อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

สำรวจเส้นทางเศรษฐกิจนครพนม-ลาว-ฮานอย

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ความคืบหน้าในการสำรวจเส้นทาง(Logistic) ไทย-ลาว-เวียดนาม นำโดย นายสมเกียรติ เหล่านาม ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม เดินทางเยือนจังหวัดฮาติงห์ และจังหวัดกวางบิงห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 เวลา 06.00 น.

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา ความคืบหน้าในการสำรวจเส้นทาง(Logistic) ไทย-ลาว-เวียดนาม ผ่านเส้นทางหมายเลข R8 และ R12 นำโดย นายสมเกียรติ เหล่านาม ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม เดินทางเยือนจังหวัดฮาติงห์ และจังหวัดกวางบิงห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2562 และในโอกาสเดียวกัน นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางวิไลวรรณ ไกรโสดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นำคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม อัยการ ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ขนส่งจังหวัดฯ ท่องเที่ยวและกีฬานครพนม สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฯ  เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารระดับสูง 3 ประเทศ (ไทย-ลาว-เวียดนาม) 9 จังหวัด (ไทย-หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร, ลาว-แขวงคำม่วน บอลิคำไซ, เวียดนาม-ฮาติงห์ กวางบิงห์  เหงะอาน) ที่ใช้เส้นทาง R8 และ R12 เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้า

วันแรกของการเดินทาง (25 ก.ย.) ใช้เส้นทาง R8 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีลักษณะเป็นภูเขาและแคบ สินค้าจากไทยที่นิยมใช้เส้นทางนี้ขนส่งส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยจะไปผ่านกระบวนการศุลกากรที่ด่านนํ้าพาว (ลาว) และด่านเกาแจว (เวียดนาม) ก่อนจะขนส่งสินค้าผ่านเมืองวิงห์และฮานอยตามลำดับ และสามารถส่งต่อไปยังเมืองผิงเสียง จนถึงหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือว่าเส้นนี้มีความสำคัญไม่น้อย เพราะสามารถย่นระยะทางการขนส่งสินค้าไปประเทศจีนได้หลายร้อยกิโลเมตร 

ในวันเดียวกันเมื่อคณะผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เดินทางถึงจังหวัดฮาติงห์ ก็เริ่มทำงานทันที โดยมีนายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย รอต้อนรับ และนำไปพบกับ นายเหงียน ทัญ บิ่ญ ประธานสภาประชาชน หรือผู้ว่าราชการจังหวัดฮาติงห์ ซึ่งในการนี้ ผวจ.นครพนม ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเดินทางมายังจังหวัดฮาติงห์ นอกจากจะร่วมประชุมด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว คมนาคม วัฒนธรรม การศึกษา  ฯลฯ ยังได้สานความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดนครพนมกับประเทศเวียดนาม เพราะชาวจังหวัดนครพนมนั้น มีความรู้สึกดีกับชาวเวียดนามมาช้านาน โดยเฉพาะความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ สำหรับปัญหาการคมนาคมเส้นทาง R8 บางช่วงแคบและลาดชัน ยังต้องพัฒนาปรับปรุง เพื่อให้การขนส่งสินค้าสะดวกขึ้น พร้อมเตรียมเปิดเส้นทางรถโดยสารระหว่างประเทศ (นครพนม-ลาว-ฮานอย) ที่จะเกิดขึ้นในระยะอันใกล้นี้



ด้านนายเหงียน ทัญ บิ่ญ ผวจ.ฮาติงห์ กล่าวว่าประเทศเวียดนาม ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะที่ผ่านมาได้พัฒนาเส้นทางสาย  R8 และ R12 เรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งจากภาคเหนือลงภาคใต้ของเวียดนาม ซึ่งการพูดคุยระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น

รุ่งเช้าวันที่ 26 ก.ย. เป็นวันที่ต้องทำงานพร้อมกันหลายจุด ทางคณะจึงแบ่งชุดปฏิบัติงาน 2 ชุด ชุดแรกนางวิไลวรรณ ไกรโสดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายสมนาม เหล่าเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม และหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมหารือกับผู้บริหารระดับสูง 3 ประเทศ 9 จังหวัด ที่ใช้เส้นทาง R8 และ R12 ครั้งที่ 22 โดยการประชุมในครั้งนี้ได้มีการรายงานผลการปฏิบัติตามบันทึกการประชุมคณะผู้บริหารระดับสูง 3 ประเทศ 9 จังหวัด ครั้งที่ 21 ที่จังหวัดหนองคาย ประเทศไทย

ซึ่งการประชุมปรึกษาหารือเริ่มตั้งแต่เช้าจดค่ำ พร้อมทั้งได้ลงนามบันทึกการประชุมการปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคตร่วมกัน จำนวน 4 ด้าน คือ 1.ด้านการศึกษา วัฒนธรรม การกีฬา การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.ด้านการค้าและการลงทุน 3.ด้านการคมนาคมขนส่ง และ 4.ด้านการเกษตร ทั้งนี้จะมีการจัดการประชุมครั้งที่ 23 ในปี 2563 ณ จังหวัดสกลนคร ประเทศไทย

ส่วนคณะของนายสยาม ศิริมงคล ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานท่าเรือนํ้าลึกหวุงอ๋าง จังหวัดฮาติงห์ เพื่อนำข้อมูลไปศึกษาว่าท่าเรือนํ้าลึกแห่งนี้ ประเทศไทยจะได้ใช้ประโยชน์ในการขนส่งทางนํ้าได้มากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็ออกเดินทางสู่งเมืองดงเห่ย จังหวัดกวางบิงห์ เข้าพบประธานสภาประชาชนกวางบิงห์ เพื่อหารือความร่วมมือด้านต่าง ๆ โดยมีนายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย เข้าร่วมประชุม นายสยาม เผยว่าจังหวัดนครพนมและจังหวัดกวางบิงห์เหมือนคู่แฝด เพราะประชาชนทั้งสองจังหวัด มีการเดินทางไปมาหาสู่กันเรื่อยมา การเดินทางมาจังหวัดกวางบิงห์ครั้งนี้ เพื่อต้องการศึกษาเส้นทางที่เชื่อมต่อกับจังหวัดนครพนม เบื้องต้นพบว่าเส้นทาง R8 ผ่านแขวงคำม่วน สปป.ลาว ลงมาจังหวัดฮาติงห์ โดยช่วงที่อยู่ในประเทศลาวยังแคบและสูงชัน แม้มีปัญหาแต่นักลงทุนยังมีความจำเป็นใช้ R8 เพราะสืบเนื่องจากเส้นทาง R12 มีความเสียหาย ตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้รัฐบาลไทยทราบแล้ว และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความต้องการที่จะสนับสนุนในการปรับปรุงถนนสาย R12 โดยจะประสานทางการลาวในการปรับปรุงสาย R12 การเจรจาคืบหน้าไปมาก และหากพัฒนาเส้นทาง R12 เรียบร้อยแล้ว การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจะสะดวกมากยิ่งขึ้น

นายสยาม กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมานักธุรกิจไทยได้รับการดูแลจากกวางบิงห์เป็นอย่างดี นอกจากการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ชาวจังหวัดนครพนมยังให้ความสำคัญในด้านประเพณีวัฒนธรรมอีกด้วย จึงใช้ประเพณีวัฒนธรรมเชื่อมความสัมพันธ์กับลาวและเวียดนาม แต่ระยะทางไม่ถึง 300 กม. ต้องใช้เวลาเดินทางมาก จึงต้องจับมือกันเพื่อเกิดความรวดเร็วในการไปมาหาสู่กัน อีกอย่างชาวกวางบิงห์ก็มีญาติอยู่ในจังหวัดนครพนมไม่น้อย มีหลายคนอยากมาแต่ติดขัดเรื่องเส้นทาง และจังหวัดนครพนมกำลังจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ จึงใคร่เชิญนักธุรกิจกวางบิงห์ไปเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษ และปรึกษาข้อกฎหมายศุลกากรไทย ซึ่งเบื้องต้นผู้ประกอบการจะได้สิทธิประโยชน์เรื่องภาษีอากร เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ ได้นำสินค้าเข้ามาในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือผู้ประกอบการอาหารทะเลสด แปรรูป ก็เข้าไปศึกษาสิทธิประโยชน์ได้ตลอดเวลา

นายเตริ่น กง เทวด ประธานสภาประชาชนจังหวัดกวางบิงห์ เผยว่าชาวจังหวัดกวางบิงห์มีความรู้สึกดีกับจังหวัดนครพนมมานาน การประชุมครั้งนี้ขอเสนอความเป็นมิตรภาพ เพื่อให้สองประเทศร่วมลงทุนด้านการค้าระหว่างกัน ถนน R12 เป็นเส้นทางแลกเปลี่ยนสินค้า สินค้าของไทยส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค สินค้าของลาวก็จะเป็นจำพวกปุ๋ย แร่ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ทางจังหวัดกวางบิงห์ส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์การเกษตร และอาหารทะเลแปรรูป ด้วยอารยธรรมจังหวัดนครพนมกับกวางบิงห์ คล้าย ๆ กัน จึงอยากร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ผ่านมาการจัดงานรำลึกนอกพื้นที่ถึงโฮจิมินห์ วันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี มีจังหวัดนครพนมเท่านั้นที่จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ จึงควรจะมีรถโดยสารระหว่างประเทศ(นครพนม-ลาว-เวียดนาม) หรืออาจจะเพิ่มจังหวัดอุดรฯ อีกแห่งก็ต้องมาคุยกันในที่ประชุมใหญ่อีกครั้ง
...............................................
บัณฑิต แสงวิจิตร.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31