อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

สร้างกุศลด้วยการบริจาคโลหิต ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์

สัปดาห์นี้สะท้อนการบริจาคโลหิตของประชาชนต่ำกว่าความต้องการใช้โลหิตของโรงพยาบาลทั่วประเทศ หากมีเวลา มีโอกาสสร้างกุศลบริจาคโลหิตสภากาชาดกัน เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น.


สถานการณ์การบริจาคโลหิตของประชาชนให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยในปัจจุบัน มีปริมาณการบริจาคต่ำกว่าความต้องการใช้โลหิตของโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยมีหน้าที่ในการจัดหาโลหิตให้เพียงพอใช้กับผู้ป่วยทั้งประเทศ

ขณะนี้มีความต้องการใช้โลหิตเฉลี่ย วันละ 2,600 – 3,000 ยูนิต เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้โลหิตของโรงพยาบาลในการผ่าตัดและรักษาผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยสามารถจัดหาโลหิตได้เพียงวันละ 1,800-2,000 ยูนิต หรือราว 58,000 ยูนิตต่อเดือนเท่านั้น ต่ำกว่าความต้องการใช้โลหิตในอัตราที่น่าเป็นห่วงเป็นห่วงซึ่งมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตของผู้ป่วยที่ขาดโลหิต

หมู่โลหิตที่มีความต้องการมากที่สุดคือ หมู่ O หมู่โลหิตที่ได้รับการบริจาคเฉลี่ยต่อวัน มีดังนี้ หมู่ O วันละ 800 ยูนิต หมู่ B วันละ 550 ยูนิต หมู่ A วันละ 500 ยูนิต และหมู่ AB วันละ 150 ยูนิต

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตอย่างถูกต้อง การบริจาคโลหิต คือ การสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายไม่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งสามารถบริจาคให้แก่ผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตได้โดยไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ในร่างกายของแต่ละคนมีปริมาณโลหิตประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ร่างกายต้องการใช้เพียง 15-16 แก้วน้ำเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นสามารถบริจาคให้ผู้อื่นได้ ทั้งนี้การบริจาคโลหิตสามารถบริจาคได้ทุก 3 เดือน เพราะหลังจากการบริจาคโลหิตแล้วไขกระดูกจะทำหน้าที่สร้างเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทน ทำให้มีปริมาณโลหิตกลับมามีเท่าเดิม เมื่อมีการบริจาคโลหิตแล้ว หากไม่ได้บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะขับเม็ดโลหิตที่หมดอายุออกมาทางปัสสาวะและอุจจาระ



ผู้ที่จะบริจาคโลหิตต้องมีคุณสมบัติดังนี้ มีอายุตั้งแต่ 17-70 ปี สำหรับผู้บริจาคเป็นครั้งแรกที่มีอายุตั้งแต่ 55-60 ปี จะต้องให้แพทย์วินิจฉัยเสียก่อน ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60-65 ปี ต้องเป็นผู้บริจาคโลหิตมาเป็นประจำจนกระทั่งถึงอายุ 60 ปี โดยบริจาคได้ไม่เกินปีละ 3 ครั้งหรือทุก 4 เดือน ส่วนผู้ที่มีอายุ 65-70 ปี ต้องเป็นผู้ที่บริจาคโลหิตต่อเนื่องมาสม่ำเสมอจนถึงอายุ 65-70 ปี โดยสามารถบริจาคโลหิตได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง หรือทุก 6 เดือน และไม่สามารถบริจาคกับหน่วยงานเคลื่อนที่

ผู้บริจาคโลหิตเป็นผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป และน้ำหนักไม่ลดลงผิดปกติในช่วงระยะเวลา 3 เดือนโดยไม่ทราบสาเหตุ มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพในระยะเวลาที่จะบริจาค รวมถึงจะต้องไม่อยู่ในระหว่างการรับประทานยาแก้อักเสบทุกชนิด หากรับประทานยาแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวด จะต้องหยุดยามาก่อนบริจาค 3 วัน หากเป็นยาแก้อักเสบจะต้องหยุดยามาก่อนบริจาค 7 วัน ไม่มีประวัติเจ็บป่วยหรือไม่ป่วยเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ตับ โรคหอบหืด ไต มะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง และไทรอยด์ ไม่เป็นโรคมาเลเรีย หากมีประวัติว่าเคยเป็นมาก่อนต้องหายมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี กรณีเพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่ต้องผ่านระยะเวลามาแล้วเกิน 6 เดือน ผ่าตัดเล็กต้องเกิน 7 วันจึงจะบริจาคได้ หากถอนฟัน ขูดหินปูน ต้องทิ้งระยะอย่างน้อย 3 วัน หากถอนฟันคุด ต้องทิ้งระยะ 6 วัน

ผู้ที่จะบริจาคโลหิตหากเคยได้รับโลหิตของผู้อื่นมา ต้องเกิน 1 ปี จึงจะบริจาคโลหิตให้แก่ผู้อื่นได้ ผู้หญิงที่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน สามารถบริจาคโลหิตได้ หากร่างกายแข็งแรง ไม่มีอาการอ่อนเพลียและตรวจความเข้มข้นของเลือดผ่าน

ก่อนที่จะไปบริจาคโลหิตควรทำการนัดสถานที่ที่จะไปบริจาคโลหิต เพราะต้องใช้เวลาในการเตรียมการ หากไม่อยากนัด ก็สามารถไปตามโรงพยาบาลหรือรถที่ให้บริการรับบริจาคโลหิตได้



สถานที่บริจาคโลหิตในกรุงเทพฯ บริจาคได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม บางแค หรือบริจาคได้ที่สาขาบริการโลหิต 6 แห่งในกรุงเทพฯ ได้แก่ โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนมินทราธิราช

สถานที่บริจาคโลหิตในต่างจังหวัด บริจาคได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติและงานบริการโลหิต รวม 13 แห่ง ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา ภูเก็ต งานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ ประจวบคีรีขันธ์ สาขาบริการโลหิตโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ

สำหรับผู้มีความประสงค์บริจาคโลหิต สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทรศัพท์ 02-256- 4300, 02- 263- 9600 ถึง 99 ต่อ 1101,1760,1761

การบริจาคโลหิตเป็นการให้ทานประการหนึ่งด้วยการสละโลหิตส่วนเกินในร่างกายที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้แก่ผู้ป่วยที่รอคอยโลหิตในการผ่าตัดและรักษาโรคภัยไข้เจ็บซึ่งเกิดจากกรณีต่างๆ นับเป็นบุญที่สำเร็จจากการให้ทานที่ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญในความมีเมตตากรุณาในการช่วยชีวิตผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์

ฉะนั้นหากท่านได้ไปร่วมกิจกรรมการกุศลในงานกาชาดประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 15 – 24 พ.ย. 62 ตั้งแต่เวลา 10.30 – 22.00 น. ณ สวนลุมพินีก็ควรหาโอกาสไปบริจาคโลหิตภายในงานด้วยเพื่อเป็นการสร้างกุศลผลบุญแก่ตัวท่านเอง.
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”  

ขอบคุณภาพประกอบจาก : สภากาชาติไทย

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 158