อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

ร้าวฉานที่ดินวัดกับชุมชน ปัญหาเรื้อรังต้องหาทางออก

สัปดาห์นี้พาไปดูความร้าวฉานระหว่างคนในชุมชนอาศัยที่ดินวัด ปัญหาเรื้อรังต้องค่อยๆ แก้ไข ใช้คนกลางไกล่เกลี่ย หากฟ้องร้องมีแต่พังกับพัง พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น.


ปัญหาความร้าวฉานระหว่างคนในชุมชนอาศัยที่ดินวัดบางแห่งเป็นเรื่องที่เรื้อรังมานาน มีทั้งใน ตจว. และ กรุงเทพฯ

- บางวัดอาศัยการเจรจาแล้วไม่ต่อสัญญาเช่า ชาวบ้านทะยอยออกไปเอง
- บางวัดอาศัยการเจรจาแล้วให้ชาวบ้านย้ายออกโดย วัดจัดหาสถานที่แห่งใหม่ให้
- บางวัดเจรจาไม่ได้ เพราะชาวบ้านไม่ออกสถานเดียว หลายวัดต้องบังคับด้วยกฎหมาย
- บางวัดบังคับใช้กฎหมายแล้ว ศาลตัดสินวัดชนะแล้ว แต่ชาวบ้านไม่ยอมออกสถานเดียว
- บางวัดบานปลาย มีการรื้อถอน มีเหตุการณ์ไฟใหม้ หรือร้ายกว่านั้น มีการทำร้ายกันเกิดขึ้น


ปัญหาชาวบ้านอาศัยที่ดินธรณีสงฆ์แล้วไม่ยอมออก เป็นปัญหาใหญ่ในเมืองกรุงมานานหลายสิบปีแล้ว บางวัดเจ้าอาวาสมีอำนาจบารมีช่วย ไม่ต้องพูดมาก อย่างเช่น วัดยานนาวา



บางวัดแม้จะเป็นวัดใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ไม่มีที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยว วัดมีโครงการพัฒนาก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างเช่น วัดอรุณราชวราราม มีโครงการพัฒนาด้านหลังวัดติดเมรุน่าจะเกือบ 20 ปีมาแล้ว แต่ทำอะไรชาวบ้านไม่ได้ หรือทำได้ แต่ไม่อยากจะมีเรื่อง โครงการพัฒนาก็เลบพับเอาไว้

วัดสังข์กระจาย ด้านหน้าวัดเดิมมีชุมชนแออัดอาศัยอยู่หลายสิบหลัง วัดมีโครงการพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ฟ้องร้องกันหลายปี ตอนหลังทราบว่าไฟไหม้ ชาวบ้านบางส่วนจึงต้องย้ายออกไป

และอีกหลายวัด เป็นปัญหาเรื้อรัง หาทางออกไม่ได้ เพราะวัดเองก็ไม่อยากมีปัญหากับชาวบ้าน

บางชุมชนลูกหลานมีงานทำ มีฐานะดีแล้ว ย้ายออกไปแล้ว แต่บ้านที่อาศัยธรณีสงฆ์ก็ยังอยู่โดย “ปล่อยเช่า” สร้างรายได้ให้ตัวเองเดือนละหลายพันบาทอีกทางหนึ่ง



ปัญหาที่ดินวัดหรือที่ธรณีสงฆ์ในกรุงเทพจึงเป็นปัญหาเรื้อรัง “เป็นหลุมมืด” สำหรับวัดกับชุมชน ยังหาทางออกกันไม่ได้ เพราะหาก “เจรจาไม่ได้” แล้วให้ “กฎหมาย” เข้ามาจัดการ “พังกันไปข้าง” หนึ่งแน่นอน

และปัญหาความขัดแย้ง “วัดกับชุมชน” อันเนื่องมาจากที่ดินวัดนี้ มิใช่เกิดขึ้นเฉพาะในกรุงเทพมหานครเท่านั้น ในต่างจังหวัดก็เกิดขึ้นหลายจังหวัด บางวัดมีพื้นที่เป็นพันไร่ เพราะพระมหากษัตริย์ในอดีตพระราชทานที่ดินสร้างวัดไว้ สมัยก่อนวัดกับชาวบ้านก็อาศัยร่วมกันได้แบบพึ่งพา พูดคุยกันได้ ตอนหลังระบบเศรษฐกิจทำให้ “วัดต้องพัฒนาหารายได้” ชาวบ้านรุ่นลูกรุ่นหลานก็มโน “นึกว่าเป็นของตนเอง” เวลาวัดไปเจรจาขอคืนก็ไม่ยอม บางรายมีบารมี บางรายมีฐานะ บางรายเป็นนักกฎหมาย เจอแบบนี้พระเองก็ลำบาก ซ้ำบางวัดเจอ “การครอบครองปรปักษ์” ฟ้องร้องไม่ยอมย้ายออกก็มี

ซ้ำร้ายกว่านั้นบางวัดเป็นที่ดินที่รัฐมอบให้ที่อาศัย แบ่งให้ชาวบ้านอยู่ ชาวบ้านไปนำไปขายกันก็มี หรือบางรายหัวใสแปลงเป็นโฉนดแล้วครอบครองทำเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ สร้างรีสอร์ต



เรื่องนี้ผมว่า “มหาเถรสมาคม” ต้องเร่งแก้ไขและตั้ง “ทีมเฉพาะกิจ” สำรวจวัดทั่วประเทศ ที่มีปัญหาแบบนี้ เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างเร่งด่วน เพราะกรรมการมหาเถรสมาคมบางรูปที่วัดก็มีปัญหาเฉกเช่นเดียวกันนี้

ท่านเจ้าอาวาสวัดที่มีปัญหาความขัดแย้งกับชาวบ้านในชุมชน ต้องค่อยๆ หาทางออก ค่อยๆ เจรจา วัดกับชาวบ้านทะเลาะกันเมื่อไรมีแต่พังกับพัง แล้วจะลามไปสู่ความมั่นคงของพระสงฆ์และพระพุทธศาสนาโดยรวม..บางวัดหากหาที่ออกไม่ได้อาจต้อง “อาศัยคนกลาง” เข้ามาเจรจาเรื่องนี้จะรอพิสูจน์ฝีมือ “มหาเถรสมาคมชุดใหม่” ที่วาดฝันแนวทางปฎิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเอาไว้ว่า “ต้องการให้วัดเป็นศูนย์กลางชุมชน” จะทำได้หรือไม่ หากไม่ได้อาจจะมีเสียงดังมาอีกว่า มหาเถรสมาคมมีไว้ทำไม !!
..................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com
ขอบคุณแหล่งภาพ : https://pantip.com/


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 144