อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563

"บำรุงราษฎร์" เปิดตัว"ศูนย์ลิ้นหัวใจ"

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีความพร้อมของทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ ในการส่งมอบการดูแลรักษาโรคลิ้นหัวใจ ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ TAVI หรือ Transcatheter Aortic Valve Implantation ศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 น.


นายแพทย์วิญญู รัตนไชย ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เล็งเห็นแนวโน้มของสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีการเตรียมพร้อมในการรองรับปัญหาสุขภาพที่เกิดในกลุ่มผู้สูงวัย โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในผู้สูงวัยในลำดับต้นๆ



ทั้งนี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีความพร้อมทั้งในส่วนของแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ สหสาขาวิชาชีพ ความพร้อมในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ความพร้อมของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ รวมถึงศูนย์ลิ้นหัวใจ ที่จะให้การดูแลรักษาโรคเฉพาะทางได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การรักษา ตลอดจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความชำนาญการขั้นสูง ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับสากลและความปลอดภัยสูงสุด”



นพ. วิสุทธิ์ วิเวกาภิรัต แพทย์ที่ปรึกษาผู้อำนวยการปฏิบัติการทางการแพทย์ และแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “โรคหัวใจ นับเป็นภัยเงียบที่อาจไม่มีอาการหรือสัญญาณบ่งชี้ชัดเจน ผู้ป่วยจึงอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพหัวใจ ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก บางครั้งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้



ดังนั้นการตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยโรคหัวใจที่พบบ่อยในผู้สูงวัย ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน โรคลิ้นหัวใจเอเออร์ติกตีบ (Aortic valve stenosis) โรคหัวใจสั่นพริ้ว (Atrial Fibrillation) ภาวะหัวใจเต้นช้า และหัวใจล้มเหลว ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีศูนย์รักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจที่สำคัญ ได้แก่ ศูนย์หัวใจ ศูนย์หัวใจเต้นผิดจังหวะ และล่าสุด ศูนย์ลิ้นหัวใจ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการตรวจวินิจฉัย และการรักษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางที่ตรงจุดและด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับอาการของโรคในแต่ละบุคคล”
 


“สำหรับวิธีการรักษาด้วยเทคนิค TAVI จะต้องอยู่ภายใต้การประเมินและดำเนินการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม โดยเทคนิค TAVI เหมาะกับผู้ป่วยที่มีภาวะโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรง ผู้มีปัจจัยเสี่ยงสูงจากการผ่าตัด ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด หรือเคยผ่าตัดหัวใจมาก่อน ผู้ป่วยสูงอายุโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป หากผู้ป่วยถึงขั้นตีบระดับ 3 คือ ตีบรุนแรง หมายถึง ลิ้นหัวใจแทบไม่เปิดเลย เปรียบเหมือนวาล์วน้ำ ถ้าไม่เปิด เลือดก็สูบฉีดไม่ได้ โดยขั้นตอนการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเข้าไปทางหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบ จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษ ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอกซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชม. การรักษาด้วยเทคนิค TAVI จึงทำให้แผลมีขนาดเล็กตรงบริเวณที่เจาะผ่านเท่านั้น ผู้ป่วยเจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 5-7 วันก็สามารถกลับบ้านได้ ขณะที่การผ่าตัดต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน 2-3 เดือน ซึ่งจากการติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยเทคนิค TAVI ที่ผ่านมา พบว่าได้ผลดี เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยไม่มีอาการแทรกซ้อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นพ. วัธนพล กล่าวทิ้งท้าย



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 100