อ่านเข้าไปอ่านที่เวปไซร์ข่าวศาสนา https://thebuddh.com ได้อย่างละเอียด

คณสงฆ์มอญหรือคณะสงฆ์รามัญนิกาย เป็นคณะสงฆ์ที่เก่าแก่ในภูมิภาคนี้เกิดมีก่อนมหานิกาย ธรรมยุติกนิกายในไทย คณะสงฆ์ไทยรับแบบแผนธรรมเนียมปฎิบัติมาจากคณะสงฆ์รามัญนิกายหลายประการโดยเฉพาะธรรมยุติกนิกายรับวัตรปฎิบัติมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว





ในอดีตการศึกษาของคณะสงฆ์มอญเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคนี้ หลังมอญสิ้นแผ่นดินเมื่อปีพุทธราช 2300 เมื่อ 262 ปีมาแล้ว ความรุ่งเรื่องของมอญก็ค่อยๆ เสื่อมลง และคนมอญจำนวนมากอพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสยาม พร้อมกับนำศิลปะ องค์ความรู้มาสู่ราชสำนักสยาม และพระมหากษัตริย์ไทยก็ชุบเลี้ยงเอาไว้
การกลับไปช่วยเหลือคณะสงฆ์มอญคราวนี้ของคณะสงฆ์ไทยนำโดย พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผอ.วิทยาลัยพุทธศาสน์นานาชาติ มหาจุฬา ฯ



นับเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่ทำให้คนมอญหลายคนยกขึ้นในวงสนทนาว่า “หวนระลึกถึงสมัยครั้งสุโขทัยยุคพ่อขุนรามคำแหงมะกะทูอดีตกษัตริย์มอญ” ก็ได้รับความเมตตาจากพระมหากษัตริย์ไทยให้กลับมาฟื้นฟูแผ่นดินเกิด โดยยกลูกสาวกลับมาร่วมพัฒนาแผ่นดินด้วย

เฉกเช่นเดียวกัน ปัจจุบันพระสงฆ์และคนมอญเป็นจำนวนมากในพม่า เชื่อแบบฝั่งใจว่า วันหนึ่งคนมอญในประเทศไทย จะกลับไปช่วยเหลือฟื้นฟูแผ่นดินบรรพบุรุษ..หงสาวดี
…..............................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 167